ประโยชน์ที่ได้จากเทคโนโลยีสารสนเทศ

   ความเป็นอยู่ในปัจจุบันเกี่ยวข้องกับสารสนเทศต่างๆ มากมาย  การอยู่รวมกันเป็นสังคมของมนุษย์ทำให้ต้องเสียเวลาในการสื่อสารถึงกัน ต้องติดต่อและทำงานหลายสิ่งหลายอย่างร่วมกันสมองของเราต้องจดจำสิ่งต่างๆ ไว้มากมาย
ต้องจดจำรายชื่อผู้ที่เราเกี่ยวข้องด้วย  จดจำข้อมูลต่างๆ ไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในภายหลัง  สังคมจึงต้องการความเป็นระบบที่มีรูปแบบชัดเจน เช่น การกำหนดเลขบ้าน  ชื่อถนน  อำเภอ  จังหวัด  ทำให้สามารถติดต่อส่งจดหมายถึงกันได้  เลขบ้านเป็นสารสนเทศอย่างหนึ่งที่ใช้งานกันอยู่
          เพื่อให้สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์เป็นระบบมากขึ้น  จึงมีการจัดการสารสนเทศเหล่านั้นในลักษณะเชิงระบบ
เช่น  ระบบทะเบียนราษฎร์  มีการใช้เลขประจำตัวประชาชน ซึ่งมีเลขรหัส 13 ตัว  แต่ละตัวจะมีความหมายเพื่อใช้ในการตรวจสอบ เช่น แบ่งตามประเภท  ตามถิ่นที่อยู่  การเข้ารับการตรวจรักษาในโรงพยาบาลก็ต้องมีการลงทะเบียน  การสร้างเวชระเบียน  ระบบเสียภาษีก็มีการสร้างรหัสประจำตัวผู้เสียภาษี  นอกจากนี้มีการจดทะเบียนรถยนต์  ทะเบียนการค้า  
ทะเบียนโรงงาน ฯลฯ
          การใช้สารสนเทศเกี่ยวข้องกับทุกคน  การเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศจึงมีความจำเป็น  ปัจจุบันเราใช้จ่ายเงินซื้อสินค้าด้วยบัตรเครดิต  เบิกเงินด้วยบัตรเอทีเอ็ม  การโอนย้ายช้อมูล  ในลักษณะอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวข้องกับเรามากขึ้น
          เทคโนโลยีสารสนเทศจึงเป็นเทคโนโลยีแห่งศตวรรษนี้  ที่ใช้ในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูล  ข้อมูลจำนวนมากได้รับ การบันทึกไว้ในรูปแบบที่ให้เครื่องจักรอ่านได้  เช่นอยู่ในแถบบันทึกไว้ในรูปแบบที่ให้เครื่องจักรอ่านได้  เช่น อยู่ในแถบบันทึก  แผ่นบันทึก  แผ่นซีดีรอม  ดังจะเห็นเอกสารหรือหนังสือ  หรือสารานุกรมบรรจุในแผ่นซีดีรอม  หนังสือทั้งตู้อาจเก็บในแผ่นซีดีรอมเพียงแผ่นเดียว
          การสื่อสารข้อมูลที่เห็นเด่นชัดขณะนี้  และกำลังมีบทบาทมากอย่างหนึ่งคือ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์  ซึ่งคือการส่งข้อความถึงกันโดยผ่านคอมพิวเตอร์ กล่าวคือ  ผู้ใช้นั่งอยู่หน้าจอภาพ  พิมพ์ข้อความเป็นจดหมายหรือเอกสาร  พิมพ์เลขที่อยู่ของไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ของผู้รับแล้วส่งผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์  ผู้รับก็สามารถเปิดคอมพิวเตอร์ของผู้รับเพื่อค้นหา
จดหมายได้และสามารถตอบโต้กลับได้ทันที
          เทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้  เป็นเรื่องที่รวมไปถึงการรวบรวม  การจัดเก็บ  การจัดการข้อมูลและประมวลผลข้อมูล  ข้อมูลที่จัดเก็บ  ต้องมีการตรวจสอบเพื่อความถูกต้อง  จัดรูปแบบเพื่อให้อยู่ในรูปแบบที่ประมวลผลได้  เช่น การเก็บนามบัตรของเพื่อหรือบุคคลที่มีการติดต่อด้วยซึ่งมีจำนวนมาก  เราอาจหากล่องพลาสติกมาใส่
นามบัตร  มีการจัดเรียงนามบัตรตามตัวอักษรของชื่อ  สร้างดัชนีการเรียกค้นเพื่อให้หยิบค้นได้ง่าย  เมื่อไมโครคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาท  ทำให้มีการเปลี่ยนรูปแบบของการจัดในลักษณะบัตรมาเป็นการจัดเก็บข้อมูลไว้ในแผ่นบันทึก  โดยมีระบบการจัดเก็บและประมวลผลลักษณะเช่นเดียวกับที่กล่าว  เมื่อต้องการเพิ่มเติมปรับปรุงข้อมูลหรือเรียกค้นก็นำแผ่นบันทึกนั้นมาใส่ในไมโครคอมพิวเตอร์ทำการเรียกค้น  แล้วแสดงผลบนจอภาพหรือพิมพ  
การจัดการข้อมูลด้วยไมโครคอมพิวเตอร์ทำได้สะดวก  ไมโครคอมพิวเตอร์จึงเป็นที่นิยมสำหรับการจัดการข้อมูลในยุคปัจจุบัน  ขณะเดียกันไมโครคอมพิวเตอร์ก็มีราคาลดลงและมีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น  จึงเชื่อแน่ว่าบทบาทของการจัดการข้อมูลในชีวิตประจำวันจะเพิ่มมากขึ้นต่อไป
          โครงสร้างและรูปแบบของข้อมูลที่ประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์  เป็นโครงสร้างที่จะต้องมีรูปแบบชัดเจนและแน่นอน  การจัดการข้อมูลจึงต้องมีข้อตกลงเฉพาะ  เช่นการกำหนดรหัสเพื่อใช้แยกแยะข้อมูล  รหัสจึงมีความสำคัญ  เพราะคอมพิวเตอร์สามารถแยกแยะข้อมูลด้วยรหัสได้ง่าย  ลองนึกว่าหากมีข้อมูลจำนวนมากแล้วให้คอมพิวเตอร์ค้นหา  โดยค้นหาตั้งแต่หน้าแรกเป็นต้นไป  การดำเนินการเช่นนี้  กว่าจะค้นพบอาจไม่ทันต่อความต้องการการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลจึงต้องมีการกำหนดเลขรหัส  เช่น  รหัสประจำตัวประชาชน  รหัสเลขคนไข้  รหัสทะเบียนรถยนต์  ทะเบียนใบขับขี่  เป็นต้น  การจัดการในลักษณะนี้จึงต้องมีการสร้างระบบเพื่อความหมาะสมกับการทำงานของคอมพิวเตอร์เป็นสำคัญ
     ข้อเด่นของการประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์  นอกจากในเรื่องความเร็วและความแม่นยำแล้ว  ยังเป็นเรื่องของการคัดลอกและแจกจ่ายข้อมูลไปยังผู้ใช้ได้สะดวก  ข้อมูลที่เก็บในรูปแบบสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์สามารถเปลี่ยนถ่ายระหว่างตัวกลางได้ง่าย  เช่น  การสำเนาระหว่างแผ่นบันทึกข้อมูลทำสำเร็จได้ในเวลาไม่นาน
          ด้วยความก้าวหน้าและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคมในยุคขอสารสนเทศ  การปรับตัวของสังคมจึงต้องเกิดขึ้นประเทศที่เจริญแล้วประชากรส่วนใหญ่จะอยู่กับเครื่องจักรเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสารสนเทศ มีเครือข่ายการให้
บริการใหม่ๆ เพิ่มขึ้นหลายอย่าง  ขณะที่เราอยู่บ้าน  อาจใช้โทรทัศน์ติดต่อเข้าระบบเครือข่ายการให้บริการใหม่ เพิ่มขึ้นมาหลายอย่าง ขณะที่เราอยู่บ้าน  อาจใช้โทรทัศน์ติดต่อเข้าระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet) เพื่อขอดูราคาสินค้า  ขอดูข่าวเกี่ยวกับดินฟ้าอากาศ  ข่าวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเมือง  อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา  นอกจากนี้ยังมีระบบการสังซื้อของผ่านทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์  แม่บ้านใช้คอมพิวเตอร์ส่วนตัวที่บ้านต่อเชื่อมผ่านเครือข่ายสายโทรศัพท์ไปยังห้างสรรพสินค้า  เพื่อเปิดดูรายการสินค้าและราคา  แม่บ้านสามารถสั่งซื้อได้เมื่อต้องการ
     บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศที่กำลังเปลี่ยนแปลงสังคมนี้เอง  ผลักดันให้เราต้องศึกษาหาความรู้เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้  กระทรวงศึกษาธิการได้เพิ่มเติมหลักสูตรเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เข้าไปในหลักสูตรมัธยมศึกษาหลายรายวิชา โดยมุ่งเน้นให้เยาวชนของชาติได้มีโอกาสเรียนรู้เทคโนโลยีเหล่านี้  หากไม่หาทางปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีและเรียนรู้ให้เข้าใจ เพื่อให้มีการพัฒนาสังคมไทยได้อย่างเหมาะสม  เราจะตกเป็นทาสของเทคโนโลยี  เราจะเป็นเพียงผู้ใช้ที่ต้องเสียเงินตราให้ต่างประเทศอีกมากมาย