หากตอนนี้ ผมยังนอนเอกขเนก อยู่บนเตียงนุ่ม ๆ ที่ กทม. คงไม่ได้เห็นบรรยกาศแบบนี้ ที่เห็นแม่น้ำที่กว้างใหญ่ และทิวไม้เขียวขจี สลับขับขานรับกับเสียง นกร้องเจื้อยแจ้ว อยู่บนยอดไม้ เพราะวันนี้ จะมีการแสดง ดนตรีไทย ที่ถือว่างานใหญ่ที่ต้องเตรียมตัว

                ตอนนี้ เหล่าสมัครพรรคพวก กำลังขนเครื่องดนตรีไทย ออกไปที่เวทีริมน้ำกันพอสมควรแล้ว ต่างคนต่างลองเครื่องดนตรี เทียบเสียง กันไปมาเพื่อให้เข้าจังหวะ นักระนาด เจ้าของฉายาระนาดน้ำแข็ง " บี " นักระนาดหญิงประจำวง เธอมีอีกฉายาว่า " ขาใหญ่ " ไม่ใช่เพราะเธอเป็นอิทธิพล อะไรหรอกน่ะ แต่เพราะเธอขาใหญ่นั่นเอง หรือดังอีกฉายาที่ผมว่า " ระนาดขาใหญ่ "

 

                  5 โมงเย็นแล้ว แต่งานเริ่มมาตั้งแต่ 3 โมงเย็น แต่ว่าดนตรี ยังไม่ได้ถึงเวลาบรรเลง เหล่านักดนตรี ร่วม 30 ชีวิต จึงพากันไปกินข้าวฟรี ที่ทางเจ้าภาพจัดให้ และไม่ธรรมดา เป็นโต๊ะจีน พิเศษ 4 โต๊ะ ไม่น้อยน่า กว่าแขกอื่น ๆ แต่ตัวผม คนประจำเครื่องเป่า กินเยอะไม่ได้ เดี๋ยวลมจะไม่มีเป่า โดยเฉพาะ " ปี่ใน " เกรงว่ากินมากจะไม่มีลม เอิ๊ก...

                  6 โมงครึ่ง หลังจากสมาชิกได้ ทานอาหารฟรี กันแล้ว ก็มานั่งประจำวง ประจำเครื่องดนตรี ของแต่ละคน วงปี่พาทย์ และ เครื่องสาย อยู่ห่างกันประมาณ เมตรกว่า แต่ก็ยังหันหน้ามาคุยกันได้ ..... ตอนนี้ก็รอเวลาที่จะพร้อมเพรียงกัน นักร้อง และ นักดนตรีไทย พร้อมแล้ว ตอนนี้ ก็จะประชุมกันว่า จะเริ่มอะไรเป็นเพลงแรก ..... ตกลงว่าจะขึ้นด้วยทำนองเร็วเพื่อจับความสนใจ จากแขกเบื้องล่าง .....

                  ตอย............................แล็ต...  สิ้นเสียงปี่ใน อันก้องกังวาล ระนาดเอก ขยี้รับอย่างเมามัน ราวกับว่า ไม่มีใครเร็วเท่าข้าได้อีก ต่อด้วยรับท่อน ทั้งวง นักระนาดทุ้ม ฉายา "  ทุ้มเมา " ก็เมาได้อย่างสมชื่อจริง รับต่อด้วย ............  (อ่านต่อ ตอน 2)