อัลฮัมดุลิลลาห์ สำหรับการเดินทางไปยัง ม.วลัยลักษณ์ นครศรีฯ เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาครับ สำหรับผมต้องเรียกว่า คุ้มสุดคุ้มจริงๆ ครับ เพราะเดิมคิดว่า ประเด็นหลักคงจะไปคุยเรื่องโปรแกรมสำหรับการบริหารจัดการสำหรับ มอย. กับ รศ.ดร.ชัยรัตน์ ศิริพัธนะ แต่อาจารย์ท่านให้เกิดกว่าที่หวังครับ เพราะท่านประสานงานกับทางส่วนส่งเสิรมวิชาการ ซึ่งถ้าคิดๆ ไปก็คงจะเป็นหน่วยงานเดียวกับที่ผมรับผิดชอบตอนนี้ครับ คือ สำนักบริการการศึกษา ซึ่งหน่วยงานนี้ก็รับผิดชอบงานประกันคุณภาพการศึกษาเหมือนกัน
ด้วยความวุ่นๆ ของชีวิตช่วงนี้ ทำให้หลังจากส่งหนังสือประสานงานไปก็ไม่ได้มีการติดต่อกับทาง มวล.เลย เช้าวันออกเดินทางก็เริ่มหวั่นๆ ฮา (กลัวอาจารย์จะลืม) จึงโทรไปแจ้งการเดินทางครับ ได้คำตอบจากอาจารย์ว่าเตรียมไว้พร้อมรอรับคณะแล้ว
จากการคำนวนเวลาก็คิดว่าจะถึงไปประมาณบ่ายโมงครับ (ช้ากว่ากำหนดการ) ทางอาจารย์เลยติดต่อฝ่ายที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนกำหนดการเป็นบ่ายสอง แต่ไม่รู้ด้วยอะไรครับ อาจจะเป็นเพราะบรรยากาศการคุยกันบนรถของคณะผู้เดินทางที่มีความรับผิดชอบงานในลักษณะเดียวกันหรือเปล่าก็ไม่รู้ เราไปถึงก่อนกำหนดครับ
(วงสนทนาอย่างพี่น้อง ที่ร้านอาหาร ซึ่งถ้าผมจำไม่ผิดชื่อว่า ร้านบังเจ้าเก่า เส้นทางไปมวล. ครับ)
ออ. ก่อนถึงที่หมายแวะปั๊ม ปตท.ที่ร่อนพิบูลครับ ดูบรรยากาศปั๊มก็คิดไว้ว่า นี่มันใกล้กับบ้านเพื่อนตรูนี่หว่า โดยโทรหาเพื่อนสักหน่อย วางสายจากเพื่อน เข้าห้องน้ำ ออกมาก็ประหลาดใจครับ เพราะเพื่อนผมมันมายืนรออยู่ที่หน้าห้องน้ำแล้ว ฮา แถมมากับจักรยานครับ ฮือ แต่ก่อนรู้สึกว่าระหว่างบ้านกับปั๊มนี้มันไกลนะครับ ทำไมตอนนี้มันใกล้กันมากจริงๆ
เนื่องจากไปถึงก่อนเวลา เลยเปลี่ยนกิจกรรมครับ ไปทานข้าวนอก มวล.ครับ โดยทางอาจารย์ชัยรัตน์นำเสนอร้าน (ประจำของท่าน) โดยทาง มอย.ได้รับไกด์กิตติมาศักดิ์นำทางครับ คือ อ.ซากีรีน สุมาลี รุ่นพี่ที่น่ารักของผมเอง ฮิฮิ (เราเจอและคุยกันบ่อยครับทาง facebook)
(ทีมงานของ อ.ชัยรัตน์ มาร่วมพูดคุยอย่างพร้อมหน้าครับ ส่วน อ.คอเหล็ดและ อ.ปรัชญา จดจ่อกับอะไรเอ๋ย....)
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้ไปถึง มวล.ครับ (เหลือเชื่อ ไปมาทุกทิศทั่วไทยแล้ว เหลือไว้ได้งัย ฮือ งงเหมือนกัน) ไปถึงแล้วก็ตรงไปที่ตึกอธิการบดีครับ (ลืมชื่อห้องแล้ว) ท่านอาจารย์ชัยรัตน์ให้ผมนั่งบนเวทีด้วย บอกว่าให้เป็นเวทีคุย ดังนั้นต้องมาร่วมคุยกันข้างบน ดูกำหนดการแล้วตกใจมาก กลายเป็นงานใหญ่เลยครับ เพราะเราได้รับเกียรติจากรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ (ศ.ดร.ธีระยุทธ กลิ่นสุคนธ์) มาคุยกับเราด้วย น่าประทับใจครับ ท่านมีไมตรีจิตให้เรามากๆ ครับ จากนั้นก็ได้คุยกับทีมงานประกันของส่วนส่งเสริมวิชาการครับ นำโดย หัวหน้าส่วนครับ คุณกรมาศ สงวนไทร เนื่องจากเป็นการคุยแลกเปลี่ยนครับ ทำให้ประเด็นการคุยลงลึกได้ในหลายประเด็นมากครับ
(เริ่มการคุยอย่างเป็นทางการกับ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการครับ)
ผมสรุปไว้ในที่ประชุมอย่างนี้ครับว่า เชื้อโรคอาจจะมีหลายตัวที่เหมือนกันครับ แต่เนื่องจาก มวล.มีภูมิคุ้มกันและมีร่างกายที่แข็งแรง ทำให้เชื้อโรคทำอะไรไม่ค่อยจะได้ครับ ต่างกับเราที่บางทีภูมิคุ้มกันไม่ค่อยจะแข็งแรง พอเชื้อเข้า อาการมันเลยมากหน่อย ฮือ แต่เชื้อหนึ่งที่เรามี แต่ มวล.ไม่มี (มาคิดได้ที่หลังครับ) คือ เราเป็นโรคขาดความรู้เรื่องประกันอย่างหนัก สังเกตได้ว่า ทีมงานประกันจะเป็นคนตอบคำถามให้กับทุกหน่วยงานได้ ต่างกับที่เราไม่สามารถตอบคำถามได้ทันทีต้องเอาไปคุยในที่ประชุมคณะกรรมการ ที่สำคัญบางคำถามในอดีต ตอบไม่เหมือนกับที่ผมคิดว่าน่าจะเ็ป็นคำตอบที่ถูกที่สุด ฮา่ จนถึงวินาทีนี้ ก็ยังมีหลายคำตอบที่ผมตอบ (ในฐานะผู้รับผิดชอบหลัก) ยังตอบขัดๆ กับทีมงานเลย ฮือ อีกจุดเด็นหนึ่งของ มวล. คือ ผู้บริหารที่ลงมาลุยงานเองอย่างออกรสครับ ชัดเจนตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง
แล้วอีกหนึ่งจุดเด่นของ มวล. คือ วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ครับ มันมีความท้าทายให้กับองค์กร ทำให้เกิดกลไกการพัฒนาที่ไม่หยุดยั่งครับ อันนี้ มอย.ต้องเอามาคิดต่อครับ ประเด็นนี้ ผมพบตอนทีมงาน มวล.นำเสนอครับ พอนั่งคุยกับอ.สบรี รองคณบดีวิทย์ฯ ท่านหยิบประเด็นนี้มาคุย ต้องบอกว่า มองเหมือนกันเลยจริงๆ
พอมาประเด็นโปรแกรมสำหรับการบริหารจัดการ อาจารย์ชัยรัตน์นำเสนอเชิงคำถามที่เป็นบทเรียนให้กับ มอย.ได้เยอะมากครับ อย่างแรกคือ ถ้าเราคิดว่าเทคโนโลยีที่ทันสมัยจะแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้ ดังนั้นต้องลงทุนเยอะแล้ว รับรองเราผิดแน่ๆ ท่านยกตัวอย่างว่า หากลงทุนไปร้อยกว่าล้านสำหรับระบบ แต่คนไม่พร้อมใช้ มีวัฒนธรรมการทำงานที่ไม่สอดคล้องกับระบบที่ลงทุนไป กว่าที่เราจะพัฒนาวัฒนธรรมการทำงานให้สอดรับกับเทคโนโลยีที่ลงทุนไป ตอนนั้นเทคโนโลยีที่ลงทุนไปก็กลายเป็นสิ่งที่ล้าสมัยไปแล้ว มันไม่คุ้มครับ มันต้องสร้างความพร้อม ลงทุนแบบน้อยๆ ก่อน เมื่อคนพร้อมรับแล้ว ตอนนั้นแหละครับลงทุนอะไรไปก็คุ้ม
(มาด้วยกันครับ แต่ดูเหมือนว่าคนละมุมกัน (มุมมองเดียวกันแต่นั่งที่นั่งคนละมุม ฮิฮิ))
อันนี้ตรงใจผมมากเลยครับ จำได้ว่า ผมคุยประเด็นนี้ตั้งแต่สมัยร่างกลยุทธด้าน e-university ผมพยายามบอกหลายๆ คนว่า มันต้องค่อยๆ ลงทุน ไม่ใช่พยายามจะให้มหาวิทยาลัยจ่ายเงินก้อนใหญ่ลงมาก แล้วบอกว่า ถ้าให้มาเท่านี้แล้วทุกอย่างเรียบร้อย ซึ่งมันอาจจะไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไปก็ได้ และตัวอย่างที่อาจารย์ท่านยกขึ้นก็น่าจะเป็นบทเรียนให้กับเราได้
นึกถึงตัวเองครับ ติดตั้งระบบ e-learning ในเว็บส่วนตัวมาแล้วสามปี กว่าจะเชิญอาจารย์ท่านอื่นมาร่วมใช้ด้วยได้สำเร็จ สองปีครับ อันนี้ถึงไปถึงประเด็นของการขับเคลื่อนทางด้านนวัตกรรมครับ ทฤษฎีด้านนี้มันบอกเรื่องนี้ชัด ฮือ แต่เมื่อก่อนคนไม่ค่อยเชื่อนักเทคโนฯ อย่างผม ฮา
โปรแกรมที่ อ.ชัยรัตน์ แนะนำคือ Plone ซึ่งผมกลับมาถึงบ้านตอน 23.30 น. สิ่งแรกที่ทำคือ เปิดเน็ทโหลดโปรแกรมนี้มาดูครับ แล้วก็โฟสต์ประเด็นไว้ในเว็บบล็อกของมหาวิทยาัลัย ปรากฏว่าวันนี้ก็เกิดประเด็นคุยกันในวงครับ ผมเริ่มเข้าใจมากขึ้น แต่ยังไม่แน่ใจว่าเข้าใจถูกหรือเปล่า จำได้ว่า ใน g2k มีอาจารย์หลายท่านพูดถึง python ก็เลยคิดว่า ถ้าเอามาใช้แล้วคงมีที่ปรึกษาหลายท่านแน่ๆ
ออ.ประเด็นที่คุยในวงบล็อกของ มอย. คือ Zope กับ Plone ซึ่งตอนนี้ ผมคิดว่ามันอันเดียวกัน ซึ่งแสดงว่า มันน่าจะทำให้เดินหน้าได้เร็วขึ้น
(รอบนี้ผมบอกทีมงานว่า ผมอยากได้ของที่ระลึกเป็นส้มโชกุนสำหรับอาจารย์ชัยรัตน์และทีมงานครับ)
ผมขอเวลาอาจารย์ชัยรัตน์ไว้สักสองสามสัปดาห์ครับ สำหรับทดลองใช้โปรแกรม ซึ่งหลังจากนั้นจะเชิญอาจารย์มาให้ข้อมูลในเชิงลึกอีกครั้งหนึ่งในฐานะที่ปรึกษาหลักของเราละครับ
ขอบคุณมิตรภาพดีๆ ที่เกิดขึ้นครับ ขออัลลอฮ์ตอบแทนความดีแด่ท่าน
ปล. ไป มวล. ทำให้ทราบว่า ศิษย์เก่า มอ.ปัตตานีทำงานอยู่ที่นี่หลายท่านทีเดียว เฉพาะในส่วนงานนี้ก็หลายท่านเลยครับ พอๆ จะจำหน้ากันได้ แต่จำไม่ได้ว่าใครรุ่นพี่ใครรุ่นน้อง หรือว่ารุ่นเดียวกัน ซึ่งวิธีพิสูจณ์ง่ายครับ ถามรหัสนักศึกษา ฮา สุดท้ายผมรุ่นน้อง แต่ทำไมรุ่นพี่ๆ ที่ทำงาน มวล. หน้าอ่อนกว่าผมทั้งนั้นเลย ฮา ไม่ได้แล้วต้องไปทำหน้าเด็กสักหน่อยแล้ว ฮา
ขอบคุณครับอาจารย์ Ibm ครูปอเนาะ ڬوروفوندق
ผมว่าผมเองยังรู้ยังไม่มากเรื่องประกัน ต้องกลับไปเปิดคู่มือ กองโตบนโต๊ะเสียแล้ว
กองมาเป็นปีแล้ว
ขอบคุณครับ คนตานี
เป็นปัญหาโดยรวมครับ และวันที่ 23 นี้จะมีเวิร์คชอปเรื่องนี้ครับ อย่าลืมเข้าร่วมกิจกรรมด้วย
แม้จะยุ่งและสารพันกับงานต่างๆก็อดไม่ได้ที่จะมาเกาะิดติดตามความเคลื่อนไหวความเป็นไปของมหาวิทยาลัยครับ ขอเป็นกำลังใจให้นะครับแม้ช่วยอะไรไม่ได้มาก อิอิ
อ๋อ...การคิดตามช้างครั้งนี้คงเป็นนิมิตหมายอันดีครับ ขอความราบรื่นจากพระองค์ครับ
ขอบคุณครับอาจารย์ เสียงเล็กๆ فؤاد
เอ๋ะ ช่วงนี้ยุ่งกับงานอะไรครับ
สลามครับ เป็นความสำเร็จน่าชื่นชมมาก
รศ.ดร.ชัยรัตน์ ศิริพัธนะ เราเรียนมศ.4-5ด้วยกันที่เบญจมราขูทิศ เขาเอนติดมอ.
ผมไปต่อ ปวช เกษตร ตั้งแต่จบยังไม่เจอกันที
ไปวลัยลักษณ์ น่าจะไปทางสงขลา ใกล้กว่า เกือบ 50 กม
ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับคุณ เบดูอิน
เป็นการเริ่มต้นที่ดูดีครับ ฮิฮิ
ขอบคุณครับพี่ เกษตรยะลา
วันนั้นไปทาง อ.หาดใหญ่ เข้าพัทลุง ร่อนพิบูลย์ครับ ผมก็ว่าทางนี้ไกลเหมือนกัน แต่ไม่ทราบว่าโชเฟอร์คิดยังงัย ที่แน่ๆ เหยียบ 140 เป็นมาตรฐาน
ช้างคืออะไร? คำตอบของชายตาบอดชาว indostan น่าคิดมากครับ
ขอบคุณครับ ผอ.อ.อาลัม
คำตอบของชายตาบอด ว่าอย่างไรครับ
นำความรักมามอบให้ค่ะ อาจารย์ อากาศร้อนมาก ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ
ขอบคุณครับคุณหมอ หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ
ขอให้มีความรักที่สดใสในทุกๆ วันครับ ดูแลสุขภาพด้วยเช่นกันครับ
สลามครับท่านอาจารย์จารุวัวน์ สนับสนัน เกษตรยะลา ไปวลัยลักษณ์ ทางสงขลาไกล้กว่ากันเยะครับท่าน
เห็นบรรยากาศสนทนาวิชาการ
ของนักวิชาการอิสลามแล้วชื่นใจ ...อัลฮัมดูลิลลาฮ์