GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ramdon-rdi

สมานฉันท์น้องพี่ เพื่อน มหาวิทยาลัย

           สัปดาห์นี้ทุกๆมหาวิทยาลัยกำลังมีการจัดงานรับน้องใหม่กัน เป็นที่จับตามองของสังคมเป็นอย่างมาก ว่า จะมีการบีบบังคับ กดดัน ว๊าก หรือกรณีอื่นใดที่ก่อให้เกิดการเสียชีวิต และบาดเจ็บหรือไม่ จริงๆแล้วในทุกสถาบันการศึกษาประเพณีรับน้อง รับเพื่อนใหม่ที่ดีงามแต่เดิม มันหายไปจากสังคมมหาวิทยาลัย พร้อมๆกับยุคทุนนิยมโลกาภิวัฒน์แล้วหรือ ในอดีตที่ผ่านมา การรับน้อง รับเพื่อน ที่ไม่สร้างสรรก็มี ขึ้นอยู่ที่ว่ากลุ่มนักศึกษา พรรคนักศึกษา ฃมรม องค์การ สโมสร สภาฯนศ. มีความเป็นเอกภาพมากน้อยแค่ไหน องค์กรนักศึกษาเหล่านี้มีความสำคัญมาก หากยุคใดก็ตามที่องค์กรโดยรวมของนักศึกษาไม่เป็นเอกภาพ ก็จะเกิดการรับน้องแบบตัวใครตัวมันอันนี้แหละจะนำไปสู่ความรุนแรง และไม่สร้างสรรได้ง่าย นนอกจากนี้สิ่งที่สำคัญขึ้นอยู่กับอุดมทัศน์ เจตนารมณ์ และความคิดสร้างสรรขององค์กรนักศึกษามีมใกน้อยแค่ไหนด้วย หากยุคสมัยใดความคิดนำเน่าไร้สาระเข้าครอบงำการรับน้องก็จะน่าห่วงใยที่สุด เพราะการสร้างสรรจะเกิดน้อย แต่ยุคสมัยใดก็ตามที่องค์กรนักศึกษาโดยรวมมีความชัดเจน มีการจัดตั้ง มีการนำและมีความคิดก้าวหน้าสร้างสรรการรับน้องก็จะเป็นไปด้วยชุมชนอุดมปัญญา เกิดความรัก ความสมัครสมาน สามัคคีและสมานฉันท์กันอย่างเหนียวแน่น นำไปสู่พลังผลักดันที่สร้างสรรอย่างสูง   เรื่องดังกล่าวไม่จำเป็นที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยต้องมากำกับ ควบคุม ดูแลมานั่งเฝ้า นอนเฝ้าเหมือนที่เป็นอยู่  ผู้เขียนอยากสะท้อนว่า ขณะนี้เราหล่อหลอมนักศึกษาที่อ้างมามาก่อน อยู่ก่อนให้มีอุดมทัศน์ เจตนารมณ์ และความคิดสร้างสรรหรือยัง เราอบรมบ่มเพาะตรงนี้ให้เขาจริงจริงแล้วหรือ สมัยผม ไม่มีการรับน้อง เขาใช้คำว่ารับเพื่อนใหม่เราถูกสอน ให้รู้จักสังคม ผู้คนที่ด้อยโอกาส ผู้คนที่เดือดร้อน คนยากจน การถูกเอาเปรียบ การกดขี่ การใช้แรงงาน ฯลฯอีกมากมายที่ให้เราตระหนักว่านักศึกาคือผู้ที่ต้องออกไปรับใช้สังคม รับใช้ประชาชน ผมเองเมื่อเข้ามหาวิทยาลัยไม่เคยรุเรื่องพวกนี้ คุณเชื่อไหมว่าผมไม่รู้จักคนจน และความยากจน พี่พี่ผมเขาสอนผม พาผมไปดูสลัม ไปสอนหนังสือแก่เด็กเร่รอนตามโรงงาน หลายอย่างที่ผมถอดบทเรียนประสบการณมาบอกตรงนี้ไม่หมด แต่ผมก็อดภูมิใจในสถาบันของผมจากพี่พี่ของผมมากเลย พี่ผมมักจะบอกสอนให้ผมคิดเอง ในเรื่องบ้านเมือง เรื่องผู้คน เรื่องสังคม มากกว่าสนใจเรื่องของตัวเองและเรื่องคู่รักและนิยมวัตถุเหมือนที่เป็นอยุ่ ผมตั้งคำถามกับนักศึกษาใหม่ที่ความคิดทางสังคมไม่ค่อยจะมี สาระเพื่อส่วนรวมหายากว่า คุณจะเรียนไปเพื่อใครวิทยากรเชียงกูร เขียนว่า ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง ฉันจึงมาหาความหมาย ฉันหวังเก็บอะไรไปมากมาย สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียวและหากเราวาดฝันที่จะเห็นคนหนุ่มสาวเหล่านี้ออกจากสถาบันให้เป็นบัณฑิตที่พึงประสงค์ ถามว่าเราให้อะไรกับเขานอกจากการท่องจำแต่ในวิชาเรียนเท่านั้นหรือ หวลมาดูประช่าธิปไตยในมหาวิทยาลัยที่นักศึกษาถูกปิดกั้นทางความคิด ถูกลบชื่อไล่ออกอย่างไม่เป็นธรรม ผู้บริหารบ้าอำนาจกลัวการถูกตรวจสอบฯลฯเราให้เขาหรือยังแม้แต่บอร์ดข้อมูลข่าวสารของเขาที่เกี่ยวกับเรื่องบ้านเรื่องเมืองเราให้เขาหรือยังให้เขาเถิดยังไม่สายเกินแก้ไข จิตร ภูมิศักดิ์ นักวิชาการ นักต่อสู้ นักปฏิวัติ เขียนไว้ว่า นักศึกษา เธอผู้เขามาศึกษาในสถาบันการศึกษาของรัฐ ที่ตึกรามอาคารใหย่โตสร้างด้วยเงินภาษีของประชาชน เธอคือผู้ได้รับอภิสิทธิ์ เธอจึงต้องเร่งศึกษาหาความรู้โดยเร็ว และนำความรูเหล่านั้นออกมารับใช้สังคม รับใช้ประชาชน หากเธอไม่ปฏิบัติเช่นนั้น เธอคือผู้ทรยศ อยากเห็นนักศึกษามีสำนึกเพื่อส่วนรวม มีจิตสำนึกสาธารณะ มีจิตใจรับใช้สังคมรับใช้ประชาชน สถาบันไหนสร้างเขาได้บ้าง  ตอบที

 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ปัญญาชนเพื่อใคร
หมายเลขบันทึก: 33318
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)