ก้าวไปด้วยใจเต็มร้อย

วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552

                เวลา 06.00 น.       ตื่นนอนตอนเช้า

                เวลา 07.00 น.       อาหารเช้า ที่โรงแรม  Park Hotel Jerusalem

                เวลา 07.50 น.       มุ่งหน้าสู่วัดนักบุญอันนา St. Anna Church  ซึ่งเชื่อว่าเป็นบ้านของของยออากิมและ
อันนา ผู้ให้กำเนิดแม่พระ ปัจจุบันคุณพ่อชุดขาว White Father เป็นผู้ดูแลมีการขุดพบสระน้ำเบธซาธา (Bethesda) ที่พระเยซูเจ้ารักษาคนพิการ(พลังของพระเยซูเจ้า พระวจนาตย์ของพระเจ้า พลังอำนาจแห่งการรักษา และพระองค์เคยรักษาในวันสะบาโต เพราะพระเยซูเจ้ามีอำนาจเหนือวันสะบาโต  วัดนี้เป็นวัดสมัยคูเสสเพียงหลัวเดียวที่เหลืออยู่ เป็นวัดที่ตุรกีมอบให้ฝรั่งเศสที่ช่วยเหลือในการสงคราม และฝรั่งเศสก็มอบให้คุณพ่อชุดขาว White Father เป็นผู้ดูแล  และเป็นสถานที่เข้าเงียบ เป็นบ้านอบรม และบ้านเณรของคุณพ่อชุดขาว White Father  เชื่อกันว่าแม่พระบังเกิดที่นี่  ในวัดออกแบบหลังคาทรงโค้งเพื่อรับเสียงสะท้อน เมื่อมีการร้องเพลง เสียงจะก้องวัดไพเราะมาก และภายในวัดมีภาพไอคอนแม่พระบังเกิด   แวะชมซากวัดสมัยไบแซนติน  ซากสักการะสถาน ตรงที่พระเยซูเจ้าทรงทำอัศจรรย์

                เวลา 10.30 น.  เดินทางสู่เวียโดโลโรซา(Via Dolorosa) เริ่มต้นที่วัดพระเยซูเจ้าทรงถูกโบยตี ณ ที่นี่ เป็นสถานศึกษาของฟรังซิสกัน   ร่วมพิธีบูชามิสซา ...บทเทศน์สอน... “ความชื่นชมที่สุดของคริสตชนคือความตายของพระเยซูเจ้า... ศาสนาคริสต์ :~ เน้นเรื่องความรักและการเสียสละ...ทำให้เรารู้สึกว่าเรามีค่า ให้เราขอบพระคุณพระสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เรากระทำ ไม่มีความรักใดยิ่งใหญ่เท่ากับความรักที่พระเยซูเจ้าทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา”  หลังมสซา ร่วมเดินรูป 14 ภาค    ก่อนออกเดินทางไปตามเส้นที่มรรคาศักดิ์สิทธิ์พร้อมๆ กัน  ชมบ้านของผู้ว่าราชการที่จับพระเยซูเจ้ามาขังไว้ ก่อนมอบให้ปิลาต จนถึงพระคูหาศักดิ์สิทธิ์(Holy Sepulchre) ที่ที่พระเยซูเจ้าถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการตรึงกางเขนบนเนินเขากัลวาริโอ สัมผัสช่องที่เชื่อว่าเป็นที่ที่กางเขนที่ตรึงพระองค์ปักลงตรงนั้น และสัมผัสแผ่นหินใหญ่ที่เชื่อว่าเป็นที่รองพระศพของพระองค์ในถ้ำ  ณ ที่นี่ ทุกคนรู้สึกถึงกลิ่นอายของพลังแห่งความรักที่ทุกคนต่างเดินทางมาเพื่อระลึกถึงพระเยซูเจ้าพระผู้ไถ่ที่ทรงยอมสิ้นพระชนม์เพื่อนมนุษยชาติ 

                เวลา 11.45 น. แวะชมวัดแม่พระเยี่ยมนางเอลีซาเบธ (Visitation Church)   สร้างโดยอันโตนิโอไวลุสซี สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 4 บนบ้านในศตวรรษที่ 1 มีหมู่บ้านโดยรอบ  มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับหินก้อนหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นหินที่นักบุญเอลิซาเบธใช้ซ่อน นักบุญยอห์นบัปติสตา  ติดกันเป็นวัดแม่พระปฏิสนธินิรมล ซึ่งมีนักบวชคณะฟรังซิสกันดูแล  ในสมัยก่อนการเดินทางจากบ้านเกิดแม่พระมาเยี่ยมนักบุญเอลิซาเบธนั้นบากลำบากมากแต่แม่พระก็มาเยี่ยมด้วยใจที่อ่อนโยน ห่วงใย   ชมวัดนักบุญยอห์นบัปติสตาซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 สร้างบนที่ที่นักบุญยอห์นบัปติสเกิด 

                เวลา 13.00 น.  รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร ด้านหน้ามีกังหันลมใหญ่

ขึ้นเขา ศิโยน(Mouth of Zion) ชมหลุมฝังศพของกษัตริย์ดาวิด และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวยิว ห้องอาหารค่ำมื้อสุดท้าย (The Last Supper) ที่ที่พระเยซูเจ้าทรงจัดเลี้ยงแก่อัครสาวกและทรงตั้งศีลมหาสนิทที่นี่  หลังจากนั้นเข้าชมวัดแม่พระนิทรา (Church  of  Dormition)  ที่เชื่อว่าแม่พระเสด็จสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ  เหนือรูปปั้นแม่พระนิทรา มีโดมหลังคาเป็นรูปสตรีที่มีชื่ออยู่ในพระคัมภีร์ เช่น อาดัม  เอสเธอร์  ยูดิธ  นางรูธ  ฯลฯ  ภาวนาส่วนตัวต่อหน้ารูปแม่พระนิทรา

แวะตลาดสดจับจ่ายสินค้าพื้นเมือง  อินผลัม  ผลไม้พื้นเมือง

คุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร นำสวดภาวนาก่อนถึงโรงแรม... “ขอบพระคุณพระองค์สำหรับพระพรอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์ได้มอบพระบุตรสุดที่รักให้แก่มนุษยชาติ พวกลูกขอบพระคุณพระองค์ในการเดินทางไปที่บ่อน้ำยากอบทำให้พวกลูกเข้าใจถึงน้ำทรงชีวิตในถิ่นทุรกันดาร ทำให้พวกลูกเข้าใจถึงความรักของพระองค์ เช่นเดียวกัน เมื่อพระองค์ประกาศแก่หญิงชาวสะมาเรียว่า พระองค์คือน้ำทรงชีวิต พระองค์คือพระแมสซิยาห์ ขอบพระคุณสำหรับการเดินทางตลอดทั้งวัน ทั้งความสุขและความยากลำบาก  พวกลูกขอขอบพระคุรพระองค์และขอสรรเสริญพระองค์  พวกลูกภาวนาวอนขอพระองค์สำหรับพระพรในการพักผ่อนและการเดินทางต่อไป ขอพระองค์ได้โปรดอวยพรชีวิตของลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับครูจิ๊บและลูก”

เวลา 17.45 น. กลับถึงที่พัก...เข้าพักผ่อนตามอัธยาศัย

เวลา 19.30 น. รับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์ ที่โรงแรม Park Hotel Jerusalem

วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2552

                เวลา 06.00 น.       ตื่นนอนตอนเช้า ด้วยอากาศที่หนาวมากพร้อมลมที่ค่อนข้างแรง

                เวลา 07.00 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ที่โรงแรม  Park Hotel Jerusalem

เวลา 07.50 น.       เดินทางสู่เมืองเบธเลเฮม(Bethlehem) เป็นเมืองเล็กในเคว้นยูเดีย เข้าชมทุ่งของชุมพาบาล ที่ทูตสวรรค์มาปรากฎองค์แก่คนเลี้ยงแกะ เพื่อให้ไปเฝ้าพระกุมารน้อยที่ประสูติมา   มุ่งหน้าสู่วัดพระกุมารบังเกิด เป็นวัดของออร์โธดอกซ์  คุณพ่อทัศไนย  คมกฤส  อธิบายประวัติของวัดพระกุมารบังเกิด(วัดของออร์โธดอกซ์) และวัดนักบุญแคทเธอลีน(วัดของคาทอลิก)   ในปี 614 ชาวเปอร์เซียมาทำลายวัดต่างๆในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ แต่ไม่ทำลายวัดพระกุมารบังเกิด แม้จะมีแผ่นดินไหว หรือมีศัตรูแต่วัดนี้ก็ยังคงอยู่  

ที่วัดนักบุญแคทเธอลีนจะมี Bishop มาร่วมฉลองคริสต์มาสมากมาย ในวัดมีออร์แกนลมทั้งด้านหน้าและด้านหลังวัด เสียงดนตรีจะกระหึ่มก้องวัดอย่างไพเราะมาก รูปปั้นหน้าวัดเป็นรูปนักบุญเยโรม ผู้แปลพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิม  เดินชมบรรยากาศภายในวัดและถ้ำใต้วัดนักบุญแคทเธอลีนซึ่งเชื่อมต่อกับวัดพระกุมารบังเกิด แต่มีกำแพงกั้นไว้  ในถ้ำนักบุญแคทเธอลีน จะมีถ้ำทารกผู้วิมล (ที่โดนฆ่าโดยกษัตริย์เฮโรด) และที่ฝังศพของนักบุญเยโรม

                เวลา 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

                เวลา 13.00 น. เดินทางโดยรถโค้ชสู่เบธานี  พระเยซูเจ้าชอบเดินทางมาที่เบธานี เพราะชอบมารับประทานอาหารที่มาร์ธาปรุงให้  เข้าชมวัดสมัยไบแซนติน เคยใช้เป็นที่อบรมเยาวชน ที่เบธานี พระเยซูเจ้ามาเยี่ยมนางมารีย์และมาร์ธา และปลุกลาซาลัสให้ฟื้นคืนชีพ   มุ่งตรงสู่กำแพงร้องไห้ (wailing Wall)  แยกทางเข้าชายหญิง  ในฝั่งของผู้หญิง  มีผู้คนมากมายมาสวดภาวนาขอพรและร้องไห้กับกำแพงนี้  ตามซอกกำแพงเต็มไปด้วยกระดาษที่เขียนขอพระของผู้มาเยือนมากมาย  พวกเราเขาไปสัมผัสกำแพง  และเอาหน้าแนบกำแพงหยุดรำพึงสักครู่ก่อนเปลี่ยนให้คนต่อไปเข้ามาบ้าง  ณ ที่นี่  เหมือนมีมนต์ศักดิ์สิทธิ์ที่เต็มไปด้วยพระพร การอวยพร  การขอพร  จึงอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความอบอุ่น ความรัก 

เวลา 17.00 น. กลับสู่โรงแรม..........เข้าพักผ่อนตามอัธยาศัย

เวลา 19.30 น. รับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์ ที่โรงแรม Park Hotel Jerusalem  ก่อนเข้านอน

 

วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม 2552

                เวลา 05.00 น.       ตื่นนอนตอนเช้า แต่งตัวและออกชมทัศนียภาพในหมู่บ้านรอบโรงแรมกับน้องไจแอ้นท์ บรรยากาศในหมู่บ้านเงียบสงบด้วยอยู่ในเทศกาลสะบาโต  อากาศยามเช้าสดชื่น เดินชมหมู่บ้านและเก็บภาพบรรยากาศรอบหมู่บ้าน

                เวลา 07.00 น.       อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ที่โรงแรม  Park Hotel Jerusalem

                เวลา 07.50 น.       เดินทางสู่เนินเขามะกอก(Mount of Olive) มุ่งหน้าสู่วัดนักบุญเฮเรน เช้านี้อากาศหนาว

เดินทางสู่เน้นเขามะกอก(Mount of Olive) มุ่งหน้าสู่วัดนักบุญเฮเรน เช้านี้อากาศหนาวมาก ลมแรง  ชมวัดข้าแต่พระบิดา (Pater Noster Church) คุณพ่ออธิบายบทภาวนาข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย และสวดบทข้าแต่พระบิดาพร้อมกัน “การเรียกพระเป็นเจ้าเป็นพระบิดา แสดงว่าเรายอมมอบชีวิตของเราแด่พระองค์ศิโรราบแด่พระเจ้า เชื่อและศรัทธาในพระองค์...บทภาวนาในการร้องเรียกหาพ่อ”

                เวลา 09.20 น. เข้าสู่วัดพระเยซูเจ้าทรงกรรแสง  ร่วมพิธีบูชามิสซาที่วัดนี้  ...บทเทศน์... “บนเขามะกอกนี้ พระเยซูเจ้าทรงรักเยรูซาเล็ม และชาวยิว พระเยซูเจ้าร้องไห้ผิดหวังกับชนชาวเยรูซาเล็ม เมื่อพระเยซูเจ้ามองเราอย่าให้พระองค์ผิดหวังในตัวเรา  การมาคราวนี้ ให้เรามีความสุข ความเชื่อ ความหวัง เมื่อกลับไปเราจะมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไป การดำเนินชีวิตของเรา เราจะน่ารักขึ้น ศักดิ์สิทธิ์ขึ้น การแสวงบุญจะไม่มีความหมายจนกว่าเราจะเปลี่ยนเป็นประสบการณ์ความเชื่อ เจริญชีวิตดีขึ้น เสียสละ รักมากขึ้น ให้อภัยมากขึ้น เราร่วมเดินทางการเปลี่ยนแปลงจิตใจด้วยศรัทธาในพระเจ้า ไม่ใช่น้ำจากยากอบหรือกาลิลีที่ล้างเราให้สะอาด แต่ชีวิตเราต้องล้างให้ดีขึ้น เมื่อกลับไปเมืองไทยเราจะเป็นแสงสว่าง เป็นคนดีแก่คนรอบข้าง 

                หลังจากนั้นเดินทางต่อวัดพระเยซูเจ้าทรงเข้าตรีฑูต ก่อนที่จะถูกจับ    
ชมสวนเกทเสมนี (Gethssemane) ที่มีต้นมะกอกเทศอายุกว่า 1000 ปี ที่เชื่อว่าเป็นต้นมะกอกเทศสมัยพระเยซูเจ้า  มีรั้วล้อมรอบต้นมะกอกเทศไว้  และได้รับการดูแลอย่างดี  เดินชมวัดนานาชาติ (The all Nations Church)ซึ่งประดับด้วยหินสีต่างๆ สวยงาม มี 16 ประเทศที่มีส่วนร่วมในการสร้างวัดนี้มีหินที่เชื่อว่าเป็นหินที่พระเยซูเจ้าทรงภาวนาในช่วงเข้าตรีฑูตในวัดนี้ด้วย  ช่วยกันเก็บใบมะกอกเทศหน้าวัดที่เจ้าหน้าที่กำลังริดทิ้ง เพื่อเป็น
ที่ระลึก

เวลา 13.00 น.  เดินทางสู่กรุงเทลอาวีฟ แวะชมหมู่บ้านเอมมาอูส  และแวะเข้า Mini Israel เมืองจำลองของอิสราเอล อากาศค่อนข้างหนาวมากและลมแรง ที่เมืองจำลองได้จำลองเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของอิสราเอล และสถานที่สำคัญต่างๆ ในอิสราเอลไว้แบบย่อขนาด

                                แวะสวนหย่อมติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พักผ่อนเดินชมทิวทัศน์รอบบริเวณ

เวลา 18.00 น. รับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคารอาหารจีน  หลังรับประทานอาหาร คุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร กล่าวขอบคุณคนขับรถโค้ชและไกด์ของเรา  และผู้แทนกลุ่มพระคัมภีร์กล่าวขอบพระคุณคุณพ่อทั้งสองท่าน ก่อนออกเดินทางสู่สนามบินเบ็นกูเรียน ที่เทลาวีฟ  เราผ่านขั้นตอนการตรวจเชคไปได้ด้วยดีไม่ลำบากเท่าไหร่นักแม้จะมีบางคนต้องทำการรื้อกระเป๋าบ้างก็ไม่ใช้เวลานานเท่าไร  ก่อนเข้าสู่ภายในเดินเลือกซื้อสินค้าใน Duty free

                เวลา 23.05 น. เดินทางกลับโดยเที่ยวบินที่ LY081  ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง  ก่อนถึงประเทศไทย ในเวลา 14.30 น.