ภาพในขณะที่องค์พ่อหลวงทรงโบกพระหัตถ์พร้อมกับรอยแย้มสรวลให้กับประชาชนของพระองค์ท่าน เสียงของประชาชนที่มารอรับเสด็จซึ่งเปล่งออกมาดังกึกก้องพร้อมกันว่า “ ทรงพระเจริญ.. ทรงพระเจริญ...ทรงพระเจริญ...” พร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินออกมาข้างแก้มด้วยความปลื้มปิติ เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า ธ ทรงสถิตอยู่ในดวงใจคนไทย 63 ล้านดวง

ในช่วงเวลา 3-4 วันมานี้ ไม่มีที่ไหนในโลกเหมือนกับที่นี่..ประเทศไทย แผ่นดินที่คน 63 ล้านคนแต่มี ใจ ดวงเดียวกันนั่นคือความจงรักภักดีและความรักเทิดทูนพระเจ้าอยู่หัวของเรา ธงเหลืองประดับตราสัญลักษณ์  ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี  ในทุกพื้นที่ ภาพพสกนิกรที่แสดงตัวในวาระต่าง ๆ ในเสื้อสีเหลืองสุกอร่าม บ้างนั่งอยู่ในรถเก๋งราคาแพง บ้างนั่งรถเมล์ บ้างขี่รถจักรยานยนต์ ฯลฯ  พ่อค้าแม่ค้าในตลาดหรือขับซาเล้ง ขี่จักรยาน เป็นคำยืนยันที่ไม่ต้องการคำอธิบายใด ๆ อีกภาพที่ผู้คนเรือนแสนมาอยู่ในที่เดียวกันมากมายในวันที่เสด็จออกมหาสมาคม พวกเขามารวมกันเพื่อประกาศความจงรักภักดี และความเป็นหนึ่งเดียวในหัวใจของพวกเขา คือ ในหลวงของเราและที่เห็นมากกว่าธงเหลืองเสื้อเหลืองอร่ามคือใบหน้าที่อิ่มเอิบและปลาบปลื้มเป็นสุข <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p>ภาพในขณะที่องค์พ่อหลวงทรงโบกพระหัตถ์พร้อมกับรอยแย้มสรวลให้กับประชาชนของพระองค์ท่าน เสียงของประชาชนที่มารอรับเสด็จซึ่งเปล่งออกมาดังกึกก้องพร้อมกันว่า ทรงพระเจริญ.. ทรงพระเจริญ...ทรงพระเจริญ...  พร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินออกมาข้างแก้มด้วยความปลื้มปิติ เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า ธ ทรงสถิตอยู่ในดวงใจคนไทย 63 ล้านดวง  คงจะทำให้หลายคนต้องหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความปลื้มปิติและตื้นตันใจ  โดยส่วนตัวดิฉันเองภาพแห่งความดีงามเหล่านี้ ดิฉันคงจะจดจำทุก ๆ ภาพที่ปรากฏต่อสายตา เก็บทุกความทรงจำ ความรู้สึกปิติยินดี  ความรู้สึกขณะ หัวใจพองโตด้วยความสุขสุด ๆ ไว้ในหน่วยความทรงจำอย่างแน่นหนาไม่มีวันลืมเลือน เมื่อใดที่เกิดความรู้สึกขุ่นมัวขึ้นมา ก็จะใช้ความทรงจำอันดีงามและพระราชดำรัสคุณธรรม 4 ประการ อันได้แก่ <blockquote> ประการที่หนึ่ง  คือ การที่ให้ทุกคนคิด พูด ทำ ด้วยความเมตตา มุ่งดี มุ่งเจริญต่อกัน <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p> ประการที่สอง คือ การที่แต่ละคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ประสานงานประสานประโยชน์กันให้งานที่ทำสำเร็จผลทั้งแก่ตนแก่ผู้อื่นและประเทศชาติ <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p> ประการที่สาม คือ การที่ทุกคนประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสุจริต  ในกฎกติกาและในระเบียบแบบแผนโดยเท่าเทียมเสมอกัน <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p> ประการที่สี่ คือ การที่ต่างคนต่างพยายามทำนำความคิดความเห็นของตนให้ถูกต้องเที่ยงตรงอยู่ในเหตุในผล </blockquote>มาเป็นยาวิเศษย่อยสลายสิ่งขุ่นมัวให้หมดสิ้นไป ช่วยเตือนสติตัวเองเสมอ ๆ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เป็นครั้งเดียวในชีวิต และจะนำไปใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มคุณค่าความดีงามเพื่อตัวเราเองและ ชาติบ้านเมือง และจะจดจำไปตลอดกาลว่า 60 ปีแล้วที่องค์ในหลวงท่านอยู่ในหัวใจคนไทย