ฝรั่งหลายคนเขาใจผิดคิดว่า "การคิดถึงความตายเนืองๆ หรือทุกวินาที จะำำทำให้เราสิ้นหว้ัง งอมืองอเท้า ไม่ต้องทำอะไร เพียงเพื่อรอวันตาย" แต่ความจริงแล้ว "การคิดถึงความตาย คือ กฎทองของความสำเร็จ" ข้อนี้ "สตีฟ จ๊อบ" CEO ของ APPle ได้พยายามบอกให้เราได้ทราบว่า "เมื่อใดก็ตามที่เราคิดถึงความตาย หรือส่องกระจกแล้วบอกตัวเองว่า หากวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะมีชีิวตอยู่ เราคิดว่าเราจะทำอะไร" การถามตัวเองเช่นนี้ทุกวันสิ่งที่เห็นชัดประการหนึ่งคือ "ทำให้เราไม่ประมาทในการใช้ชีวิต" ซึ่งคำว่า "ไม่ประมาท" มีค่าเท่ากับ "สติ" นั่นเอง จะทำให้เรามีสติมากยิ่งขึ้น

      วันนี้ (๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓) อาจารย์ประไพซึ่งเคยเป็นครูที่ "โรงเรียนศิษย์วัฒนา บางกอกน้อย กรุงเทพฯ" ได้โทรมาแจ้งให้ทราบว่า "พี่ชายคนโตเสียชีวิต"  ด้วยความที่สนิทกับครูท่านนี้มาเกือบสิบปี  จึงได้ถือโอกาสไปร่วมงานศพ ซึ่งจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย   ญาติๆ ได้นำศพของพี่ชายครูประไพไปจัดพิธีที่วัดสนามนอก บางกรวย นนทบุรี  และมีแขกเหรื่อจำนวนหนึ่งได้ไปร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมศพ 

      ผู้เขียนต้องขออนุโมทนาขอบคุณ คุณครูประไพที่ได้กรุณาโทรมาเพื่อให้ผู้เขียนได้มีโอกาสได้้ค้นพบ "ขุมทรัพย์" ในงานนี้  "ขอบคุณงานศพ ที่ทำให้พบขุมทรัพย์" ที่ทรงคุณค่าดังต่อไปนี้

      ๑. ได้แสดงความเ็ห็นใจเจ้าภาพ   โดยเฉพาะหลัก "๔ จ" คือ เจ็บ จน จาก และเจ๊ง  โบราณถือว่า คนจะเห็นใจกัน ประทับใจกัน หรือรักกันก็เพราะ ๔ จ เป็นตัวแปรประการหนึ่ง  ทุกครั้งที่ใครสักคนต้องเจ็บปวดเพราะการสูญเสียสิ่งของที่ตัวเองรัก  ทุกครั้งที่ใครสักคน "จนทั้งวัตถุและใจ"  ทุกครั้งที่ใครสักคนต้องพลัดพรากจากสิ่งใดสิ่งที่หนึ่งที่ตัวเองถวิลหา และทุกครั้งที่ใครสักคนทำสิ่งใดสิ่งแล้วเกิดความผิดพลาด และสูญเสียกำลังใจและทรัพย์สิน  ณ เวลาหนึ่ง เราได้หยิบยื่นรอยยิ้ม กำลังใจ ความห่วงใจ และสิ่งของที่เราสามารถจะมอบให้ได้  นับเป็นการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ของความรัก ความหวังและกำลังใจให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่เกิด แก่ เจ็บ และตายร่วมกัน

      ๒. ได้ซึมซาบสัจธรรม  สัจธรรมในบริบทนี้คือ "ไตรลักษณ์"  สังขาร คือ ร่างกายและจิตใจดังที่เรา "พบในโลงศพ" นั้น ได้กลายเป็นบทเรียนสอนใจเราในขณะที่เราได้ใช้เวลาในการนั่งฟังพระสวดมนต์ และได้นึกตรึกตรองไปพร้อมกับบทสวด  คือ  สังขารที่ตกอยู่ภายใต้การบัญชาการของ "ไตรลักษณ์" นั่นคือ  ความไม่จีรังยั่งยืนค้ำฟ้า ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ ต้องเปื่อยพัง ไปตามกฎธรรมชาติ และไม่มีใคร หรือผู้ใดจะบังคับให้ร่างกายของเราอยู่ยงคงประพันยืนยาวต่อไปตามที่ใจเราปรารถนา  การเข้าใจกฎข้อนี้ จะทำให้เรา "คลายความกำหนัด คลายความเกลียดชัง แย่งชิงโดยไม่สนใจเพื่อนมนุัษย์รอบข้าง"

      ๓. ได้น้อมนำ "มรณานุสติ" ไปปฏิบัติ  ฝรั่งหลายคนเขาใจผิดคิดว่า "การคิดถึงความตายเนืองๆ หรือทุกวินาที จะำำทำให้เราสิ้นหว้ัง งอมืองอเท้า ไม่ต้องทำอะไร เพียงเพื่อรอวันตาย"  แต่ความจริงแล้ว การคิดถึงความตายอยู่เนืองๆ คือกฎทองของความสำเร็จในชีวิตและการทำงาน กฎทองข้อนี้ "สตีฟ จ๊อบ" CEO ของ APPlE ได้พยายามบอกให้เราได้ทราบว่า "เมื่อใดก็ตามที่เราคิดถึงความตาย หรือส่องกระจกแล้วบอกตัวเองว่า หากวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะมีชีิวตอยู่  เราคิดว่าเราจะทำอะไร"  การถามตัวเองเช่นนี้ทุกวันสิ่งที่เห็นชัดประการหนึ่งคือ "ทำให้เราไม่ประมาทในการใช้ชีวิต" ซึ่งคำว่า "ไม่ประมาท" มีค่าเท่ากับ "สติ" นั่นเอง จะทำให้เรามีสติมากยิ่งขึ้น ก่อนคิด ก่อนพูด ก่อนทำ ขณะคิด ขณะพูด ขณะทำ และหลังคิด หลังพูด และหลังทำ ดังที่พระุพุทธเ้จ้าได้มอบ "มรดกธรรม" ซึ่งเป็นลายแทงขุมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงดำเนินชีิวิตด้วยความไม่ประมาทเถิด"

     ขออนุโมทนาขอบคุณ "ครูประไพที่มอบขุมทรัพย์ให้อาตมาในวันนี้"   และจะมีสักกี่คนในงานศพจะมองเห็น "มรดกธรรม" ที่พี่ชายของครูได้มอบให้ในวันนี้