ตอนนี้ผมเองกำลังนึกถึงการใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นในด้านที่เกี่ยวกับดิน หรือการจัดการที่ดินเพื่อการเกษตร อยู่ครับ
- ชุมชนในพื้นที่ศึกษาของผมนั้น เรียกได้ว่า มีความรู้เกี่ยวกับการจัดการที่ดินในเชิงหลักวิชาการ น้อยมาก ครับ โดยเฉพาะเรื่อง การปรับสภาพดินเพื่อลดความเป็นกรด และการใช้ปุ๋ยให้ถูกต้อง แต่อย่างไร เขาก็มีความรู้จากประสบการณ์การเพาะปลูกหลายสิบปี ถ้าให้ผมเองไปปลูกพืชก็คงไม่งามเท่าแน่นอนครับ
การศึกษาด้านการประเมินพื้นที่ด้านเกษตรกรรม โดยใช้องค์ความรู้จากชาวบ้านหรือคนในท้องถิ่น เช่น การศึกษา indigenous knowledge ทางด้าน soil classification หรือ soil fertility evaluation ในปัจจุบันนี้ได้แพร่หลายในหลายๆ ประเทศ รวมทั้งในประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้านด้วยเช่นกัน
- ในความเห็นของผม ผมว่าความรู้ในลักษณะ local knowledges และ local practices เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นต้องศึกษา รวบรวม และเก็บรักษาไว้ ต่อไปผมคิดว่าความรู้เหล่านี้ สามารถนำมาพัฒนาผสมผสานกับความรู้ในเชิงวิทยาศาสตร์ และศาสตร์แขนงอื่นๆ สามารถนำมาใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาประเทศได้อย่างดี
ใจจริงผมเอง อยากจะศึกษาปฏิสัมพันธ์กันระหว่างความรู้ในเชิงวิทยาศาสตร์กับความรู้ของชาวบ้านท้องถิ่น ที่เกี่ยวกับดินหรือการเกษตร
ถ้าผมสามารถกำหนดตัวดัชนีที่ชี้ให้เห็นถึง การเชื่อมโยงระหว่างความรู้ในสองลักษณะนี้ (โดยสามารถพิสูจน์ได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์) ผมคิดว่าสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนในการประเมินสภาพพื้นที่ด้านการเกษตร (โดยไม่ต้องวิเคราะห์หาคุณสมบัติของดินทุกตัว ในห้องแลป) จนถึงการลดความขัดแย้งของแนวความคิดที่แตกต่างกันระหว่างเกษตรกรในท้องถิ่นกับเจ้าหน้าที่ทั้งในเชิงนโยบายและระดับปฏิบัติการ
แม้ว่าแนวความคิดนี้ได้ดำเนินมาเป็นเวลานานแล้วในประเทศไทย แต่ผมถือว่าในทางปฏิบัติยังไม่เป็นประโยชน์ต่อตัวเกษตรกรเองมากนัก ผมว่าการศึกษาเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับความรู้ในท้องถิ่น เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างมาก เนื่องจากเราเคารพ ความรู้ดั้งเดิมของพวกเขาที่ได้จากการปฏิบัติสืบเนื่องในเป็นเวลาเนิ่นนาน
ขอบคุณครับอาจารย์ ผมตั้งใจจะศึกษาเกี่ยวกับความรู้ของคนในท้องถิ่นด้านการเกษตร หลังจากเรียนจบครับ
ตอนนี้คงต้องขอตัว มุ่งเขียนวิทยานิพนธ์จนถึงเดือนสิงหาคมนี้ครับ
เยี่ยมมาก ๆ เลยครับอาจารย์ ใช้ความรู้และหลักการจากภายนอกผสมผสานกับทุนความรู้ที่เหมาะสมกับพื้นที่ภายใน จะเป็นสิ่งที่ยั่งยืนที่สุดเลยครับ ถ้ามีโอกาสมาเผยแพร่และช่วยพัฒนาที่อุตรดิตถ์บ้างนะครับ
ขอบคุณครับคุณปภังกร หลังจากผมเรียนจบคงมีเวลาและโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันจากหลายๆ ท่านใน GotoKnow เพิ่มขึ้นครับ
ตัวผมเอง คงถือได้ว่าอยู่ในช่วงเริ่มตั้งไข่เองครับ ทั้งในเรื่องการเกษตรและความรู้จากชุมชน แต่ถ้าทุนความรู้ใดที่ผมสามารถแบ่งปันแลกเปลี่ยนกันได้ ผมยินดีเสมอครับ
ขอบคุณมากครับอาจารย์ขจิต ที่ส่งกำลังใจถึงกันครับ
ผมกำลังหัวหมุนเลยตอนนี้ เร่งเขียนร่างเล่มวิทยานิพนธ์ ส่งวันที่ หก กรกฎาคมนี้แล้วครับ
หลังจากนั้นต้องเตรียมตัวสอบ viva voce สำหรับวันที่ สาม สิงหาคมครับ
กำลังใจที่ได้จากการพบปะกับมิตรสหายใหม่ใน gotoKnow แบบ B2B เป็นสิ่งที่มีคุณค่าครับ
เรียนจบกลับบ้านแล้ว ผมคงโชคดีมีโอกาสได้พบตัวจริงเสียงจริงของอาจารย์ขจิตนะครับ
ขอโทษครับที่ไม่ได้เข้ามาดูบล็อกของตัวเองตั้งหลายสัปดาห์เลย
กำลังหัวหมุนเลยครับ ต้องเตรียมสอบวิทยานิพนธ์ต้นเดือนสิงหานี้ครับ
ขอบคุณอาจารย์ขจิตมากครับที่ส่งข่าวมาให้ทราบครับ
คือ หนูเป็นนักศึกษา ม.วลัยลักษณ์ค่ะ พอดีกำลังหาข้อมูลทำรายงานเกี่ยวกับดินความสัมพันธ์กับท้องถิ่นนะค่ะ คือตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลและพื้นฐานในด้านนี้เลยค่ะอาจารย์ ด็เลยรบกวนอาจารย์เพิ่มพูนความรู้ให้ด้วยนะค่ะ
ด้วยความเคารพ
หนูดี นศ.ปี4 ม.วลัยลักษณ์
หายไปนานมากครับอาจารย์ ทุกๆท่านคิดถึง ประกาศ ผู้ใดพบอาจารย์จรัณธรบ้างหายไปกับสายลมและอากาศหนาว
สวัสดีครับอาจารย์ขจิต.....ช่วงระหว่างเดือนธันวาคม ผมลาอุปสมบทครับ ผมลาสิกขาเมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเองครับ ผมเลยไม่ได้เข้า gotoknow ครับ
คุณหนูดี อาจจะลองมองในด้าน อิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมท้องถิ่นในชนบท ที่มีต่อรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินในท้องที่เหล่านั้น ก็ได้ครับ...
เราสามารถมองไปถึงความขัดแย้งเชิงนโยบายในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ในด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินกับสภาพแวดล้อมวัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชนก็ได้ครับ
คุณหนูดีมีแนวคิดดีๆ ก็นำมาแบ่งปันกันบ้างนะครับ
สบายดีครับ อ.ขจิต ขอบคุณมาครับครับ...อาจารย์เองก็คงสบายดีเช่นกัน ใช่ไหมครับ
ที่ผ่านมาหลังจากเรียนจบ ผมไม่ได้มาเขียนเลยครับ ยังไงผมก็เข้ามาอ่านเรื่องราวใน gotoknow เสมอครับ
ถ้าอาจารย์มา มน. หรือแถว พิษณุโลก ก็ติดต่อผมได้ทางเบอร์ด้านล่างนี้นะครับ ผมเองอยู่ที่ มน.เหมือนเดิมครับ
089-6641190 หรือ 055-261000 ต่อ 2706