ธรรมฐิตทำตัวยุ่งๆอยู่สองสามวันอีกแล้ว สุขและสนุกกับสิ่งที่ทำจึงเกิดความอิ่มใจอย่างงดงาม เช้านี้เลยเข้ามาเยี่ยมเพื่อนพ้องน้องพี่หน่อย เปิดเมลก็เจอบทความดีๆจากเพื่อนที่ไกลโพ้นอีกซีกโลกหนึ่งอ่านแล้วเติมพลังใจให้แช่มชื่นแต่เช้าตรู่ ลองอ่านดูนะขอรับอาจจะเห็นน้ำใสในน้ำขุ่นได้บ้าง
… ณ ผืนฟ้ายามค่ำคืนมีดวงดาวมากมายนั้นเพื่อประดับประดาท้องฟ้าให้งดงามและลมหนาว พัดผ่านมาเพื่อพิสูจน์ความอบอุ่นในใจของฉัน ฉันกำลังเดินทางตามหาสิ่งนั้นสิ่งที่เรียกกันว่า “ความรัก” ฉันตามหามันมานานเหลือเกิน เกือบครึ่งชีวิตแล้วสินะที่หามันแต่ก็ยังคงไม่เจอสักที อยากหาใครสักคนที่เข้าใจความหมายของความรู้สึกเหล่านั้น ดังนั้นฉันจึงเริ่มออกเดินทางบนเส้นทาง แห่งความโหยหาที่มีทั้งความสุข ความเศร้า และความเหงา ทำไมถึงไม่เจอสักทีผ่านมาหลายสิ่งมากมายมีทั้งใช่และไม่ใช่ เมื่อเราใช่แต่อีกฝ่ายกลับว่าไม่ใช่ แต่ใยเวลาเราว่าไม่ใช่ทำไมอีกฝ่ายถึงว่าใช่ สิ่งนี้นี่เองที่ทำให้เราอยากรู้ว่าความรัก คืออะไรกันแน่ บ้างก็ว่าความรักคือการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน แต่ฉันคิดว่าไม่ใช่เพราะทุกคนเมื่อให้แล้วก็ต้องหวังสิ่งตอบแทน แต่สิ่งตอบแทนของความรักคือความสุขที่ได้ทำเพื่อใครสักคนที่เรารัก บนหนทางนี้ฉันได้เรียนรู้อีกอย่างว่าความรักไม่ใช่การแสดง ความเป็นเจ้าของ เราต้องรักในสิ่งที่เป็นไม่ใช่รักในสิ่งที่อยากให้เป็น ฉันได้พานพบผู้คนมากมายที่หลงทางไปกับสิ่งนี้ การแสดง ความเป็นเจ้าของทำให้เขาต้องแยกจากกัน จงตระหนักไว้ว่าทุกคนมีชีวิตเป็นของตนเองและคงไม่มีใครอยากเอาชีวิตของตนเอง ไปผูกติดกับใคร คนเหล่านั้นต้องการคนเคียงข้างก้าวไปพร้อมกันบนเส้นทางแห่งชีวิตด้วยความเข้าใจมีคนคอยให้กำลังใจเป็น เพื่อนคู่คิดยามไม่มีใคร หากความเข้าใจกับความรักเดินไปด้วยกันบนหนทางแห่งนี้จะราบรื่นและคงจะไม่มีใครเจ็บเพราะมันอีก วันนี้ฉันได้เดินทางมาถึงจุดจุดหนึ่งบนเส้นทางที่ยาวไกลนี้ ฉันพบแล้วคนที่จะเคียงข้างยามมีดาวเต็มท้องฟ้า อ้อมแขนที่อบอุ่นยาม ลมหนาวพัดผ่าน คนที่ฉันพร้อมจะให้อย่างมีความสุข คนที่เฝ้ารอที่จะก้าวไปหาฝันพร้อมกัน บนหนทางที่เงียบเหงาแห่งนี้ฉันคงจะ ไม่เงียบเหงาอีกต่อไป ฉันหวังว่านี่คงเป็นปลายทางของหนทางแห่งนี้ที่เค้าเรียกกันว่า “หนทางแห่งความรัก”
ขอบคุณเพื่อนที่มอบสิงดีๆให้คิดขอรับ..
ผมได้ประเด็นของความรักที่แท้จริงและยั่งยืนครับ ว่าควรมาจาก
* ความรักไม่ใช่การแสดงความเป็นเจ้าของ
* เราต้องรักในสิ่งที่เป็นไม่ใช่รักในสิ่งที่อยากให้เป็น
* ทุกคนมีชีวิตเป็นของตนเองและคงไม่มีใครอยากเอาชีวิตของตนเอง ไปผูกติดกับใคร
ผมว่าเพียงเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วนะครับ สำหรับ "หนทางแห่งความรัก"
นมัสการยามเช้าค่ะพระน้องเจ้า
มาอ่านเรื่องนี้แล้วเหมือนได้เติมพลัง เพื่อก้าวเดินบนหนทางแห่งชีวิต
ด้วย ความรักอยู่แวดล้อม โลกนี้จึงช่างมหัศจรรย์และรื่นรมย์
สุข สงบ ดั่งใจปรารถนาเจ้าค่ะ
นมัสการพระคุณเจ้า
มานมัสการพระคุณเจ้า...
ได้อุ่นไอแห่งความรักเลยหนานี่...อิ อิ อิ
ตอนวัยรุ่น...(ตอนนี้ก็เพิ่งจะเลยวัยรุ่นได้ไม่นาน อิอิ) เคยคิดฝันอยากมีคนรักมาคอยดูแลเอาใจใส่ เติมเต็มชีวิต ทำให้ความเหงาหายไป ประมาณว่าชีวิตนี้ช่างเงียบเหงานัก...ได้แต่รอคอยใครสักคน (รอจนขี้เกียจจะรอแล้วก็ยังไม่มา 555)
ต่อมาก็ได้พิจารณาดูว่า หากแต่ละคนต่างต้องการคนมาคอยดูแลเอาใจใส่ มาเติมเต็ม แล้วมันจะเต็มได้อย่างไรในเมื่อต่างฝ่ายต่างก็ต้องการ แต่ไม่มีใครคอยเติม
ณ ขณะนี้ เรียนรู้ที่จะเติมเต็มชีวิตของตัวเอง เลือกที่จะเติมความรักที่มีให้กับใจตนเองก่อน เมื่อเรารักตนเองแล้ว ก็ย่อมที่จะแบ่งปันความรักให้กับผู้อื่นได้ด้วย...รักในทุกสรรพสิ่งรอบๆ ตัว เมื่อมีความรักแล้วจิตใจก็จะอ่อนโยน โลกจะงดงามขึ้นแม้ว่าจะเป็นโลกใบเดิมก็ตาม
ขอบพระคุณสำหรับเส้นทางแห่งรักเจ้าค่ะ...ดาวกำลังเรียนรู้ที่จะก้าวเดิน ^v^
ขอบพระคุณสำหรับเส้นทางแห่งรักเจ้าค่ะ...ดาวกำลังเรียนรู้ที่จะก้าวเดิน ^v^
ดาวฟ้าจะได้สิทธิ์นี้ทันที..
เอวํ โหตุ..