ผมได้มีโอกาสไปร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมเพื่อบำเพ็ญกุศลศพท่านเจ้าคุณพระราชวรเมธี (ยุ้ย อุปสนฺโต) อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาวังราชบุรี [๑] ที่ศาลาจอมพลผิน ชุณหะวัณ วัดเขาวังราชบุรี [๒] อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ซึ่งในงานดังกล่าวก็ได้เห็นการทำข้าวตอกดอกไม้ตบแต่งที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพซึ่งดูน่าตื่นตาตื่นใจและสวยงามมาก[๓] จึงได้ขอเรียนรู้จากพระ แม่ชี และญาติโยมที่เกี่ยวข้อง

กระทั่งในที่สุดก็ได้พบกับพระที่ท่านเป็นผู้นำพระสงฆ์ แม่ชี และญาติโยม ให้มาช่วยกันทำ จึงได้กราบนมัสการท่านและขอสนทนารวบรวมเป็นความรู้ นำมาถ่ายทอดไว้ให้แพร่หลายต่อไปในบล๊อก GotoKnow นี้ น่าสนใจมากครับ

                       

  ศิลปะและงานสร้างสรรค์เพื่อสื่อแสดงภาวะสูงสุดในอุดมคติ             

พระท่านเล่าให้ฟังว่า วิธีทำข้าวตอกดอกไม้ที่ท่านได้นำมาทดลองทำดูนี้ เป็นภูมิปัญญาของคนล้านนา ท่านได้ไปเห็นชาวบ้านชอบทำเป็นเครื่องสักการะในโอกาสต่างๆทั้งงานบุญและงานประเพณีจึงได้ขอศึกษาวิธีทำเอาไว้จากคำบอกเล่าของชาวบ้าน จากนั้น ก็นำกลับมาทดลองทำดู ครั้งแรกก็ทำขึ้นในงานบำเพ็ญกุศลศพหลวงพ่อองค์ก่อน คือ พระครูภาวนานิเทศน์(หุ่น อิสฺสโร) ถึงแม้จะทำได้ไม่เต็มที่และยังไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ทำให้รู้วิธีทำและมีความมั่นใจที่จะทำกันด้วยตนเองของพระ แม่ชี และชาวบ้าน ผ่านไป ๕-๖ ปีก็ได้ทำขึ้นอีกเป็นครั้งที่ ๒ ในงานบำเพ็ญกุศลศพท่านเจ้าคุณพระราชวรเมธีนี้

การทำข้าวตอกดอกไม้ [๔] ในงานมงคลนั้น สามารถพบเห็นในวัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่นต่างๆของประเทศได้โดยทั่วไป ทว่า อาจจะมีรูปแบบและการให้ความหมายที่แตกต่างกันออกไป ในหลายท้องถิ่นนั้น การทำข้าวตอกดอกไม้อาจเป็นส่วนหนึ่งของการสักการะสิ่งที่มีความหมายทางปัญญา การศึกษา และความรู้ เพราะข้าวตอกดอกไม้มีลักษณะการแตกออกเป็นดอกช่อเหมือนความแตกฉานทางปัญญา เช่น เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องไหว้บูชาครูและเทพเจ้าแห่งศิลปวิทยา เป็นเครื่องประกอบในขันธ์ ๕ และธูปเทียนแพสำหรับมอบตัวเป็นศิษย์เพื่อศึกษาอบรมกับครูอาจารย์สำนักวิชาต่างๆ  รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องบวงสรวงเซ่นไหว้และสักการะในพิธีกรรมที่มีการโปรยข้าวตอกดอกไม้บูชาเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เหล่านี้เป็นต้น

ในงานที่เป็นอวมงคลดังเช่นงานศพ ก็มีธรรมเนียมการนำเอาข้าวตอกดอกไม้มาเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมเช่นกัน แต่ก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่มีความหมายทางสติปัญญาเหมือนกับงานมงคลทั้งหลาย โดยจะมีการทำข้าวตอกดอกไม้และให้ผู้ที่เป็นญาติใกล้ชิดเดินโปรยนำขบวนแห่ศพ ซึ่งหมายถึงขออาราธนาเอาพระธรรมของพระพุทธเจ้านำทางให้แก่ดวงวิญญาณผู้วายชนม์ ตามด้วยพระสงฆ์ และศพผู้วายชนม์ นำกายสังขารไปสู่ความเป็นหนึ่งกับธรรมชาติ หวนคืนสู่ดิน น้ำ ไฟ ลม และนำวิญญาณขันธ์ไปสู่สภาวธรรมที่สูงขึ้นไปในสุคติภพ

ผมเองนั้น เคยเล่นแตรวงและต้องมีวัฒนธรรมการไหว้ครู รวมทั้งมักได้เล่นแตรวงในงานพิธีของชาวบ้านที่จะต้องมีการโปรยข้าวตอกดอกไม้อยู่เสมอเกือบสิบปี  จึงคุ้นเคยกับข้าวตอกดอกไม้เหมือนเป็นสิ่งดาดดื่นทั่วไป ไม่มีความน่าสนใจอย่างเป็นพิเศษแต่ประการใด ทว่า ต่อเมื่อได้ไปมีครอบครัวอยู่ที่เชียงใหม่และได้ร่วมงานบุญประเพณีของชุมชนล้านนาซึ่งได้ชื่อว่ามีความสร้างสรรค์ทางศิลปหัตถกรรมเป็นหนึ่ง ซึ่งรวมทั้งการทำพุ่มพวงข้าวตอกดอกไม้ [๕] ก็เริ่มเห็นความน่าสนใจของวัฒนธรรมการจัดดอกไม้และการทำศิลปะตบแต่งเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และแสดงความเคารพต่อสิ่งศรัทธา

กระนั้นก็ตาม ก็ไม่เคยพบว่าจะได้ตื่นตาตื่นใจและประทับใจเท่ากับได้เห็นเหล่าศิษยานุศิษย์และญาติโยมของวัดเขาวังราชบุรี ทำขึ้นเป็นสักการะบูชาในงานบำเพ็ญกุศลศพเจ้าคุณพระราชวรเมธี(ยุ้ย อุปสนฺนโต)                      

  ทุกอย่างมาจากองค์ประกอบแห่งความเป็นที่สุด            

วัสดุอุปกรณ์การทำข้าวตอกดอกไม้ ไม่ซับซ้อนยุ่งยาก ทว่า มีความหมายและคุณค่าทางจิตใจมากอย่างยิ่ง วัด หน่วยงาน และชุมชนต่างๆ หากสนใจก็สามารถจัดหาและทำด้วยตนเอง ดังนี้ 
๑. รวงข้าวฟ่างแก่เต็มที่ ๑ หมื่นรวง ข้าวตอกดอกไม้ที่เห็นในภาพนี้ เป็นพุ่มข้าวตอกดอกไม้ที่ทำมาจากรวงข้าวฟ่างจำนวนกว่า ๑๐,๐๐๐ รวง โดยไปเลือกสรรมาจากข้าวฟ่างที่กำลังแก่เต็มที่ ไม่อ่อนเกินไปซึ่งจะทำให้คั่วไม่แตกเป็นดอกช่อสวยงาม อีกทั้งไม่แก่จนเกินไปซึ่งจะทำให้เมล็ดข้าวฟ่างหลุดร่วงและรวงข้าวฟ้างไม่มีความเหนียว หักและขาดง่าย คณะของพระและญาติโยมต้องตระเวนขอซื้อจากชาวบ้านได้แห่งละเล็กน้อยตามไร่ต่างๆของชาวไร่ในจังหวัดราชบุรี แต่ก็ไม่เพียงพอกับความต้องการ จึงได้ไปรวบรวมมาจากอีกแหล่งหนึ่งที่ไร่ชาวบ้านที่ตากฟ้า ไพศาลี และหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ จำเพาะการเลือกรวงข้าวฟ่าง ก็สื่อถึงผลิตผลจากผืนดิน และการมีความหมายลึกซึ้ง ๓ มิติ คือ ราชบุรีหรือเมืองแห่งราชา นครสวรรค์หรือเมืองแห่งสรวงสวรรค์ และการเลือกกระจายไปหลายพื้นที่ ก็สื่อถึงความเป็นพืชพรรณที่งอกขึ้นเหมือนดอกไม้จากแผ่นดินของประเทศ
๒. ทราย ๒๐ คิว การคั่วให้รวงข้าวฟ่างร้อนและแตกเป็นข้าวตอกดอกไม้ มีลักษณะเหมือนกับการคั่วเกาลัดด้วยผงกาแฟ เป็นเคล็ดลับที่พระและญาติโยมทดลองทำและค้นพบว่าเป็นวิธีที่ดีสุด การคั่วด้วยน้ำมันทุกรูปแบบจะทำให้ข้าวตอกแตกไม่สม่ำเสมอ ดำ สกปรก ไม่เป็นช่อขาวสะอาดเหมือนการคั่วด้วยทราย และก้านรวงบางส่วนอาจจะไหม้ ทรายที่ใช้คั่วนี้เป็นทรายหยาบเหมือนกับที่ใช้ก่อสร้างทั่วไป
๓. หญ้ากระเทียม ใช้สำหรับมัดขึ้นรูปเป็นลำต้นเหมือนโครงของพวงหรีด เพื่อเสียบก้านข้าวตอกดอกไม้ให้ได้รูปทรงเป็นพุ่ม 
๔. ต้นไผ่ ต้นไผ่จะนำมาทำเป็นแกนห่อและยึดเป็นโครงด้วยกำหญ้ากระเทียมเพื่อให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการ
๕. ลวดและเชือก ใช้สำหรับมัดหญ้ากระเทียมและตบแต่งรูปทรงของพุ่มข้าวตอกดอกไม้ตามที่ต้องการ
๖. กะทะและพลั่ว สำหรับคั่วทรายและทำให้รวงข้าวฟ่างแตกเป็นข้าวตอกดอกไม้
๗.ถ่านที่ควันไม่มาก

  มิติชุมชนกับการทำข้าวตอกดอกไม้จากรวงข้าวฟ่าง              

เมื่อได้รวงข้าวฟ่างมาตามที่ต้องการแล้ว พระ แม่ชี และญาติโยม ก็นำรวงข้าวฟ่างมาทำเป็นพุ่มข้าวตอกดอกไม้ โดยเริ่มจากคั่วทรายในกะทะจนร้อนจัด จากนั้น ก็นำไปราดลงบนรวงข้าวฟ่าง ค่อยๆราดในกะทะทีละรวง ราดให้ได้ความร้อนจากเม็ดทรายอย่างทั่วถึง ไม่ถึง ๑๐ นาที รวงข้าวฟ่างก็จะแตกออกอย่างพร้อมเพรียงกันเหมือนกับการคั่วข้าวโพด เมื่อแตกจนหมดรวงแล้วก็สบัดทรายออกแล้วนำไปวางเรียงกัน ทำไปได้สักประมาณ ๑๐๐ ช่อรวง ทรายคั่วจะเริ่มดำ ก็จะเปลี่ยนทรายใหม่อีกกะทะหนึ่งไปเรื่อยๆ จนได้ข้าวตอกดอกไม้จากรวงข้าวฟ่างนับหมื่นช่อ

กระบวนการทำดังกล่าวนี้ แทบจะไม่มีรวงข้าวฟ่างที่เสียเลย และใช้เวลาทำอย่างประณีต ทุกช่อจะแตกเป็นข้าวตอกขาวสะอาด ความพิถีพิถันบรรจงจำเพาะในขั้นตอนนี้ก็ใช้เวลาเกือบ ๑ เดือน จากนั้น ก็นำวัสดุอุปกรณ์ต่างๆมาขึ้นโครง ห่อด้วยกำหญ้ากระเทียม แล้วก็ค่อยๆเสียบรวงข้าวตอกดอกไม้ขึ้นรูปเป็นพุ่ม ทำไปทีละต้นๆ แล้วจึงเริ่มนำมาจัดตบแต่งให้เป็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ แซมด้วยองค์ประกอบอื่นๆ ตามที่ต้องการ ตลอดกระบวนการจะต้องระดมความร่วมแรงร่วมใจหมุนเวียนกันทำครั้งละ ๒๐-๓๐ คนต่อเนื่องเป็นแรมเดือน จนสามารถกล่าวได้ว่า หากขาดความเป็นชุมชนและขาดภูมิธรรมที่อยู่เบื้องหลังการจัดวางองค์ประกอบต่างๆแล้ว ก็จะไม่สามารถทำพุ่มข้าวตอกดอกไม้ออกมาในลักษณะนี้ได้

  มิติการเรียนรู้และกระบวนการสืบทอดภูมิธรรมภูมิปัญญา องค์รวมความงามที่แยบคายและลึกซึ้ง            

ข้าวตอกมาจากภาษาบาลีว่า ลาซา มีคุณลักษณะสื่อถึงพระพุทธลักษณะ ๓ ประการ [๖] คือ การแตกกระจายออกเป็นดอกเมื่อคั่ว สื่อความหมายถึงคุณลักษณะแห่งพระปัญญาธิคุณซึ่งมีกำลังแห่งความตื่นรู้ ข้ามกองแห่งทุกข์ได้อย่างสิ้นเชิง มีสีขาวสื่อถึงพลังแห่งความเป็นพระวิสุทธิคุณ น้อมสู่การปฏิบัติให้ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ได้ทุกคนอย่างปราศจากสิ่งที่เป็นโทษภัย  และการแผ่ออกเป็นช่อ สื่อความหมายถึงความแผ่ไพศาลของพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณที่ยังประโยชน์สุขแก่หมู่ชนอย่างเสมอภาค เท่าเทียม เสมอกัน ในแง่การจัดวางองค์ประกอบของการทำข้าวตอกดอกไม้ จึงบ่งบอกถึงการมีภูมิธรรมและการแสดงออกถึงภูมิปัญญาเกี่ยวกับการดำเนินชีวิต รวมทั้งองค์ความรู้ต่างๆที่เชื่อมโยงอยู่กับระบบสังคมอย่างลึกซึ้ง

กระบวนการทำข้าวตอกดอกไม้อย่างที่เห็นนี้ ต้องใช้ความพากเพียร ต้องอาศัยความเป็นหมู่คณะ ต้องใช้ความรอบรู้ และมีความมุ่งมั่นแน่วแน่ต่อการทำองค์ประกอบต่างๆขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน เป็นกิจกรรมที่สอดแทรกกุศโลบายทั้งเพื่อพัฒนาการเรียนรู้สร้างความเป็นปึกแผ่นของกลุ่มก้อนและชุมชนอย่างแยบคาย

เป็นพลังความงามแห่งศิลป์ที่สร้างขึ้นจากองค์ประกอบความเป็นพื้นถิ่น มิติคุณค่าและความหมายของวัตถุ พลังความศรัทธา ภูมิธรรมของสังคม พลังจิตใจ และความเป็นชุมชน ซึ่งมีทั้งความงดงามและความเป็นวิถีชีวิตอย่างยิ่ง.

..............................................................................................................................................................................

เชิงอรรถ|อ้างอิงภาพและบทความ :

[๑] บทความ ใส่ใจรายละเอียด กตัญญู และเชิดชูครูอาจารย์ : พระราชวรเมธี (ยุ้ย อุปสนฺโต ปธ. ๙). วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ใน http://gotoknow.org/blog/livelesson/331596
[๒]
บทความ เขาวังราชบุรี : การผสมผสาน วัง วัด อำมาตย์ บ้าน โรงเรียน. วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ใน http://gotoknow.org/blog/civil-learning/331637
[๓
] อ้างอิงภาพ ไฟล์อัลบั้ม วิรัตน์ คำศรีจันทร์ http://gotoknow.org/file/wiratkmsr
[๔] อ่านและศึกษาเพิ่มเติม ใน งามจริงงามถิ่นศิลปวัฒนธรรม : ตอนที่ ๑๓ เรื่องขันดอกล้านนา ใน e-radio เข้าไปอ่านและฟังรายการวิทยุได้ที่ http://www.fm100cmu.com/fm100/100programs_detail.php?id_sub_group=83&id=3571 และ ศาสตราจารย์เกียรติคุณมณี พยอมยงค์ แห่งคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศิลปินแห่งชาติและปราชญ์แห่งล้านนาไทย ใน ศิลปะและวัฒนธรรม : ประเพณีดำหัวปีใหม่สงกรานต์ล้านนา กองส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 
[๕] ในวัฒนธรรมล้านนานั้น ดอกไม้ ธูป เทียน ข้าวตอกดอกไม้ รวมทั้งภัตตาหารและสิ่งต่างๆที่เป็นเครื่องสักการะพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในคติของชาวบ้าน จะได้รับความนอมน้อมและเคารพบูชาไปด้วย เช่น มีเพลงและคำกล่าวอัญเชิญดวงดอกไม้ไปยังแดนนิพพานและไปร่วมบูชาพระ มีเพลงและคาถาอัญเชิญข้าวตอกดอกไม้ให้ร่วมไปเป็นผู้นั่งใกล้พระรัตนตรัย ซึ่งสูงส่งเท่ากับความเป็นอุบาสกและอุบาสิกาของมนุษย์ เหล่านี้เป็นต้น วัฒนธรรมเกี่ยวกับการทำข้าวตอกดอกไม้ของชาวล้านนาจึงมีภูมิปัญญาอยู่เบื้องหลังที่หนักแน่น หลากหลาย งดงาม และมีความสืบเนื่องยาวนาน นอกจากนี้ ในพุทธประวัติและพุทธตำนานก็ได้มีการกล่าวถึงดอกไม้แห่งสวรรค์ชื่อ ดอกมณฑารพ ว่าจะโปรยลงมาจากสวรรค์เพื่อสักการะต่อพระพุทธองค์ในเหตุการณ์สำคัญ ๓ ครั้งคือเมื่อพุทธประสูติกาล ตรัสรู้ และเสด็จปรินิพพาน จึงเป็นที่มาของการนำเอาดอกไม้มาเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องสักการะบูชา และการทำ ข้าวตอกดอกไม้ หรือ การทำดอกไม้พันดอกในวันเทศน์คาถาพัน รวมไปจนถึงเทศกาลบูชาด้วยดอกไม้ ก็เป็นการสักการะบูชาต่อองค์รวมแห่งปัญญา คุณธรรม ความรักผู้คน และความดีงาม ที่แสดงในโอกาสพิเศษและมุ่งให้มีความหมายที่สุดต่อกรณีนั้นๆ
[๖] บทความ ข้าวตอก ดอกไม้ ลำเทียน ใน Lanna Corner.สถานบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าไปดูได้ใน www.lannacorner.net