วันนี้ไปซื้อของในห้างสรรพสินค้าใหญ่กลางเมืองหาดใหญ่กับพี่วั้นและคุณสามี เรากลับมาที่รถเพื่อเก็บของก่อน แล้วพี่วั้นก็เข็นรถใส่ของกลับไปจอดไว้ที่ทางเข้า เพื่อไม่ให้เกะกะในที่จอดรถ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณแม่ทำเป็นประจำ เพราะเราเองจะรู้สึกว่ารถขนของที่เกะกะอยู่ในลานจอดรถนั้นกีดขวางทางจราจรและอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุกับรถที่จอดอยู่ได้ และการเข็นไปไว้ตรงที่ปลอดภัยก็ไม่ได้ลำบากหรือเสียเวลาอะไรมากมาย โดยเฉพาะเมื่อเราไม่ได้เป็นคนขับรถ ยังไงก็ต้องรออยู่แล้ว แต่วันนี้เมื่อเรากลับมาที่รถอีกรอบ เนื่องจากต้องกลับเข้าไปซื้อของอีกที ก็พบว่ารอบรถทั้งด้านข้างและด้านหน้ามีรถขนของจอดเกะกะอยู่ พี่วั้นก็ไปจัดให้เข้าที่เข้าทาง คุณพ่อบ่นว่านี่แหละเราทำแต่คนอื่นไม่ทำ

คุณแม่อย่างเราดีใจที่ลูกก็ยังเห็นด้วยกับเราว่า ใครจะทำหรือไม่ทำเราไปจัดการเขาไม่ได้ แต่เราควรจะทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมเท่าที่เราจะทำได้ ถ้าทุกคนคิดว่ายังมีคนอื่นไม่ทำ เราจะทำไปทำไมกันมากๆ สังคมนี้คงจะไม่เป็นสุขแน่นอน

มีเรื่องดีๆที่ควรทำมากมายในสังคม ทั้งเรื่องการเคารพกฎจราจร การรักษาความสะอาด การดูแลสิ่งแวดล้อม ที่มีคนมากมายละเลย แต่เราก็เห็นว่ามีคนอีกมากมายที่ทำอยู่ เราต้องช่วยกันอย่าให้คนทำดีลดจำนวนลง แล้วสังคมจะได้อยู่อย่างมีความสุข ในบทบาทของเราเองการทำสิ่งดีเป็นสิ่งที่เราร้องขอจากใครไม่ได้ แต่เราต้องลงมือทำเอง และหวังว่าเราจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้คนอื่นช่วยกันทำ ทุกคนต่างก็มีเหตุผลของตัวเอง เราไปกำหนดกะเกณฑ์ให้คนอื่นทำหรือไม่ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว แต่เราต้องถามตัวเองว่าเราทำสิ่งที่เราอยากให้คนอื่นทำหรือยัง และเราละเว้นสิ่งที่เราก็ไม่อยากให้คนอื่นทำหรือเปล่า การกระทำเป็นสิ่งที่ส่งผลได้ชัดเจนกว่าการเอาแต่พูดและคิดที่จะให้สังคมสงบ ร่มเย็น และเราต้องยึดมั่นที่จะทำต่อไป ไม่ต้องเกี่ยงว่าใครอื่นจะทำหรือไม่ทำ