สวัสดีครับทุก ๆ ท่าน วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ได้ทำงานอย่างดึ่งเดี่ยวแน่วแน่ด้วยความมีสมาธิแล้วก็จางคลายด้วยการเข้ามาในที่นี้มองไปข้างหน้ายังคงมีงานให้สนุกให้ทำอีกเยอะเลยละ
แวบเก็บมุมคิดจากหนังสือเล่มเล็ก ๆ ของมวลมิตรที่มอบให้ทยอยอ่านไปขอบคุณผู้ให้มีน้ำใจดีแท้ ๆ ให้เราอ่านไปเล่มนี้ก็เป็นอีกเล่มหนึ่งของ อ.บุญธรรม เทิดเกียรติชาติ ให้มาอ่านชื่อ
ศิลปินพื้นบ้าน : ดอกบัวบานอยู่ในเรา อย่าเขลาไป มีคำโดนใจอยู่ข้างในทำนองว่า...เราไม่เก่งแต่เราทำจริง...เสียงคนดีดพิณคือเสียงมาจากไหน พิณก็ไม่ใช่ นิ้วก็ไม่ใช่ แต่เสียงมันมาจาก 2 สิ่งนั้น...ถ้ามองผิดก็เห็นผิดเหมือนติดกระดุมเม็กแรกผิด เม็ดต่อไปก็ผิดตาม ๆ กัน...
บางอย่างมันต้องหัดเอาในไถคือการเรียนรู้จากการลงมือทำจริง ๆ ...และต้องทำด้วยการมีสติเพราะสติเป็นธรรมอันเอก เมื่อสติเป็นสัมมา ปัญญาก็เกิดเพราะสัมมาสติเป็นสติสมบูรณ์ ปัญญาจึงสมบูรณ์...แม้การตรัสรู้หรือรู้สิ่งใด ๆ ล้วนมาจากความรู้ในตัวสูเอง...
อย่าลืมว่าสิ่งที่เราเรียนมักทึกทักว่าเป็นความรู้แต่ที่จริงมันเป็นแค่ความเชื่อเท่านั้น...เวทนาหรือความรู้สึกเป็นต้นรากของเรื่องทั้งหมด...มงคลคือสิ่งที่ทำให้คนเราโชคดี...คนเราชอบสิ่งใดต้องสนใจคือเอาใจไปสนแล้วสอยเอามาไว้ที่ใจ...
คนเราถ้าทำอะไรแล้วมีความสุขก็จะกระทำซ้ำ ๆ อีก...ทางของศิลปินพื้นบ้านดอกบัวบานอยู่ในเราอย่าเขลาไปมองให้เห็นเป็นปริศนาธรรมคือดังนี้
ศิลปินมีดอกบัวบานอยู่ในจิตใจ 7 อย่าง
1 . ดอกบัวบานแห่งศิลปะ
2 . ดอกบัวบานแห่งพิธีกรรม
3 . ดอกบัวบานแห่งการละเล่นหรือแสดง
4 . ดอกบัวบานแห่งขนบ
5 . ดอกบัวบานแห่งธรรมเนียม
6 . ดอกบัวบานแห่งจารีต
7 . ดอกบัวบานแห่งประเพณี
เมื่อดอกบัวทั้ง 7 บานอยู่ในจิตใจเราแล้วก็จะได้ทั้งสนุก ได้ทั้งบุญกุศล ได้ทั้งความมีมิตรไมตรีในผองเพื่อนชาวโลก
ก่อเกิดเป็นความปีติสุขอยู่ในจิตใจเราอย่าเขลาไปนับเป็นคำที่กระโดดลงมากลางใจโดนใจนั้นแล...
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับ คุณดาวเรือง
มองให้เห็นง่าย ๆ เหมือนหงายของที่คว่ำเพราะเป็นปริศนาธรรมนะครับผม...อิ อิ อิ