...ข้อคิดจากสิ่งรอบตัว...
เมื่อเช้านี้หลังจากเสร็จธุระผมก็พารถคู่ใจไปเติมลมมาครับ เพราะรู้สึกว่ายางลมอ่อน ขับแล้วไม่ค่อยสบาย รู้สึกหนืดๆ แถวบ้านผมแต่ก่อนมีปั๊มเติมลมที่เดียวครับ แล้วก็เป็นรุ่นเก่าที่ใช้เข็มเป็นตัวบอกความดันลม นานครั้งผมถึงไปเติมที่นี่ครับ เพราะว่าเติมยาก ไม่รู้ว่าเติมแล้วได้สมดุลทั้งสี่ล้อหรือเปล่า ปกติจึงเลือกไปเติมในตัวเมืองแทนเพราะตัวบอกความดันลมยางเป็นแบบดิจิตอลครับ ดูง่าย เติมง่าย มั่นใจว่าความดันลมยางได้ตามที่เราต้องการ ไม่คลาดเคลื่อน
แต่เดี๋ยวนี้แถวบ้านผมมีปั๊มเปิดใหม่สองปั๊มครับ ไม่ไกลจากบ้านมากนัก ปั๊มหนึ่งใช้เวลาประมาณ สิบนาที ส่วนอีกปั๊มซึ่งที่เติมลมเพิ่งสร้างไม่นานแค่ห้านาทีก็ถึงแล้วครับ ผมจึงเลือกปั๊มที่ใกล้กว่าครับ ไปถึงก็รอคิวพี่มอเตอร์ไซค์ที่กำลังเติมอยู่เสร็จพอดี ผมจึงนำรถไปจอดใกล้ๆกับที่เติมลม แล้วจัดแจงตั้งค่าเติมลมให้เหมาะสมตามที่ต้องการ สองล้อหน้าผมตั้งค่าที่ “สามสิบเอ็ด” ครับ เติมสองล้อหน้าเสร็จก็ปรับตั้งค่าใหม่เปลี่ยนเป็น “สามสิบ” ครับสำหรับสองล้อหลัง
พอผมเติมกำลังจะเสร็จก็มีรถกระบะคันหนึ่งเข้ามาจอดเทียบข้างๆเพื่อจะเติมลมเหมือนกันครับ เมื่อผมเติมเสร็จจึงยื่นหัวเติมลมให้กับคนขับที่เป็นผู้ชายเพื่อจะเติมต่อ ชายคนนั้นก็เดินไปตั้งค่าอีกครั้งเปลี่ยนเป็น “สี่สิบ”
เมื่อศิษย์พร้อมอาจารย์ก็จะโผล่ปรากฏ เป็นคำคมที่ผมจำมาหนังสือครับ จวบกับที่กำลังอ่านหนังสือ “อาจารย์ในร้านคุกกี้” ของคุณนิ้วกลมที่ยังอ่านค้างไว้ คุณนิ้วกลมจะพยายามมองหาอาจารย์ที่จะโผล่มาสำหรับเรื่องราวที่จะเขียนลงในคอลัมน์ครับ
ผมเลยมองหาอาจารย์บ้างครับ...อาจารย์วันนี้ของผม คือ อาจารย์ “ลม” ครับ ชื่อจริงๆ คือ “ลมยาง” ครับ
ลมยางรถ ถ้าเราไม่หมั่นเติมอยู่บ่อยๆ รถก็จะวิ่งได้อืดๆ หนืดๆ กินน้ำมันมากกว่าปกติ และ พวงมาลัยหนัก บังคับควบคุมรถได้ไม่สะดวกนัก และ มีโอกาสยางระเบิดได้เหมือนลมยางมากเกินไป
แต่ถ้าเราเผลอเติมมากเกินไป ความดันลมยางในรถก็จะสูงเกิน ยางแข็ง ขับไม่สบายอีกเวลาเจอทางขรุขระ และ อาจจะเสี่ยงยางระเบิดได้ถ้าอากาศร้อนๆ หรือ ขับนานๆเพราะยางจะขยายตัว
เพียแต่ถ้าเติมลมให้พอดี จะทำให้เราขับได้อย่างสุนทรี ไม่กินน้ำมัน ขับในที่เรียบก็นิ่มนวล ขับในที่ขรุขระก็เหมาะเจาะ
คล้ายๆกับชีวิตของเราเหมือนกันนะครับ ถ้าเราทำอะไรที่เกินพอดี ตึงเกินไป หย่อนเกินไป เช่น ทำงานหนักเงิน พักผ่อนนานเกินไป คร่ำเคร่งเรียนหนักเกินไป ชีวิตก็จะเสียสมดุล และ เกิดอุบัติเหตุชีวิต เช่น เสียสุขภาพ เสียงาน พลาดโอกาสเรียนรู้สิ่งอื่นๆที่น่าสนใจ คนในครอบครัวห่างเหินกัน ได้นะครับ
รถแต่ละคัน ก็เหมือนคนแต่ละคน ต้องการลมยางไม่เท่ากัน เจ้าของรถควรรู้ว่ารถของเราควรเติมยางระดับไหนถึงจะเหมาะสม เพื่อให้ชีวิตดำเนินไปอย่างปกติสุข
ถ้าลมอ่อนก็อย่าลืมนำรถไปเติมลมให้พอดี พอดีกันนะครับ...

สวัสดีค่ะ
สวัสดีพี่ครูคิมครับ
"ชีวิตมีคุณค่าเพื่อการทำงานอย่างมีคุณค่า"
จะพยายามต่อไปครับ...
อ้าว...อ่านจนจบ
คิดว่าอาจารย์เป็นลมค่ะ อิอิ
สวัสดีน้องกอครับ
ขอบคุณที่มาเยี่ยมอาจารย์ "ลม" นะครับ
ไม่ได้ตั้งใจล้อเลียนท่านอาจารย์ทั้งหลายนะครับ ต้องขออภัยด้วยถ้าเข้าใจผิดครับ...
ยางลมอ่อนมีโอกาศระเบิดง่ายกว่ายางแข็งครับ ความร้อนสะสมในอากาศจะเยอะกว่าและแก้มยางจะรับน้ำหนักจากรถมากกว่า เนื่องจากยางเสียรูป ทดลองง่ายๆครับ ลองปล่อยลมยางให้อ่อนสักประมาณ 20 psi แล้วขับไปสักสิบกิโลเมตร ปล่อยลมลองดูอุณหภูมิของอากาศในล้อดู เทียบกับ การเติมปรกติหรือแข็งกว่า ล้อรถถ้ากระทะรั่วซึมมีโอกาสเสี่ยงกับยางระเบิดมากครับถ้าวิ่งไปนานๆ ดูแลตามคู่มือนะครับ จะปลอดภัยจากการขับขี่
สวัสดีคุณฝนแสนห่าครับ
ขอบพระคุณที่ช่วยเพิ่มข้อมูลทางเทคนิคนะครับ
สวัสดีคุณบุษราที่มาเยี่ยมนะครับ...
สวัสดีคะ
มาเรียนรู้ชีวิตเปรียบเทียบดีๆ
แถมด้วยการดูแลรักษารถ...คุ้มมากคะ
สวัสดีท่านอาจารย์ธนิตย์ ที่มาเยี่ยมนะครับ...
ขอบคุณ คุณปีตานามาจิตต์ ที่มาเยี่ยมเช่นกันครับ...
มาชม
เห็นอาจารย์เป็นลม...อิ อิ อิ
ต่อไป...อาจารย์เป็นดิน อาจารย์เป็นน้ำ และอาจารย์เป็นไฟนะครับผม...
มีความสุขมาก ๆ นะครับ...
แวะมาเยี่ยมครับผม
สบายดีนะครับ
สวัสดีท่านอาจารย์ umi ครับ
หวังว่า อาจารย์ดิน น้ำ ไฟ จะตามมาครับ
ขอบคุณครับ...
สวัสดีคุณ ครูโย่ง หัวหน้า~ natadee
ที่มาเยี่ยมเยือนนะครับ
ขอบพระคุณครับ...
สวัสดีค่ะ
แวะมาอ่านเรื่องที่ให้ข้อคิดได้ดี
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณคุณต้นเฟิร์นที่มาเยี่ยมนะครับ...
สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่แวะไปทักทายค่ะ
ว่าแต่รถกะบะคันนั้นเติมลม 40 เลยหรอคะ ปกติพวกรถเก๋งนี่ 28-30 กะบะทำไมเติมเยอะจัง บรรทุกหนัก?
สวัสดีคุณ orn ครับ
รถกระบะคันนั้นไม่ได้บรรทุกหนักครับ เป็นรถบ้าน
แต่น่าจะเป็นเพราะเป็นยางแก้มสูง จึงต้องการลมมากนะครับ
ขอบคุณเช่นกัน ที่มาเยี่ยมครับ...