•ที่บ้านถ้ำทะลุ ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะปลูกยางพาราเป็นหลัก แต่ก็มีผลไม้อื่นๆบ้างเหมือนกันเหล่านี้ก็จะเป็นการปลูกเสริมมากกว่าค่ะ ส่วนที่สวนของครอบครัวฉันจะมีต้นไม้หลากหลายชนิดที่เตี่ยได้ปลูกไว้ ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มังคุด ละมุด น้อยน่า ลองกอง เงาะ กล้วยหิน ส้มโอ...และมะพร้าวน้ำหอมค่ะ

•มะพร้าวน้ำหอมที่ปลูกนี้ ซื้อต้นพันธุ์มาจาก จ.เพชรบุรี เตี่ยปลูกไว้หลายสิบต้นเหมือนกันน่ะ (ฉันยังไม่เคยทราบจำนวนที่แท้จริง) เก็บผลขายได้มาหลายปีแล้ว ต้นเริ่มสูง คนที่มาซื้อมะพร้าวน้ำหอมที่บ้านฉัน จะเก็บเอง เขาจะใช้บันไดเหล็กปืนขึ้นเก็บ การเก็บจะต้องเก็บลงมาทั้งทะลายไม่ให้ผลช้ำเพราะจะเก็บได้ไม่นาน และผลต้องไม่หลุดออกจากทะลายด้วยน่ะ...พอต้นเริ่มสูงคนซื้อก็ไม่อยากซื้อแล้วค่ะ เลยมีมะพร้าวแก่คาต้นมากมาย ฉันจึงต้องเก็บมาทำขนม แต่ไม่ได้ทำมากมายนักเพราะตลาดเล็กๆ คนซื้อไม่มาก
 
•บังเอิญวันนั้นแม่ปอกมะพร้าวทำอะไรแล้วไม่แน่ใจ...
•แม่เรียกฉันแล้วบอกว่า "มะพร้าวลูกนี้เป็นมะพร้าวกะทิ"
"เหรอแม่ แล้วแม่เอาไปไหนแล้ว"...
•แม่ให้ไก่กินเสียแล้ว...ว้าว แม่! ลูกอยากกิน...เสียดายจัง!... แม่บอกว่าแม่ไม่ชอบกินมันไม่อร่อย...
 
•ฉันต้องเป็นนักสืบว่ามะพร้าวลูกนั้นมาจากต้นไหน...เพราะแม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน...พี่เขยฉันไปสอยมาให้...ฉันเดินตามไปดู
"พี่ใจเมื่อกี้น่ะ สอยมะพร้าวต้นไหนให้แม่"
•ที่บ้านฉันไม่มีใครเขาตื่นเต้นหรอกเพราะไม่มีใครชอบกิน (ไม่รู้จักกิน) คราวก่อน...ลักษณ์(น้องสาว)ซื้อมาจากบางละมุงน่ะ...ลูกตั้ง 70 บาท...บ้านเรามีด้วยหรือนี่!ฉันน่ะตื่นเต้นอยู่คนเดียวแหละ...
 
•อย่างนี้ต้องหาแนวร่วมเสียแล้ว...วันที่จะกลับมาหาดใหญ่ ก็ไปสอยมะพร้าวต้นนั้นมาทั้งทะลาย เอามาทั้งหมดเลยล่ะเกือบๆสิบลูก กะว่าให้เจ้ยา ปอกขูดเก็บเข้าตู้เย็นไว้ และก็แอบคาดหวังว่าจะมีมะพร้าวกะทิอยู่ในกองนั้นด้วย (เลือกทั้งเปลือกไม่เป็นหรอก ต้องผ่าถึงจะรู้ ไม่ใช้มืออาชีพจ้า) จะได้กินทัมทิมกรอบ (ให้เจ้ยาทำให้กิน)
 
•นี่ก็เป็นครั้งที่สองแล้วที่เก็บมะพร้าวต้นนี้มาฝากเจ้ยา ครั้งที่แล้วเจอ 2ลูก...คราวนี้เจออีก 2 ลูก...ตามตำราบอกว่าถ้าต้นมะพร้าวต้นไหนที่เป็นมะพร้าวกะทิแล้ว มะพร้าวหนึ่งทะลายจะมีโอกาสที่จะเจอมะพร้าวกะทิประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์...นี่ก็เป็นจริงๆตามตำราว่าไว้...หนึ่งทะลายเจอ 2 ลูก...
•มะพร้าวกะทิ
•เมื่อเปรียบเทียบกับมะพร้าวธรรมดา(ปกติ)เนื้อจะหนากว่าและฟู อันนี้ไม่ได้เคาะก่อนผ่า
•เนื้อมะพร้าวฟูนิ่มใช้ช้อนตักได้เลย
•น้ำมะพร้าวจะข้นเหนียวๆเหมือนน้ำแป้งเปียก
 
•แต่ก็ไม่รู้ว่าต้นอื่นๆมีอีกเปล่า...ยังสำรวจไม่หมด มัวแต่ขายเปาๆอยู่ไม่ค่อยว่าง อิอิ
•มาลองดูตำรา(วิชาการ)กันหน่อยน่ะค่ะ
มะพร้าวกะทิ...เรียบเรียงโดย :ดร. ปิยะ เฉลิมกลิ่น
มะพร้าวกะทิ(makapuno) ลักษณะโดยทั่วไปของมะพร้าวกะทิ ไม่ว่าจะเป็นลำต้นทางใบใบย่อย และรูปทรงภายนอกของผลเหมือน กับมะพร้าวปกติทุกประการ ส่วนลักษณะที่แตกต่างออกไปจะ เป็นเพียงภายในของผล คือมี เนื้ออ่อน นิ่ม ฟูคล้ายผิวมะกรูด ความหนา 2-3 เซนติเมตร รสชาติหวานมัน น้ำภายในผล มีน้อยและมีลักษณะข้นเหนียว
สาเหตุการเกิดมะพร้าวกะทิ เป็นเรื่องของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เนื่องจากลักษณะของ มะพร้าวกะทิถูกควบคุมโดยยีนส์เพียง1คู่ ซึ่งเป็นลักษณะด้อย(recessive) ส่วนลักษณะของมะพร้าวปกติ เป็นลักษณะเด่น (dominance)
ถ้าให้ A เป็นลักษณะปกติ
a เป็นลักษณะด้อย
การถ่ายทอดยีนส์ตามกฎพันธุกรรมของเมนเดล เป็นดังนี้
ชั่วพ่อ-แม่ AA x aa
ชั่วลูก Aa x Aa
ชั่วหลาน AA, Aa, Aa, : aa
3 ส่วนมะพร้าวปกติ : 1 ส่วนมะพร้าวกะทิ
จากลักษณะการถ่ายทอดพันธุกรรมของเมนเดลดังกล่าว จะพบว่าโอกาสเกิดมะพร้าวกะทิตามธรรม ชาตินั้นมีน้อยมาก ในสวนขนาดใหญ่ที่มีต้นมะพร้าวนับร้อยต้นอาจพบต้นที่เป็นกะทิเพียงต้นเดียวหรือไม่พบเลย และถึงแม้ว่าจะเป็นต้นกะทิอยู่ก็ตามก็มีโอกาสเกิดผลที่เป็นกะทิเพียงร้อยละ 25 เท่านั้น และเนื่องจากมะพร้าวกะทิถูกควบคุมโดยยีนส์ ที่มีลักษณะด้อย จึงเป็นผลให้เอ็มบริโอ (embryo) ภายในผลไม่สามารถเจริญเติบโตหรือไม่ สามารถงอกขึ้นมาเป็นต้นอ่อนได้
การขยายพันธุ์มะพร้าวกะทิ อาจทำได้โดย
1. เลือกผลที่ไม่เป็นกะทิจากต้นที่เป็นกะทิ (ต้นเพาะ) ในผลดังกล่าว อาจจะมียีนส์ที่เป็น AA หรือ Aa ก็ได้ เมื่อเพาะขึ้นมาจึงมีโอกาสได้ต้น ที่เป็นกะทิอยู่ร้อยละ 50 และเมื่อต้นที่เป็นกะทินั้นออกผลจะมีโอกาส ได้ผล ที่เป็นกะทิอยู่ร้อยละ 25 การขยายพันธุ์โดยวิธีนี้ตั้งแต่เริ่มเพาะจนถึงตกผล ใช้เวลาประมาณ 5 ปี
2. การใช้เทคนิคการเพาะเลี้ยงเอ็มบริโอ (embryo culture) โดยนำ เอ็มบริโอของผลมะพร้าวกะทิม าเลี้ยงในวุ้นในสภาพปลอดเชื้อ เอ็มบริโอ ของมะพร้าวกะทิก็จะพัฒนาขึ้นโดยสร้างราก ยอด ใบ และเมื่อเจริญ เติบโต ถึงระยะหนึ่งก็สามารถนำออกไปปลูกได้ การขยายพันธุ์โดยวิธีนี้จะใช้เวลา เพาะเลี้ยงอยู่ในวุ้นประมาณ 2-3 ปี แล้วจึงนำออกไปปลูกในแปลง ซึ่งจะ ใช้เวลาอีกประมาณ 5 ปี จึงจะออกผล
ถึงแม้ว่าการขยายพันธุ์มะพร้าวกะทิทั้งสองวิธีจะใช้เวลาค่อนข้าง นานแต่ถ้าได้ทำการขยายพันธุ์โดย ต่อเนื่องแล้ว นับวันจำนวนต้นและจำนวนผลมะพร้าวกะทิที่ผลิตได้ภายในประเทศก็จะเพิ่มขึ้นในแต่ละปี เพื่อให้ตอบสนองได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งมีทั้งการบริโภค สดโดยตรง และนำไปเป็นส่วนประกอบในอาหาร เช่น ไอศกรีม ขนมหวาน ต่างๆ หรือแม้กระทั่งการนำไปแปรรูปและบรรจุกระป๋องก็ตาม

 

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
เทคโนธานี ถ.เลียบคลองห้า ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี  12120  ประเทศไทย
โทรศัพท์  0- 2577-9000  โทรสาร 0-2577-9009
196 พหลโยธิน จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทร. 0-2579-1121..30,0-2579-5515,0-2579-0160,0-2579-8533
โทรสาร. 0-2561-4771,0-2579-8533 เทเลกซ์. 21392 TISTR TH
เว็บไซด์ : http://www.tistr.or.th
E-mail: [email protected]
กระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี
•ขอบคุณแหล่งข้อมูล ข้างต้นค่ะ
•แล้วก็จะได้กินทัมทิมกรอบ..............
•ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านค่ะ...ขอให้มีความสุข...สวัสดีค่ะ♥♥