ผมได้รับ PowerPoint ที่แสดงวิธีการนำ TQF มาเป็นเครื่องมือบรรลุเป้าหมายของมหาวิทยาลัย ของ มน. ที่ท่านอธิการบดี ศ. ดร. สุจินต์ จินายน มีเป้าหมายให้บัณฑิตของ มน. มีคุณภาพเป็นที่เลื่องลือในหมู่ผู้ว่าจ้าง หรือผู้ใช้บัณฑิต แล้วท่านเชิญ ดร. จิรณี ตันติรัตนวงศ์ อดีตรองเลขาธิการ สกอ. ผู้เป็นหัวหน้าทีมยกร่างเรื่อง TQF ไปเป็นผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายพัฒนาหลักสูตร เพื่อใช้ TQF เป็นเครื่องมือดังกล่าวแล้ว
ลองอ่าน ppt สองชุดนี้ แล้วท่านจะเห็นวิธีนำ TQF ไปรับใช้มหาวิทยาลัย อย่างชาญฉลาด อ่านได้ที่ ๑, ๒
วิจารณ์ พานิช
กราบขอบพระคุณครับ
ท่าน ดร. จิรณี ส่ง อี-เมล์ มาขอบคุณ คิดว่าเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจ จึงขอนำมาเผยแพร่ ดังข้างล่าง
กราบเรียนท่านอาจารย์ที่เคารพ
ขอบพระคุณท่านอ.จ.ที่กรุณาช่วยส่งเสริมและเผยแพร่เพื่อสร้างความเข้าใจให้คนในมหาวิทยาลัยได้เห็นภาพการนำTQFไปใช้ประโยชน์ซึ่งอ.จ.เองก็ได้แนวทางในการพัฒนาผลงานการสอนเพื่อขอตําแหน่งทางวิชาการจากมคอ.3,4
วันนี้ได้รับเชิญไปบรรยายที่มรภ.สวนสุนันทา ไปถึงผู้บริหารแสดงความกังวลเกรงว่าจะมีคำถามที่ไม่เห็นด้วยกับTQFตามที่เป็นข่าวแต่เมื่อดิฉันบรรยายเสร็จไม่มีปฎิกิริยาอะไร ผู้เข้าประชุมบอกรับฟังแล้วได้เห็นตัวอย่างด้วยทำให้มีความชัดเจนมากขื้น ทำให้รู้สึกสบายใจ และเท่าที่ได้ไปบรรยายในที่ต่างๆก็ยังไม่เคยมีคำถามที่ไม่พอใจหรือไม่เห็นด้วย คำถามส่วนใหญ่จะเป็นข้อสังสัยหรือกังวล เมื่อชี้แจงแล้วก็บอกว่ามีความเข้าใจมากขึ้นและเห็นว่าเป็นประโยชน์ ดิฉันเองก็พยายามบอกในที่ประชุมต่างๆว่าดิฉันก็ยอมรับว่าTQFไม่ได้สมบรูณ์100% แต่เราต้องมีจุดเริ่มต้น มีจุดอ่อนหรือปัญหาอะไรก็นำมาทบทวนเพื่อพัฒนาให้สมบูรณ์ ดิฉันยินดีที่จะรับคำแนะนำ
ในภาพรวมที่ดิฉันได้พบมา ขอเรียนว่า ชาวมหาวิทยาลัยมีทัศนคติที่ดีและเห็นประโยชน์ ทำให้มีกำลังใจในการขยายผลโดยได้รับความกรุณาจากท่านอธิการบดีสุจินต์อนุญาตให้ไปบรรยายในที่ต่างๆ
จืงขออนุญาตนำเรียนให้ท่านอ.จ.ทราบและเพื่อให้คำแนะนำด้วย
จิรณี
ขอนำช่าว อจ. มหาวิทยาลัยรวมตัวกันคัดค้าน TQF มาเก็บไว้ด้วย อ่านได้ที่ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1266410075&grpid=01&catid=
วิจารณ์
เรียน อาจารย์วิจารณ์
ได้เคยฟังการบรรยายของ สกอ. เกี่ยวกับ TQF ที่มาบรรยายให้ความรู้ที่มหาวิทยาลัย ทำให้เห็นว่าจริงแล้ว TQF เป็นสิ่งที่คอยเตือนให้อาจารย์ที่จัดการเรียนการสอนรายวิชา/หลักสูตร ให้คำนึงถึงหลักการจัดการศึกษา ฟังแล้วนึกถึงไตรยางค์ทางการศึกษา ที่ประกอบด้วย 1. Educational objectives, 2.Learning experiences และ 3.Evaluation ซึ่งมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน คนที่จะเป็นครูที่ดี หรือออกแบบการเรียนการสอน หรือหลักสูตรที่ดีนั้น จำเป็นจะต้องเข้าใจหลักการศึกษาพื้นฐานนี้
แต่เป็นความจริงอย่างหนึ่งที่อาจารย์มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ไม่มีพื้นฐานด้านการศึกษา ยกเว้นอาจารย์ในสาขาการศึกษา เพราะจะจบในสาขาเฉพาะทางมา บางคนก็อาจไม่เคยได้รับการอบรมด้านการศึกษา หรือไม่ก็ไม่สนใจหลักการศึกษา เคยได้ยินอาจารย์มหาวิทยาลัยวุฒิปริญญาเอกและสอนหนังสือมานาน ถามว่าเวลาจะออกข้อสอบวัดนักศึกษา เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราจะต้องออกข้อสอบวัดอะไรบ้าง ซึ่งถ้าคนเข้าใจหลักการศึกษา ก็จะตอบได้ว่าจะต้องกลับไปดูวัตถุประสงค์ของรายวิชานั้น ตั้งไว้อย่างไร ต้องการให้ผู้เรียนบรรลุอะไร มีคุณลักษณะอย่างไรเมื่อเรียนจบรายวิชานี้ ทำให้นึกสงสัยว่า แล้วตอนอาจารย์ร่วมสอนวิชานี้ อาจารย์จัดการเรียนสอนได้ตอบสนองกับวัตถุประสงค์ของวิชานี้หรือไม่ แต่ก็ยอมรับอย่างหนึ่งว่า ระบบTQF ทำให้ภาระด้านเอกสารเพิ่มขึ้น และบังคับให้อาจารย์ต้องทำในหลายๆ อย่างที่อาจารย์บางท่านก็ละเลยค่ะ (พูดในฐานะบุคลากรสายสนับสนุนที่เห็นพฤติกรรมการสอนของอาจารย์บางท่าน บางท่านเท่านั้นค่ะ ที่เป็นครูที่ดีก็มีเยอะค่ะ)
และที่มีอาจารย์ผู้หนึ่งกล่าวว่า TQF จะทำให้หลักสูตรที่ไม่ได้มาตรฐานกลับดูดีขึ้นนั้น ก็อาจจะเป็นไปได้ ถ้าผู้รับผิดชอบหลักสูตรนั้นเข้าใจหลักการศึกษา และเข้าใจวิธีเขียนแบบฟอร์มต่างของ TQF ให้สอดคล้องกัน แต่ความจริงแล้วไม่ได้ทำตามที่เขียนไว้ เห็นด้วยว่าTQF มีจุดบกพร่อง แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีที่จะมีการควบคุมคุณภาพของหลักสูตร สำหรับปัญหาของการนำไปใช้ และในบางส่วนที่ยังไม่เหมาะสม ก็คงต้องช่วยกันปรับเพื่อให้ TQF เป็นเครื่องมือที่ดีที่ช่วยพัฒนาการศึกษาของชาติ เห็นด้วยที่จะมีการปรึกษาหารือกันค่ะ (จริงๆแล้ว ไม่จำเป็นต้องรอให้มี TQF เป็นหน้าที่ของครูบาอาจารย์ที่จะต้องคิดทำ เพื่ออนาคตของชาติ)