ขอบอกเล่าตัวเอง เตือนตัวเอง ตั้งหลักดีๆ ความสำเร็จก็ไม่ไกล

คืนนี้ตั้งอกตั้งใจจะหยิบเอาวิทยานิพนธ์มานั่งทำครับ แต่สุดท้ายก็ได้แค่เปิดไฟล์ เขียนต่ออะไรไม่ได้เลย ฮือ เหตุผลง่ายๆ ครับคือ ข้อมูลดิบหมดสมอง ฮา ต้องให้เวลากับการอ่านๆๆๆๆ เพื่อจุดประเด็นสำหรับการเขียนเพิ่ม (ข้อมูลเต็มเครื่องครับ แค่ให้เวลาอ่าน แต่ก็ทำไม่ได้จริงๆ) สุดท้ายเลยต้องเปิดบล็อกมาเขียนบันทึกระบายอารมณ์ก่อน

ช่วงนี้อะไรๆ ก็ต้องรีบเร่งครับ ทำอะไรต้องให้เข้าเป้า ตรงจุดที่สุด ไม่ทำอะไรสะเปะสะปะ เหมือนคำถามของท่านอธิการบดีเมื่อวาน ที่เมื่อมีข้อเสนออะไรเกิดขึ้น ท่านก็มองมาที่ผมแล้วถามว่า มีผลต่อด้านการประกันคุณภาพหรือเปล่า ในขณะเดียวกันท่านรองอธิการบดีฝ่ายบริหารก็พยายามเตือนสติคนทำงานทุกคนว่า ในช่วงนี้ทุกคนต้องระลึกว่า เรากำลังทำงานภายใต้ความกดดัน ทุกอย่างต้องยิงอย่างแม่นๆ ให้เข้าเป้าทุกเม็ดทุกดอก

ประเด็นสำคัญคือ ทุกคนต้องตอบให้ตรงกันว่า เป้ามันอยู่ตรงไหน อะไรคือเป้าหนึ่ง เป้าสอง ไม่ใช่นึกอะไรออก ก็ทำก่อน วุ่นๆ ก็เลยลืมเป้าสำคัญ ซึ่งในช่วงเวลานี้ผมก็ย้ำกับทุกคนว่า ให้เน้นคุณภาพเชิงกระบวนการ เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างความยั่งยืนให้กับผลผลิตของงานทั้งปวง

สองวันมานี้ นึกถึงวัจนะหนึ่งของท่านศาสนทูต (ซ.ล) ที่ท่านกล่าวไว้ว่า หากมีขวากหนามขวางถนนอยู่ แล้วเราเดินผ่านไปโดยไม่ขจัดมันออก เราจะมีความผิดตลอดไปจนกระทั่งมีคนมาหยิบมันออกไปจากถนน (ความหมายประมาณนี้ครับ)

(ฮือ ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่า เที่ยงวันนี้มีท่านอาจารย์นำเสนอประเด็นจากวัจนะนี้เพื่อเตือนสติหลังละหมาดซุฮรี แต่ไปอีกนัยยะหนึ่ง) 

"ในองค์กร ใครเจออุปสรรค์ก่อน ก็ต้องขจัดมันออกไป เพื่อไม่ให้คนที่ตามมาภายหลังต้องประสบอีกครับ" 

เวลานี้คงไม่ใช่เวลาที่จะบอกว่า หนามกองนั้น ฉันเดินหลบได้ ฉันก็ไม่จำเป็นต้องเขี่ยมันออก คนที่ควรเขี่ยออกคือคนที่เดินข้ามไม่ผ่าน แต่ที่ต้องระวังคือ ถ้าเราเดินไปแล้วเจอแต่หนามอยู่คนเดียว เหมือนกำลังเดินนำหน้าคนอื่นอยู่ ให้ลองพิจารณาดูว่า ใช่เราเดินนำหน้าอยู่จริงหรือเปล่า หรือว่าเราเดินหลงไปทางอื่นอยู่ ฮาฮา

บางที (บางทีนะครับ) ถ้าทุกคนย้อนกลับไปมองเป้า เราก็จะพบว่า มันไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลย ไม่ต้องไปทำโน้นทำนี้ให้มันยุ่งยาก เราก็สำเร็จได้ สำคัญจริงๆ คือ อย่าหลงทาง