อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

เคยชอบ เรื่องสั้นเรื่องหนึ่ง เนื้อหาเน้น เกี่ยวกับ การมองโลกในแง่ร้าย

 

โดยคิดร้ายที่สุดเท่าที่เราจะคิดได้ แล้วเตรียมแผนการรองรับ สิ่งร้าย ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับเรา

 

สถานการณ์ปัจจุบัน วันนี้ เวลานี้ ภริยาไปประชุมที่โคราช

 

จำลองสถานการณ์ ไม่มี ภริยา เพียงสองวัน อยู่กับลูก 2 คน

 

ในฐานะคนเป็นพ่อ จะทำอะไรได้บ้าง ?

 

แน่นอน อาหารการกิน แทบจะฝากไว้กับร้านอาหาร

 

อาหารที่แลกมาด้วย “เงิน” ซึ่งแหล่งใหญ่จะมาจากภริยา

 

หากไม่มีภริยาหล่ะ แหล่งเงินก็ต้องหดหายไปด้วย

 

พ่อ ลูก สิ่งมีชีวิตทั้งสามจะดำรงชีพอยู่เช่นไร ?

 

การมองโลกในแง่ร้าย สุด สุด เป็นผลดี ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง

 

ภริยา ค่อนข้างเตรียมการได้ดี สำหรับสถานการณ์เลวร้ายสุด สุด

 

พ่อลูกคงไม่ลำบากหากไม่มีแม่

 

ในทางตรงกันข้าม หากไม่มีพ่อ แม่ลูกก็คงไม่ลำบากเช่นเดียวกัน (ทดลอง 6 ปีที่พ่อไปเรียนต่อ แม่ลูกก็อยู่ได้)

 

หากไม่มีพ่อ และ แม่ ลูกทั้งสองก็ต้องได้รับสิ่งที่พ่อและแม่ตระเตรียมการไว้เช่นเดียวกัน

 

เพียงพอที่จะดำรงชีพให้ครบยี่สิบปี แล้วได้รับทรัพย์อันแลกด้วยชีวิตพ่อ หรือ แม่

 

เงินประกันชีวิต, เงินสงเคราะห์ต่าง ๆ ที่พ่อแม่ทำไว้ให้ลูก

 

ไม่ได้มากมายเสียจนลูกไม่ต้องทำอะไร? แต่ก็เพียงพอที่จะใช้เป็นต้นทุนในการดำเนินชีวิตต่อไป

 

ไม่แปลกใจที่ผมต้องคิดถึงความตายอยู่ตลอดเวลา หากมันมาเยือนผม หรือ ภริยา

 

การป้องกันแม้ไม่รัดกุม แต่ก็ครอบคลุมชีวิตลูกทั้งสองคนได้จนถึงยี่สิบปี กรณีไม่สุรุ่ยสุร่าย

 

ความตาย มาไม่ช้า ก็ เร็ว

 

แต่เมื่อมันมา มันมาตรงเวลาเสมอ