อีกหนึ่งคนที่ร้องไห้ ในความปลื้มปิติต่อในหลวง

  ติดต่อ

  ภาพที่ในหลวงทรงโบกพระหัตถ์ และภาพที่เห็นรอยแย้มพระสรวลที่เปี่ยมไปด้วยพระเมตตานั้น เป็นภาพที่ไม่รู้จะพูดอะไรออกมาได้ ตัวเองนอนดูโทรทัศน์ น้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว ยกมือไหว้หน้าโทรทัศน์อยู่คนเดียว ไม่ได้รู้สึกว่าน่าอายเลยสักนิด   

 

            อาจจะช้าเกินไปสำหรับการเขียนบันทึกในเรื่องนี้ แต่ไม่เขียนก็คงไม่ได้ สืบเนื่องจากเมื่อวันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2549 ที่ผ่านมาตอนเช้ามีโอกาสได้ไปร่วมพิธีถวายพระพรที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ช่วงเวลา 8.00 - 9.30 น. แล้วทางพิธีกรได้ประกาศให้ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำความดีเพื่อในหลวง ตัวเองได้รีบขับรถกลับบ้าน เพื่อจะได้ดูการถ่ายทอดสดเหตุการณ์สำคัญของประเทศไทยเรา นั่นคือ รอดูในหลวงที่จะออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งเหตุการณ์ประวัติศาสตร์อย่างนี้ ครั้งนี้ถ้าจำไม่ผิดคือเป็นครั้งที่ 3 ของรัชกาลองค์ปัจจุบัน

            ช่วงเวลาที่ขับรถกลับบ้าน ก็ฟังถ่ายทอดสดทางวิทยุ ว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไรบ้าง ในหลวงจะเสด็จมาหรือยัง กลัวจะดูไม่ทัน มาถึงเวลาที่ดูถ่ายทอดสดนั้น ก็ดูอย่างใจจดใจจ่อ นอนดูโทรทัศน์อยู่คนเดียว หลังจากฟังพระราชกระแสรับสั่งเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาสำคัญที่ในหลวงเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ตามที่เฝ้ารอดูนั้น ภาพที่ในหลวงทรงโบกพระหัตถ์ และภาพที่เห็นรอยแย้มพระสรวลที่เปี่ยมไปด้วยพระเมตตานั้น  เป็นภาพที่ไม่รู้จะพูดอะไรออกมาได้ ตัวเองนอนดูโทรทัศน์ น้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว ยกมือไหว้หน้าโทรทัศน์อยู่คนเดียว ไม่ได้รู้สึกว่าน่าอายเลยสักนิด คิดว่าคนไทยแทบทุกคนที่จะรู้สึกเหมือนกัน ยิ่งอ่านบันทึกของหลายท่านว่าร้องไห้ด้วยแล้ว ก็รู้ว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกอย่างนี้ไปคนเดียว ดูโทรทัศน์แล้วก็ถ่ายภาพจากโทรศัพท์มือถือเก็บเอาไว้ อยากเก็บภาพนี้ไว้ดูนาน ๆ เลยเอาภาพที่ทำเสร็จแล้วมาให้ชมกันด้วย อาจจะไม่ค่อยชัดนักเพราะถ่ายใช้โทรศัพท์ถ่ายจากโทรทัศน์อีกที

            มีอีกเรื่องประทับใจที่ลืมเล่าไป ระหว่างที่นอนดูน้ำตาไหล และยกมือไหว้หน้าจอโทรทัศน์ไปหลายครั้งนั้น น้องชายโทรศัพท์มาหา (น้องชายคนนี้ได้มีโอกาสทำงานอยู่ที่วังไกลกังวล หลายครั้งที่ท้อแท้เรื่องงาน ก็จะคิดแต่ว่า จะมีสักกี่คนที่ได้รับใช้ในหลวงได้ใกล้ชิดอย่างนี้ จึงทำให้น้องชายคนนี้ยังทำงานที่นั่นต่อไป) ปกติน้องชายคนนี้จะเป็นคนใจแข็ง ไม่ค่อยหวั่นไหวกับเรื่องอะไร คำพูดที่คุยกันกับน้องชาย (อาจจะไม่ค่อยสุภาพนัก แต่ไม่หยาบคาย) คือ

            น้องชาย : ทำไรอยู่ ดูโทรทัศน์อยู่ป่าว
            ตัวเอง : ดู แล้วแก ล่ะ

            น้องชาย : อืม ดูอยู่ เป็นไงมั่ง
            ตัวเอง : อืม ร้องไห้เลย ไม่รู้ทำไม แก ล่ะ

            น้องชาย : เออ เหมือนกัน
            ตัวเอง : เออ รักในหลวงเนาะ

            น้องชาย : เออ
            ตัวเอง : แค่นี้นะ จะดูโทรทัศน์ แล้วจะโทรหา

            น้องชาย : อืม

            เป็นอีกเรื่องที่เราคิดอะไรตรงกัน 

            RO_NUQA

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน NU Staff .. RO

หมายเลขบันทึก: 33733, เขียน: , แก้ไข, 2013-09-06 17:25:27+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 5, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #ปี#ในหลวง#พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว#60#ฉลองครองราชย์

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (5)

  • ขอขอบคุณอาจารย์ RO_NUQA                      
  • ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
  • ขออนุโมทนาในกุศลเจตนาของอาจารย์ที่บูชาพระบุคคลผู้ควรบูชาคือ พระเจ้าอยู่หัว...พระผู้ทรง(ทศพิธราช)ธรรม
  • เชิญชมภาพพลุจากสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ฝ่ายดิจิทัล เป็นภาพชุด "เรารักในหลวง"
    >>>>> โปรดคลิกที่นี่ <<<<<
PAN
เขียนเมื่อ 

ใช่ค่ะ ร้องไห้เหมือนกัน คิดว่าโชคดีที่เกิดมาเป็นคนไทย ได้เกิดมาใต้ร่มพระโพธิสมภาร(ไม่รู้พิมพ์ถูกป่าว)ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

แป้น มอ.

kim
IP: xxx.155.14.4
เขียนเมื่อ 
โอ : ภาพที่ในหลวงทรงโบกพระหัตถ์ และภาพที่เห็นรอยแย้มพระสรวลที่เปี่ยมไปด้วยพระเมตตานั้น เป็นภาพที่ไม่รู้จะพูดอะไรออกมาได้ ตัวเองนอนดูโทรทัศน์ น้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว ยกมือไหว้หน้าโทรทัศน์อยู่คนเดียว ไม่ได้รู้สึกว่าน่าอายเลยสักนิด
kim :  เป็นเหมือนกัน น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว..
ครูหนิง
IP: xxx.19.32.138
เขียนเมื่อ 

           ภาพที่ในหลวงทรงโบกพระหัตถ์ และภาพที่เห็นรอยแย้มพระสรวลที่เปี่ยมไปด้วยพระเมตตานั้น เป็นภาพที่ไม่รู้จะพูดอะไรออกมาได้ ตัวเองนอนดูโทรทัศน์ น้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว ยกมือไหว้หน้าโทรทัศน์อยู่คนเดียว ไม่ได้รู้สึกว่าน่าอายเลยสักนิด

      สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดกับประชาชนชาวไทยทุกคนทั้งประเทศ แสดงให้เห็นถึงความรักความผูกพัน ความศรัทธา ความเคารพรัก ความจงรักภักดีต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีความเปี่ยมล้นอยากที่จะพรรณนาได้  ประวัติศาสตร์จะต้องจารึกเหตุการณ์ในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ไปตราบนานเท่านาน และจะอยู่ในใจของคนไทยตลอดไป.

        ning : มีความรู้สึกไม่ต่างกัน

Oh O
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณทุก ๆ ความเห็นค่ะ

  • ขอบคุณท่านอาจารย์หมอวัลลภ ที่คอยติชมอยู่เสมอ
  • ขอบคุณคุณแป้น มอ. ที่มาให้กำลังใจกันบ่อยครั้ง
  • ขอบคุณพี่ตุ๊ก (KIM) ที่เราใจตรงกัน
  • ขอบคุณพี่หนิงค่ะที่คอยส่งข่าว GotoKnow V.2 นี้เปลี่ยนไปค่อนข้างมาก แต่การใช้งานง่ายนะคะ ลองค่อย ๆ ใช้ดู ถ้ามีปัญหาสอบถามมาที่โอโดยตรงก็ได้ค่ะ คิดถึง ๆๆ