KPI แบบโง่ๆ คือ  เอา ผลของ KPI ไปผูก กับ โบนัส รางวัล ตำแหน่ง ฯลฯ


KPI เป็น แค่มิเตอร์ เอาไว้เพื่อหาโอกาสในการพัฒนา    จะได้ ย้อนไปดูกระบวนการ  ได้ "คิดใหม่ ทำใหม่"  ได้ สังเกตๆๆๆๆ  ให้ ละเอียด   "สังเกต ๆ คือ ห้อยแขวนคำพิพากษา"  หาก สังเกตไปไม่สุดๆ จะมี แต่ การปรุงแต่ง อคติ ลำเอียง  อวิชชา ฯลฯ

 

ลองคิด ดู เรา   จ้างคนขับรถ   เราบอกว่า KPI คือ เร็ว และ ปลอดภัย 

พอถึง ตอน ประเมินผล ปลายปี    

มิเตอร์ความเร็ว บอกว่า ต่ำกว่า ๙๐

เราเลย ด่าคนขับ   ว่า  แย่มาก KPI ต่ำกว่ากำหนด 

ทั้งๆ หลุมเต็มถนนไปหมด แต่ คนตรวจและเจ้านาย มองไม่เห็น บอร์ด (Board) ตาบอด

*************
มิเตอร์ ความร้อน   บอกว่า เครื่องยนต์ร้อนแล้วนะ เราเลย ไล่คนขับรถออก ขับยังไง ให้น้ำร้อนได้ ทั้งๆ ที่ สั่ง เอา KPI อีกตัวว่า เร็วๆๆๆๆๆๆ

***********************

คนตรวจ KPI หรือ มาตรฐานต่างๆ  ส่วนใหญ่ ตกหลุมพราง ของ ความมักง่าย  คือ เอาแต่ ดูเอกสาร   ไม่รู้จัก การสังเกต  การลงไปตั้งวง dialogue   ไม่เคยลงมา ทำงานร่วม   เป็น "คนนอก" ที่ มี ทัศนคติ "ฉันไม่ไว้ใจใคร" "ฉัน เก่ง กว่าใคร"   กร่างมาแต่ไกล

คนตรวจประเมิน ทำตัวแบบ  นายพลในเรื่อง AVATAR  คือ ไม่มี จิตใจ  ไม่รู้จัก "คุณค่า" ของมนุษย์เลย   ไม่เชื่อมโยง (Connect) จิตใจตนเองกับ ผู้คน 

ในหนังมี นก อี- กราน ที่ เชื่อมโยงกับ ชาวนาวี   แต่  ของไทย  มี CEO มี Board บริหาร และ คนตรวจประเมิน  ที่เป็น  อี-กร่าง  เยอะมาก

*********************

Intangible benefit  เป็น อะไรที่   พวกผู้บริหาร และ คนตรวจ  KPI แนวบ้าเลือด   ยังไม่เข้าใจ

********************

KPI ได้ผล (โดนหลอกว่า ได้ผล) ... แต่    ทุนทางปัญญาเสื่อมสลาย  ทุนทางใจ พังย่อยยับ  

************************ 

คนบ้า เท่านั้น ที่ เอา KPI ไป ไล่ ตำหนิ ตัดสิน ลูกน้อง
สมัยนี้ เขาใช้ Collective intelligent กันแล้ว ใช้ Collective conversation กันแล้ว จนกลายเป็น Collective leadership ในที่สุด