นับตั้งแต่การได้ตัดสินใจลาออกจากราชการตามการลาปกติ  โดยไม่รอโครงการ Early Retired เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๒ มาแล้วนั้น ตามเหตุผลในบันทึกฉบับนี้  ๓๐๔.การตัดสินใจลาออกจากราชการ  เมื่อไม่ได้ลาออกก็ต้องอยู่ต่ออย่างจำใจ  แต่ก็มีความสุขและความรู้สึกดีต่อการได้อยู่กับเด็ก ๆ  ไม่มีอุปสรรคปัญหาใด ๆ เกี่ยวกับการเรียนการสอน แม้ว่าปัญหานั้น ๆ เกิดขึ้นกับเด็กในระดับใดก็สามารถแก้ไขได้ทุกเรื่อง  และพยายามกลับตัวกลับใจให้มีหัวใจดวงเดิมที่ตั้งใจจะอยู่จนครบกำหนดเกษียณอายุราชการ 

         การค้นพบตัวเองด้วยคำตอบสั้น ๆ ว่า "ขอเลือกความสุขด้วยการมีอิสระ" เพราะเหตุผลที่ทำให้ฉันได้รับความกดดัน  มันจึงทำให้หมดความอดทน  ทั้ง ๆ ที่ฉันเป็นคนอดทนสูงและมีความเข้มแข็งอยู่เป็นทุน  โดยเฉพาะฉันมีความพร้อมที่จะต้องสู้เพื่องานและเพื่อสังคมได้อย่างไม่มีเงื่อนไขและสำนึกของสติบอกว่า "ลาออกจากครูในระบบแล้วก็สามารถทำหน้าที่ครูบอกระบบได้สมบูรณ์กว่า"

          ตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๕๒ เป็นต้นมาฉันได้ฝึกประสบการณ์ให้กับตัวเองในการเป็นคนอยู่ง่าย ประหยัดและอดออม  เพราะหากได้รับการอนุมัติให้ลาออกรายได้ส่วนที่เป็นเงินเดือนและเงินเพิ่มวิทยฐานะจะขาดหายไปเดือนละ ๒๘๐๐๐ บาท  ฉันไม่รู้สึกเสียดายเลยที่จะมารับเงินเดือนบำนาญเพียงไม่ถึงสองหมื่นบาท  ปัจจุบันฉันนับถอยหลังทุกวัน  ขณะที่เขียนบันทึกฉบับนี้ "ฉันผ่านบททดสอบ" มาด้วยไม่มีปัญหาอุปสรรค  ระยะเวลาก่อนหน้านั้นเสมือนหนึ่งเป็นโอกาสในการคิดไตร่ตรอง

         วันเวลาที่ตัดสินใจลาออกอย่างเด็ดขาด  คือวันที่มีการประชุมครูทั้งโรงเรียน  หลังจากการจัดกิจกรรมค่ายจิตอาสาฯ ทำให้ฉันมองเห็นตัวตนของฉันเองว่า "การทำงานเพื่อประโยชน์ของเด็กทำที่ไหนก็ได้ โรงเรียนมีอยู่ทั่วประเทศไทย"  หากจะเขียนย้ายก็เหมือนเดิมเพราะมีกรอบวันเวลาราชการกำหนดไว้  อยากจะทำอะไรก็ไม่ได้ทำ  ทำดีเกินไปก็ถูกกล่าวหาอย่างหน้าด้าน ๆ ว่า "อยากได้หน้า อยากมีผลงานมาประดับบารมี"  คนวิเศษวิโสแค่ไหนก็ตาม  หัวใจหิน หัวใจแกร่งสักปานใด  ก็ไม่สามารถจะมาอดทนรองรับคำกล่าวหาแบบนี้อยู่ได้ให้เป็นทุกข์ทางใจ

          ฉันเริ่มนับถอยหลังการลาออกจากเป็นเดือน  เป็นสัปดาห์และเป็นวัน  ทำให้รู้สึกสบายใจ โล่งใจ อิ่มเอมเหมือนหลุดโลก  เพราะประการสำคัญฉันได้ผ่านบททดสอบการมีเงินเดือนบำนาญที่น้อยกว่าเงินเดือนปกติได้แล้ว  นำตัวเลขในบัญชีการเก็บออมรอมริบมาทีละบาทสองบาทตั้งแต่มีเงินเดือนวันแรก  กับสินทรัพย์มรดกของบรรพบุรุษมีไว้ให้  มาคิดคำนวณเพื่อความอยู่รอดของตนเองก็ย่อมทำให้อยู่ได้ไม่ขัดสน  ฐานะทางสังคมนั้นลดลงตามตำแหน่งหน้าที่อยู่แล้วโดยสิ้นเชิง แต่บทบาทในการรับใช้สังคมน่าจะเพิ่มขึ้น

          การเตรียมใจแล้วมาเตรียมตัว  โดยการปรับปรุงเคหะสถานบ้านช่อง  ทาสีบ้านทั้งภายในและภายนอก  ขยายบ้านตกแต่งห้องและบริเวณบ้านเพิ่มเติมให้เป็นห้องพักผ่อนแบบ Entertainment  สำหรับเพื่อนบ้านและญาติมิตรที่มาเยี่ยมเยือน และรื้อโล๊ะเรือนกล้วยไม้แจกจ่ายกล้วยไม้ให้คนรักคนชอบไปดูแลต่อ  เพื่อต้องการปลูกพืชผักกินได้แทนที่ และที่สำคัญได้ย้ายน้องนัทจากโรงเรียนเดิมมาเรียนที่โรงเรียนในเมืองใกล้บ้าน เท่านี้ก็พร้อมแล้วสำหรับการเตรียมการ  บางทีก็คิดไปด้วยความเพ้อเจ้อแบบเหนือกฏเกณฑ์หรืออย่าง "ผู้มีวิชามาร " อยากให้รัฐบาลยุบเลิกโครงการ Early Retiered เสียทีเพราะจะได้ลาออกโดยเร็ววันไม่ต้องรอนาน  ที่ต้องรอเพราะเสียดายเงินที่รัฐบาลจ้างให้ออกจำนวนมากพอประมาณ  ซึ่งมันเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมที่ไม่ได้เรียกร้องอย่างไร้ศักดิ์ศรี  เฉพาะการลาออกก่อนเกษียณก็เสียศักดิ์ศรีเกินพออยู่แล้ว 

        ผู้ปรารถนาดีมากมายถามไถ่ด้วยความสนใจใคร่รู้และความห่วงใยว่า "ลาออกแล้วจะไปทำอะไร" ขอตอบว่า "ไม่ทำอะไร" ความเป็นจริงจะอยู่เฉย ๆ สักระยะหนึ่ง เรื่องอยากทำอะไรนั้นความอิสระเสรีจะเป็นตัวกำหนด  ปัจจุบันลมหายใจอยู่เหนือวิชามารคือการนับถอยหลังทีละวัน .. ทีละวันค่ะ