การที่มนุษย์เป็นสัตว์แห่งการศึกษาเล่าเรียน
ต้องฝึกฝนและพัฒนาตนเองจึงจะอยู่รอดได้นั้น
มนุษย์จะต้องมีคุณสมบัติหรือ
คุณลักษณะพิเศษประจำตัวที่จะช่วยให้การศึกษาเล่าเรียนนั้นเป็นไปได้ด้วยดี
ในเบื้องต้น จะต้องมีคุณลักษณะหรือคุณสมบัติ
ภายในจิตใจที่เป็นไปในทางที่ถูกต้องดีงาม ซึ่งเรียกว่า "คุณธรรม"
และมนุษย์จะต้องแปรเปลี่ยนหรือสะท้อนคุณสมบัติภายใน
ดังกล่าวนี้ออกมาสู่การปฏิบัติ เป็นพฤติกรรมที่ดีงามถูกต้อง
เอื้อต่อการเรียนรู้ เรียกว่า "จริยธรรม"
"คุณธรรมและจริยธรรมของนักศึกษา"
จึงหมายถึงคุณสมบัติหรือคุณลักษณะภายในจิตใจที่ดีงามของนักศึกษา
ที่จะเอื้อต่อการ เรียนรู้ ให้เป็นไปได้ด้วยดี
และการปฏิบัติหน้าที่ของการเป็นนักศึกษาที่ดีงามนั่นเอง
หากจะตั้งคำถามว่า
แล้วอะไรล่ะ
เป็นคุณธรรมและจริยธรรมที่สำคัญและจำเป็นต่อการเรียนรู้ของนักศึกษาหรือของมนุษย์
คำตอบคงจะมีหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับว่า
ใครจะมองคุณสมบัติอะไรเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญ
ในที่นี้จะลองเสนอคุณธรรมและ
จริยธรรมของนักศึกษาตามแนวทางของพระพุทธศาสนา
ซึ่งเป็นแนวคิดที่มีความสำคัญในปัจจุบัน ขอเรียกว่า "อุปนิสัย 7
ประการสู่การเป็นนักศึกษาที่มีประสิทธิผลสูงสุด"
เพราะคุณธรรมและจริยธรรมนั้นเป็นเรื่องของการปฏิบัติที่เคยชินที่เรียกว่า
อุปนิสัยของแต่ละคน
อุปนิสัย 7
ประการสู่การเป็นนักศึกษาที่มีประสิทธิภาพ
อุปนิสัยที่ 1 มีหัวใจของการเป็นนักปราชญ์
ในสังคมไทยสมัยโบราณ
มีการกำหนดคุณธรรมและจริยธรรมของนักศึกษาไว้หลายอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นความขยันหมั่นเพียร ในการศึกษาเล่าเรียน
ความเคารพเชื่อฟังครูอาจารย์เป็นต้น
อันถือได้ว่าเป็นคุณลักษณะภายในจิตใจและถือเป็นหน้าที่ที่นักศึกษา
จะต้องประพฤติปฏิบัติในการศึกษาเล่าเรียน
คุณธรรมหนึ่งที่เป็นหลักจำเป็นของการเป็นนักศึกษาหรือนักปราชญ์ที่ได้รับการเน้นอยู่เสมอ
ในการแสวงหาความรู้ เรียกว่า หัวใจนักปราชญ์ ซึ่งเรียกย่อ ๆ ว่า หลัก
สุ. จิ. ปุ. ลิ. คำว่า
สุ. มาจากคำว่า สุต หมายถึง การฟัง
การฟังหรือการอ่านมาก นักศึกษาจะต้องเป็นคนที่ฟังและอ่านมาก
รวมทั้งรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างแจ่มแจ้งชัดเจน
จิ.
มาจากคำว่า จินต หมายถึง การคิด
เมื่อรับรู้ข้อมูลเข้ามาแล้วก็นำมาคิดไตร่ตรอง พิจารณา
จัดระบบความคิดให้เป็นระเบียบ
ปุ. มาจากคำว่า ปุจฉา หมายถึง การถาม
เมื่อคิดไตร่ตรองแล้ว
ยังมีข้อที่สงสัยหรือไม่เข้าใจก็ถามครูหรือท่านผู้รู้
รวมทั้งการค้นหาคำตอบจากแหล่งอื่น ๆ เพิ่มเติม จนกว่าจะได้คำตอบ
ลิ. มาจากคำว่า ลิขิต หมายถึง การเขียน การสื่อสาร
เมื่อรู้อย่างชัดเจนแล้วก็ลงมือบันทึกไว้หรือเขียนแสดงความคิดนั้น
เพื่อสื่อไปยังผู้อื่น
เป็นการแสดงออกถึงความรู้ความสามารถของเราให้ผู้อื่นได้เข้าใจหรือรับรู้ด้วย
หลักหัวใจนักปราชญ์นี้
จึงยังเป็นหลักคุณธรรมและจริยธรรมที่สำคัญและจำเป็นยิ่งของนักศึกษาอยู่เสมอ
นักศึกษาจะต้อง ฝึกให้มีทักษะทั้งสี่ประการนี้
เพื่อจะเป็นนักศึกษาที่มีประสิทธิผลสูงสุด
อุปนิสัยที่ 2 ก้าวสู่หลักแห่งการเป็นนักศึกษาที่สมบูรณ์แบบ
ในปัจจุบันที่สังคมกำลังก้าวไปสู่การเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้
(Learning Society) นักศึกษาจะต้องมีคุณสมบัติของการ เป็นนักศึกษา
ที่จะช่วยให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นเครื่องมือที่
จะช่วยในการฝึกฝนและพัฒนาตนเอง
หลักที่จะนำไปสู่การเป็นนักศึกษาดังกล่าวนี้ เรียกว่า
"แสงเงินแสงทองของชีวิตนักศึกษา" หรือ "รุ่งอรุณของการศึกษา"
(พระธรรมปิฎก 2539 : 142 - 62) เป็นหลักประกันว่า ชีวิตที่มีคุณลักษณะ
7 ประการต่อไปนี้ จะเป็นชีวิตที่จะพัฒนาไปสู่การเป็น
นักศึกษาและเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ กล่าวคือ
1.
รู้จักเลือกหาแหล่งความรู้และแบบอย่างที่ดี
จุดเริ่มต้นของการเป็นนักศึกษาทีดีนั้น
จะต้องเริ่มจากการรู้จักเลือกหา แหล่งความรู้และแบบอย่างที่ดี
การมีพ่อแม่ ครูอาจารย์ สื่อสารมวลชน ผู้ใหญ่ทั่วไป
รวมทั้งเพื่อนและสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เช่น การเลือกอ่านหนังสือที่ดีงาม
การเลือกสถาบันการศึกษา
อันจะเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการศึกษาเรียนรู้เป็นต้น แหล่งความรู้
และแบบอย่างที่ดีเหล่านี้จะมีอิทธิพลชักนำและชักชวนให้เจริญงอกงามในการพัฒนาตนเองทั้งในด้านพฤติกรรม
จิตใจ และปัญญาของนักศึกษา
รวมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นให้นักศึกษารู้จักใช้ปัจจัยภายนอกทั้งที่เป็นบุคคล
หนังสือ และเครื่องมือสื่อสาร
ทั้งหลายให้เป็นอุปกรณ์และเป็นประโยชน์ในการแสวงหาความรู้และความดีงาม
เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาชีวิต แก้ปัญหาและ ทำการต่าง ๆ
อย่างสร้างสรรค์
2.
รู้จักจัดระเบียบชีวิต และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม
หมายถึงความเป็นคนมีวินัยนั่นเอง กล่าวคือ เป็นผู้รู้จักจัดระเบียบ
ความเป็นอยู่ กิจธุระและกิจกรรมการเรียน
รวมทั้งสิ่งแวดล้อมให้เอื้อโอกาสแก่การพัฒนาชีวิตและแก่การศึกษา เช่น
การวางแผน การเรียนว่าจะอ่านอะไรก่อนหลัง เมื่อไรเป็นต้น นอกจากนี้
ยังหมายถึง การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์กติกาของสถาบันและของสังคมด้วย
ซึ่งอันที่จริงแล้ว การศึกษาในสถาบันการศึกษานั้น ก็คือ
การฝึกปรือการมีวินัยแก่ตนเองอย่างหนึ่งนั่นเอง
นักปราชญ์บางท่านกล่าวว่า ความสำเร็จทางด้านการศึกษาถึงระดับสูงนั้น
อาศัยสติปัญญาน้อยกว่าการมีวินัย
3.
มีแรงจูงใจที่ถูกต้อง มีอุปนิสัยแห่งความใฝ่รู้ใฝ่สร้างสรรค์ ใฝ่ดี
ใฝ่ทำ ใฝ่สัมฤทธิ์ ใฝ่ความเป็นเลิศ หรือมุ่งสู่ความเป็นเลิศ
รู้จักใช้อินทรีย์ คือ ตา หู เป็นต้น ในการเรียนรู้
หาความสุขจากการศึกษาและมีความสุขจากการทำความดีงามด้วยการใช้สมอง
และมือในการสร้างสรรค์
แรงจูงใจนี้จะช่วยให้นักศึกษามุ่งมั่นสร้างสรรค์
มีความเพียรพยายามและมีพัฒนาการอยู่ตลอดเวลา
4.
พัฒนาศักยภาพของตนให้เต็มที่
มีอุปนิสัยมุ่งมั่นฝึกตนจนเต็มสุดภาวะที่ความเป็นคนจะให้ถึงได้
มีจิตสำนึกในการ ที่จะพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา
โดยมีความเชื่อมั่นตามหลักการที่ว่า
มนุษย์มีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเองจนเป็นสัตว์ประเสริฐสูงสุดได้
ในฐานะที่มนุษย์เป็นสัตว์ที่จะต้องฝึกฝนและเป็นสัตว์ที่ฝึกได้
เพื่อพัฒนาตนเองในด้านต่าง ๆ ให้เจริญก้าวหน้า
5.
มีทัศนคติและค่านิยมที่ดี
การเป็นนักศึกษาจะต้องมีทัศนคติและค่านิยมแห่งการเป็นนักศึกษาที่ดีงาม
มองสิ่งต่าง ๆ เป็นเรื่องของการเรียนรู้
อยู่ในหลักความคิดความเชื่อที่ดีงามมีเหตุผล
เชื่อในหลักของการกระทำว่าเป็นสิ่งที่จะกำหนดสิ่งต่าง ๆ
ให้เป็นเป็นตามเหตุปัจจัย รู้เหตุปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ
ไม่มองเฉพาะสิ่งผิวเผิน ไม่มีค่านิยมฟุ้งเฟ้อเกินตัว
มองในหลักแห่งเหตุปัจจัยที่นำไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ
ตามแนวของเหตุผลเป็นสำคัญ
6.
มีความกระตือรื้อร้นขวนขวาย ไม่ประมาท ไม่เฉื่อยชา
เป็นผู้มีจิตสำนึกที่ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท มีความกระตือรื้อร้น
ขวนขวายไม่อยู่นิ่งเฉย ไม่เป็นคนเฉื่อยชา ไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงไปเปล่า
มีความเพียรพยายาม มีอะไรเกิดขึ้นที่อาจจะเป็นเหตุ แห่งความเสื่อม
ก็ไม่อยู่นิ่ง รู้เท่าทันและหาทางป้องกันแก้ไข
และเมื่อสิ่งที่ดีงามเข้ามาก็ไม่ประมาท
รีบเสริมสร้างเหตุปัจจัยของความ เจริญงอกงามให้ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
7.
รู้จักคิดพิจารณาให้เกิดปัญญาที่จะรู้เข้าใจสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง
รู้จักคิด รู้จักพิจารณา มองเป็น คิดเป็น รู้จักใช้ปัญญา
พิจารณาสอบสวนสืบค้นวิเคราะห์วิจัย
เพื่อให้เข้าถึงความจริงของสิ่งต่าง ๆ
รวมทั้งสามารถแก้ไขปัญหาและจัดทำดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ
ให้สำเร็จด้วยวิธีการแห่งปัญญา
อุปนิสัยที่ 3 มีชีวิตที่เทียมด้วยกงล้อแห่งความสำเร็จ
รถที่จะวิ่งไปถึงจุดหมายปลายทางได้สำเร็จอย่างปลอดภัย จะต้องประกอบด้วยล้อ 4 ล้อฉันใด นักศึกษา หรือนักค้นคว้าใด ๆ ก็ตาม ที่จะประสบความเจริญก้าวหน้าในการศึกษาเล่าเรียน ก็จะต้องมีชีวิตที่เทียมด้วยกงล้อแห่งความสำเร็จเช่นกัน ซึ่งเรียกว่า จักร 4 (พระธรรมปิฎก 2541 : 35 - 36) กล่าวคือ มีล้อทั้งสี่ที่จะนำรถคือชีวิตของนักศึกษาไปสู่จุดหมาย คือ
1. เลือกอยู่ในถิ่นที่เหมาะสม เลือกหาถิ่นที่อยู่
หรือแหล่งเล่าเรียนดำเนินชีวิตที่ดี
ซึ่งมีบุคคลและสิ่งแวดล้อมที่อำนวยแก่การ ศึกษา การพัฒนาชีวิต
การแสวงหาความรู้ การสร้างสรรค์ชีวิตที่ดีงาม
และความเจริญก้าวหน้า
2.
รู้จักคบกับคนดี รู้จักเสวนาคบหาหรือร่วมหมู่กับบุคคลผู้รู้ ผู้ทรงคุณ
และผู้ที่จะเกื้อกูลแก่การแสวงหาความรู้ ความเจริญ ก้าวหน้า
รวมทั้งการเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งที่จะเกื้อกูลต่อการศึกษาหาความรู้
เช่น การรู้จักเลือกอ่านหนังสือที่ดี การใช้เครื่องมือสื่อสาร
ที่เป็นไปเพื่อการศึกษาเป็นต้น
3.
ดำรงมั่นในการเป็นนักศึกษา
ดำรงตนมั่นอยู่ในแนวทางของการเป็นนักศึกษาที่ดีงาม
ตั้งเป้าหมายแห่งชีวิตและการศึกษา ให้ดีงามและแน่ชัด
และทำกิจกรรมทุกอย่างที่จะนำตนไปสู่จุดหมาย แน่วแน่มั่นคงในแนวทางนั้น
ไม่อ่อนไหวออกนอกทาง ไม่หลงเพลิดเพลินในความชั่วต่าง ๆ
4.
สั่งสมคุณงามความดีและสติปัญญา อาศัยทุนดีที่เป็นพื้นมาแต่เดิม คือ
ความมีสติปัญญา ความถนัด และร่างกายดีเป็นต้น
รู้จักแก้ไขปรับปรุงตนเอง ศึกษาหาความรู้ สร้างเสริมคุณสมบัติ
ความดีงาม ฝึกฝนความชำนิชำนาญเตรียมไว้ก่อนแต่ต้น
ต่อเมื่อมีเหตุที่ต้องใช้ก็จะเป็นผู้พร้อมที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จนั้น
ๆ ได้อย่างง่าย สามารถสร้างสรรค์ประโยชน์สุขและก้าวสู่ความเจริญ
ในการศึกษายิ่ง ๆ ขึ้นไป
อุปนิสัยที่ 4 มีหลักแห่งความสำเร็จ
นักศึกษาที่จะประสบความสำเร็จ
จะต้องมีคุณธรรมหรือปฏิบัติตามหลักการที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียน
ที่เรียกว่า อิทธิบาท 4 กล่าวคือ
1.
มีใจรักในการศึกษาเล่าเรียน(ฉันทะ)
พอใจในการศึกษาเล่าเรียนและศึกษาเล่าเรียนด้วยใจรัก
ต้องการทำให้การศึกษา เล่าเรียนออกมาอย่างดีที่สุด
มิใช่สักแต่ว่าทำพอให้เสร็จ ๆ
หรือเพียงเพราะอยากได้รางวัลหรือคะแนนเท่านั้น แต่มุ่งหวังความเป็น
เลิศหรือความเป็นผู้รู้ในศาสตร์นั้น ๆ อย่างแท้จริง
2.
พากเพียรศึกษาค้นคว้า(วิริยะ) มีความขยันหมั่นประกอบ
หมั่นศึกษาค้นคว้าด้วยความพยายาม เข้มแข็ง อดทน เอาธุระ ไม่ทอดทิ้ง
ไม่ท้อถอย
ก้าวไปข้างหน้าจนกว่าจะประสบความสำเร็จแม้ว่าจะมีอุปสรรคมากขนาดไหนก็ตาม
3.
ใส่ใจต่อการศึกษาเล่าเรียน(จิตตะ) ศึกษาค้นคว้าด้วยความตั้งใจ
ตั้งจิตรับรู้ในการศึกษาเล่าเรียนและทำสิ่งนั้น ๆ ด้วยความคิด
ไม่ปล่อยจิตใจให้ฟุ้งซ่านเลื่อนลอย ใช้ความคิดในเรื่องที่ศึกษาบ่อย ๆ
และเสมอ ๆ จนกลายเป็นส่วนหนึ่ง ของชีวิตของนักศึกษา
4.
ใช้ปัญญาสอบสวน(วิมังสา) หมั่นใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญ
ตรวจตราหาเหตุผล รู้จักทดลอง วางแผน วัดผล
คิดค้นวิธีแก้ไขปรับปรุงงานเป็นต้น
เพื่อให้การศึกษาได้ผลดียิ่งขึ้น
อุปนิสัยที่ 5
เสริมสร้างสติปัญญา
ชีวิตของการเป็นนักศึกษานั้น นอกจากจะมีหลักในการแสวงหาความรู้แล้ว
จะต้องพยายามสร้างสรรค์สติปัญญาอยู่เสมอ
โดยการปฏิบัติตามหลักแห่งการสร้างความเจริญงอกงามแห่งปัญญา 4 ประการ
(วุฒิธรรม) คือ
1.
คบหาหรือเสวนากับผู้รู้ คบหาท่านผู้รู้ ผู้ทรงคุณความดี
มีภูมิธรรมภูมิปัญญาน่านับถือ รู้จักเลือกหาแหล่งวิชา รวมทั้ง
อ่านหนังสือที่จะให้ความรู้ที่เรา
2.
ใส่ใจฟังคำสอน เอาใจใส่สดับตรับฟังคำบรรยาย คำแนะนำสั่งสอน
แสวงหาความรู้ทั้งจากตัวบุคคลโดยตรง และจากหนังสือหรือสื่ออื่น ๆ
ตั้งใจเล่าเรียน ค้นคว้า
หมั่นปรึกษาสอบถามให้เข้าถึงความรู้ความเข้าใจที่แท้จริง
3.
คิดให้แยบคายถ่องแท้ รู้ เห็น ได้อ่าน
ได้ฟังสิ่งใดก็รู้จักคิดพิจารณาด้วยตนเอง
นำมาคิดเป็นระบบความคิดของตนเอง โดยแยกแยะให้เห็นความจริง
และสืบสาวให้เห็นความเป็นเหตุผลในสิ่งต่าง ๆ
4.
ปฏิบัติให้ถูกหลัก
นำสิ่งที่ได้ศึกษาเล่าเรียนและรับฟังมาและที่คิดไตร่ตรองดีแล้วไปใช้หรือลงมือปฏิบัติให้ถูกต้องตาม
หลักของสิ่งนั้น ๆ
อุปนิสัยที่ 6
เคารพครู-อาจารย์และผู้จุดประทีปปัญญา
คุณธรรมและจริยธรรมที่สำคัญยิ่งประการหนึ่งของนักศึกษา ก็คือ
ความสัมพันธ์กับครูอาจารย์ สถาบันการศึกษาและ
สิ่งที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ในฐานะผู้จุดประทีปปัญญา
โดยแสดงความเคารพนับถือตามหลักปฏิบัติดังนี้
1.
ลุกต้อนรับ แสดงความเคารพครูอาจารย์
และให้ความเคารพสถาบันการศึกษาและสิ่งที่ให้ความรู้แก่ตนเอง
2.
เข้าไปหาครู-อาจารย์และสถาบัน เพื่อบำรุง รับใช้ ปรึกษา ซักถาม
รับคำแนะนำเป็นต้นจากครูอาจารย์และจากสถาบัน ที่เข้าไปศึกษา
3.
รู้จักฟังด้วยดี ฟังเป็น รู้จักฟังให้เกิดปัญญา
ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของครูอาจารย์ และเคารพเชื่อฟังในกฎเกณฑ์
ระเบียบวินัย
ของสถาบันการศึกษาและสิ่งที่เป็นเครื่องมือทางการศึกษาเป็นต้น
4.
ปรนนิบัติและช่วยบริการครูอาจารย์และสถาบันการศึกษา
บำรุงสถาบันการศึกษาและช่วยงานของสถาบัน ให้สำเร็จลุล่วง ไปด้วยดี
ให้เป็นสถาบันที่จะถ่ายทอดความรู้แก่อนุชนต่อไป
รวมทั้งการดูแลรักษาเครื่องมือการศึกษาให้อยู่คงทน
5.
เรียนหนังสือหรือศิลปวิทยาโดยเคารพ เอาจริงเอาจัง ถือเป็นกิจสำคัญ
เรียนโดยตั้งใจ ไม่เฉื่อยชา
อุปนิสัยที่ 7
มีองค์ประกอบแห่งคุณธรรมและจริยธรรมนักศึกษาที่สมบูรณ์แบบ
คุณธรรมและจริยธรรมที่จะนำไปสู่การเป็นนักศึกษาที่สมบูรณ์แบบและมีประสิทธิภาพยิ่งนั้น
เมื่อกล่าวโดยสรุป ก็จะมีลักษณะ สำคัญ 3 ประการ กล่าวคือ
1.
ความเป็นผู้มีสติปัญญา มีความรู้ความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ อย่างถ่องแท้
ถูกต้อง ตลอดจนมีความรู้ความเข้าใจในสิ่งทั้งหลาย ตามความเป็นจริง
คุณธรรมจริยธรรมข้อนี้ ก็คือ ความเป็นคนเก่ง
2.
เมื่อมีความรู้ความเข้าใจในสิ่งทั้งหลายอย่างถูกต้องตามความเป็นจริงแล้ว
ก็สามารถนำเอาความรู้ความเข้าใจเหล่านั้นมาใช้
ปฏิบัติหรือประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง ไม่ผิดพลาด
ควบคุมตนเอง มีความรับผิดชอบ มีเหตุผล มีความซื่อสัตย์
มีความขยันหมั่นเพียร คุณลักษณะข้อนี้ ก็คือ ความเป็นคนดี
3.
เมื่อปฏิบัติต่อสิ่งทั้งหลายได้ถูกต้องหรือดำเนินชีวิตได้ถูกต้องตามที่ได้ศึกษาเรียนรู้แล้ว
ก็จะนำไปสู่ผลที่ต้องการ คือการแก้ ปัญหาได้สำเร็จ
เมื่อแก้ปัญหาได้สำเร็จลุล่วงแล้วก็จะมีอิสรภาพและมีความสุข
คุณธรรมของการเป็นนักศึกษาข้อนี้ ก็คือ ความสุข
อุปนิสัยที่
7 นี้
จึงเป็นหลักคุณธรรมและจริยธรรมที่ครอบคลุมหลักคุณธรรมและจริยธรรมอื่น
ๆ นักศึกษาจึงต้องหมั่นพิจารณา และตรวจสอบตนเองอยู่เสมอว่า
ประกอบไปด้วยคุณธรรมและจริยธรรมของนักศึกษาที่สมบูรณ์แบบ คือ
การเป็นคนเก่ง(ปัญญา) คนดี(ศีล) และมีความสุข(สมาธิ)
หรือยัง