มิตรภาพบำบัด เพื่อนช่วยเพื่อน( เสียอไรก็เสียได้แต่อย่าเสียกำลังใจ)

                เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว เราได้รับคนไข้ใหม่รายหนึ่งRefer จากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ผู้ป่วยรายนี้อายุ 50 ปี อาชีพรับราชการ ทำการรักษาทดแทนด้วยวิธีล้างไตทางช่องท้อง(CAPD)มานาน 5 ปีที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์   ตอนนี้ได้เปลี่ยนการรักษามาเป็นการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม  เนื่องจากมีการติดเชื้อทางช่องท้องเลยต้องเอาสาย Catheter ออก และเปลี่ยน วิธี มาทำการฟอกเลือดแทน

                ทุกครั้งที่มาฟอกเลือดผู้ป่วยมีจะมีอาการผิดปกติขณะฟอกเลือดเสมอ  เช่น  อาการปวดตามเส้นเลือดที่ใช้ฟอกเลือด (AVF)    เป็นตะคริว   ความดันโลหิตสูง  เป็นต้น

               วันหนึ่ง.... ดิฉันได้ถามผู้ป่วยว่า “อาจารย์ได้จองคิวเปลี่ยนไตหรือยัง”

            ผู้ป่วยตอบว่า   “ยัง”

            อ้าว!   เฝ้า รพ. ศรีนครินทร์อยู่ตั้ง 5 ปี ทำไมถึงไม่จองคิวล่ะ  ดิฉันถามด้วยความแปลกใจ 

 เขาเล่าว่า....    เขาไม่อยากเปลี่ยนไตหรอก อยู่โรงพยาบาลศรีนครินทร์เขาเห็นผู้ป่วยหลายต่อหลายคนที่ผ่าตัดแล้วติดเชื้อ ต้องทรมาน ต้องนอนโรงพยาบาลนานและบางคนต้องผ่าเอาไตออกหากเข้ากันไม่ได้บางคนก็เสียชีวิต  เขาบอกว่า “ผมกลัว”  ไม่อยากผ่าอีกแล้ว จะขอฟอกเลือดไปเรื่อย ๆดีกว่า  ยังไงก็ไม่เปลี่ยนไตแน่

 

                ดิฉันคิดว่าเขามีความพร้อมด้านเศรษฐกิจ มีญาติที่คอยดูแลใกล้ชิด  อายุก็ไม่มาก  ดูแล้วก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีโอกาสได้เปลี่ยนไต จึงพยายามหว่านล้อมให้เขาไปสมัครเข้าคิวเปลี่ยนไตและได้บอกเขาไปว่า “การได้เปลี่ยนไตนั้นเป็นความฝันสูงสุดของผู้ป่วยโรคไตวายระยะสุดท้ายทุกคน บางคนไม่มีโอกาส...  บางคนไม่มีเงิน... ไม่มีความพร้อม.. บางคนร่างกายไม่แข็งแรง.. แต่เรามีโอกาส มีเงิน มีความพร้อมด้านครอบครัว.. ทำไมเราไม่ลองดู ...เผื่อว่า.. เราอาจจะโชคดีก็ได้..  เราอาจจะไม่โชคร้ายเหมือนคนอื่นก็ได้..  ถ้าเรามีวาสนาเราก็อาจได้ไตและมีสุขภาพดี.. มีชีวิตที่ดีขึ้นก็ได้...ไม่ต้องมาเป็นทุกข์........ไม่ต้องมาฟอกเลือด... ดูตัวอย่างคนไข้ที่โรงพยาบาลนี้ซิ  คนที่เปลี่ยนไตไปแล้ว เขามีสุขภาพดี มีชีวิตที่ดีขึ้น และมีการงานที่ดี มีชีวิตใกล้เคียงคนปกติได้”  วันนั้นขณะที่ดิฉันพูดคนไข้หลายคนที่กำลังฟอกเลือดอยู่ก็ฟังดิฉันพูดไปด้วยพร้อมกัน

              พอดี... โชคดีเหลือเกิน... คุณวันชัย(นามสมมุติ)  คนไข้ที่เคยผ่าตัดเปลี่ยนไตไปตั้งแต่ปี พศ.2542  เขามาเยี่ยมที่หน่วยไตเทียม    คนนี้เดิมเขาก็ฟอกเลือดที่รพ.ของเรา  เขาเป็นผู้ป่วยในยุคแรกๆที่เราเปิดหน่วยไตเทียม   หลังจากที่เขาเปลี่ยนไตแล้วเขาสามารถทำงานได้ปกติ  หลังจากนั้นหน้าที่การงานเขาก้าวหน้าขึ้น 

  

 

           คุณวันชัยมาทักทายดิฉันและน้อง ๆ พยาบาล  ทุกคนก็รุมถามข่าว  คุณวันชัย มีหน้าตาสดใสผิวพรรณขาว หน้าก็ใส  ไม่เหมือนตอนที่ฟอกเลือด   เขาผิวดำคล้ำมาก    ด้วยรอยยิ้ม... เสียงหัวเราะ.... ความเป็นกันเอง.... ดิฉัน..ไม่ทิ้งโอกาสอันดีนี้ รีบแนะนำด้วยเสียงอันดัง(กะให้คนไข้ทุกคนที่นอนฟอกเลือดอยู่ได้ยิน  ซึ่ง ทุกคนหันมาทางดิฉันที่ยืนอยู่กับคุณวันชัย)   ดิฉันบอกว่า  “นี่คือคุณวันชัย คนไข้ของเราที่ได้เปลี่ยนไตไปแล้ว... ได้บอกถึงความหลังที่มีความยากลำบากในการต่อสู้ให้มีชีวิตอยู่เพื่อลูกและ ภรรยาของเขา  เขาเคยป่วยหนักจนนอนไอซียู  และใส่เครื่องช่วยหายใจ   ญาติ ๆ บอกว่าคงไม่รอด..เขา.. ไม่มีกำลังใจ.... แม้แต่พ่อแม่ก็คิดว่าเขาคงไม่รอด.. ขอให้ปล่อยให้เขาไปเสียเถอะ... มีเพียงภรรยาของเขาคนเดียวมาร้องไห้ต่อหน้าดิฉันและบอกว่า “ขอให้ช่วยเขาด้วยอย่างน้อยขอเพียงให้เขามีชีวิตต่อไปอีกสักพักเพื่อให้ลูกได้ชื่อว่า “มีพ่อ” ตัวเขาเองได้ชื่อว่า “ยังมีสามีอยู่”  ดิฉันเห็นน้ำตาเขาไหลพราก ๆ ก็นึกสงสาร พวกเราได้ช่วยเขาตั้งแต่เขายังสับสน.. เจ็บป่วยปางตาย.. จนมาฟอกเลือดได้ 2 ปี  เขาก็ได้มีโอกาสเปลี่ยนไตโดยไม่คาดฝัน

 

 

           ในวันที่ทางโรงพยาบาลศรีนครินทร์ตามเขาไปเปลี่ยนไตนั้น  ทางโรงพยาบาลศรีนครินทร์ติดต่อเขาไม่ได้เพราะโทรศัพท์เขาถูกตัด ( ไม่ได้จ่ายค่าโทรศัพท์)   จึงได้ติดต่อมาที่หน่วยไตเทียม และในที่สุด..เขาก็ได้เปลี่ยนไต  โดยที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ    นับว่าเขาเป็นคนไข้คนแรกของโรงพยาบาลเราที่ได้เปลี่ยนไต   เขาโชคดีมาก... เขาคือ... ความภาคภูมิใจของ หน่วยไตเทียม   วันนี้เขาได้พูดคุย ให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยทุกคนที่กำลังฟอกเลือด... เราให้เขาถ่ายรูปกับผู้ป่วยที่กำลังฟอกเลือด....    ให้เขาจับมือให้กำลังใจกัน ...

  เชื่อหรือไม่…หลังจากนั้นอีกไม่นาน เราได้ทราบข่าวว่า....โรงพยาบาลศรีนครินทร์ได้ตามตัวคุณมนูไปทำการเปลี่ยนไต  

            3 ปีแล้วที่เขาเปลี่ยนไตไป..  เขามักจะแวะมาเยี่ยมหน่วยไตเทียมเรา  มาให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยของเรา( จริงๆแล้วพยาบาลก็ได้กำลังใจจากเขาเหมือนกัน)   เขาทำเช่นเดียวกับที่เขาเคยได้รับจากคุณวันชัย...

                ถ้าหากวันนั้น…… ดิฉันไม่พยายามหว่านล้อมให้เขาไปสมัครเปลี่ยนไต.....

               ถ้าวันนั้น…............ไม่ได้กำลังใจจากคุณวันชัย.....จนเขาเปลี่ยนความคิดไปจากเดิม

             ถ้าวันนั้น…..............เขาไม่ตัดสินใจไปสมัครเข้าโครงการเปลี่ยนไต

            วันนี้.......... คงไม่มี มนู ที่หน้าสดใส   มีชีวิตอยู่ได้เหมือนคนปกติ   ไม่ต้องฟอกเลือด…..ไม่ต้องทรมาน……..ไม่ต้องหดหู่ใจ  ไม่ต้องทนทุกข์กับอาการแทรกซ้อนขณะฟอกเลือดลูกก็ได้มีพ่อ.....ภรรยาก็ยังคงมีสามี.........และ...........

        เพราะมีวันนั้น…… เขาจึงมีวันนี้... มีชีวิตใหม่…….  มีความ   

 หวัง  และ.....เป็นกำลังใจให้คนที่มีหัวอกเดียวกันต่อไป

 

                                         “เสียอะไรก็เสียได้แต่อย่าเสียกำลังใจ"

 

                                                              มณีวรรณ  ตั้งขจรศักดิ์

                                                                  (04/08/2551)