สวัสดีค่ะ

          วันนี้หนึ่งมีเรื่องจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณหกโมงเย็นกว่าๆวันนี้เองค่ะมาเล่าให้ฟัง ไม่อยากเชื่อเลยว่าสังคมสมัยนี้จะอันตรายกว่าที่เราคิดจริงๆ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับน้องพยาบาลที่สนิทกันพอควรค่ะ

          ประมาณทุ่มกว่าๆ หนึ่งและเพื่อนๆที่เรียนด้วยกันกำลังทานอาหารกันที่ร้านแห่งนึงในจังหวัดขอนแก่นอย่างสนุกสนานค่ะ แล้วก็มีเสียงโทรศัพท์ของเพื่อนคนนึงดังขึ้น สายเรียกเข้าเป็นน้องพยาบาลคนนี้ล่ะค่ะ เมื่อรับสายก็มีเสียงร้องไห้ดังขึ้น น้องพยาบาลยังอยู่ในภาวะตกใจค่ะ บอกว่าต้องโทรหาใครซักคนค่ะ เมื่อรู้สึกดีขึ้นน้องเค้าเล่าว่า ประมาณหกโมงเย็นกว่าๆเมื่อกี้ ขี่รถมอร์เตอร์ไซค์ออกมาซื้อของที่ร้านเซเว่น ซึ่งเป็นร้านที่อยู่หน้าตลาดเลยนะคะ ก็เหมือนปกติค่ะ ไม่มีอะไร พอซื้อของเสร็จก็ออกมาหน้าร้าน วางของที่ซื้อไว้ที่ตระกร้าหน้ารถ ขึ้นคร่อมรถมอร์เตอร์ไซค์ เสียบกุญแจรถ เตรียมจะสตาร์ท ขณะนั้นเอง ก็มีมือของผู้ชายคนนึงมาดึงแขนไว้ ลักษณะเป็นคนเมาค่ะ อีกมือนึงเค้าล้วงของในกระเป๋า เหมือนมีอาวุธในกระเป๋าประมาณนั้น น้องเค้าตกใจมากและกลัวมาก เพราะน้องเค้ามาคนเดียวค่ะ มองซ้ายขวา ก็ไม่มีใครเลย น้องเค้าถามว่าจะทำอะไร ชายคนนี้บอกว่าให้ขับรถไป ไม่ต้องถาม และทำท่าว่าจะขึ้นซ้อนมอร์เตอร์ไซค์ น้องเค้าพยายามดึงแขนออกค่ะ แต่ก็ไม่ได้ผล บังเอิญมีผู้ชายอีกคนเดินออกมาจากร้านเซเว่นค่ะ น้องเค้าส่งสายตาขอความช่วยเหลือ ชายที่เพิ่งออกมาจากร้านเซเว่นเดินตรงเข้ามาหา และถามชายคนที่ดึงแขนน้องเค้าว่า คุณจะทำอะไรแฟนผม เท่านั้นล่ะ ชายคนที่จับแขนน้องเค้าไว้ก็รีบปล่อยมือ และวิ่งหนีไปค่ะ น้องเค้านั่งร้องไห้เลยค่ะ ขอบคุณชายใจดีคนที่เพิ่งช่วยเค้ายกใหญ่เลย ซักพักแฟนตัวจริงของชายใจดีคนนี้ก็ออกจากร้านเซเว่นค่ะ และบอกว่าสังเกตเห็นว่าผิดปกติเลยให้แฟนออกมาช่วยค่ะ หลังจากนั้นเค้าก็บอกว่าจะขับรถตามไปส่งให้ถึงบ้านเพราะกลัวว่าชายคนนั้นจะตามน้องเค้าไปอีกค่ะ จนน้องเค้ากลับถึงบ้านโดยปลอดภัย แล้วโทรมาเล่าให้พวกเราฟังนี่ล่ะค่ะ

          ไม่อยากเชื่อเลยนะคะว่ายังไม่ทันมืด กลางตลาด แท้ๆ ยังเกิดเหตุการณ์น่ากลัวแบบนี้ได้ ถ้าไม่ได้ชายใจดีคนนี้ช่วยไว้ ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับน้องเค้าต่อไปเลยค่ะ

          หนึ่งนำเรื่องนี้มาเล่า ว่าเดี๋ยวนี้ยังไงเราก็ต้องระวังตัวไว้ทุกกรณี ยิ่งหากเราต้องไปไหนมาไหนคนเดียว ก็ต้องระวังตัวให้ดีค่ะ มีสติ นะคะ

          และต้องขอบคุณน้ำใจที่งดงามของผู้ให้การช่วยเหลือน้องเค้าไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ จริงๆหนึ่งอยากจะขอชื่อมาลงไว้ด้วยแต่น้องเค้าบอกว่าเค้าไม่บอกชื่อค่ะ มาเล่าให้ทราบว่า ถึงสังคมจะน่ากลัวขึ้นทุกที แต่ก็ยังมีน้ำใจที่งดงามอยู่ในสังคมนี้เช่นกันค่ะ

 

หนึ่งมีคำถามให้ลองคิดดูเล่นๆค่ะ         

          เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้แล้วลองนึกย้อนกลับมาดูว่า เอ..ถ้ามันเกิดขึ้นกับตัวเรา แล้วบังเอิญว่าเราไม่โชคดี ไม่มีเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วย เราจะแก้ไขสถานการณ์แบบนี้ได้อย่างไร??

          หนึ่งคิดว่าหากเราเคยลองคิดไว้ล่วงหน้าว่าถ้าเกิดขึ้นกับเราเราจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร เวลาเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง พอตั้งสติได้ เราอาจพอจะนึกออกว่าจะต้องทำอย่างไรค่ะ แหะๆ คิดเผื่อๆเอาไว้ก่อน ดีกว่าค่อยมาคิดตอนเกิดเหตุใช่ป่าวคะ ^^ แต่ถ้าจะให้ดี ไม่ประมาท ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุได้เยอะเลยค่ะ ^^