สืบเนื่องจากบันทึกที่แล้ว   คำชมของครูใหญ่มีอานุภาพเนื่องจากครูใหญ่ไม่ชื่นชม  บันทึกนี้ขอเล่าเรื่องคำชมของครูที่มีต่อนักเรียนบ้าง  มีหลายกรณีที่อยากจะเล่า  แต่กรณีนี้น่าสนใจกว่า  เพราะเพียงคำชมทำให้เด็กชายคนหนึ่งที่นอกจากเรียนไม่เก่ง ค่อนข้างเกเร เห็นแก่ตัว ขาดสำนึกจิตสาธารณะมาเป็นผู้เรียนดีและมีหัวใจเต็มไปด้วยสำนึกสาธารณะ 

          ฉันเคยสังเกตและติดตามพฤติกรรมของนักเรียนคนนี้มาเมื่อ ๔  ปีที่แล้ว  เนื่องจากเขามีลักษณะโดดเด่นชัดเจน ตัวอ้วนท้วน สูงใหญ่  แต่งกายสะอาด  จากการสนทนาแลกเปลี่ยนกับคุณครูในโรงเรียนทุกท่านลงความเห็นเช่นเดียวกันว่า "เรียนไม่เก่งและมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์นัก"  นับว่าเป็นโอกาสของการท้าทายอย่างยิ่ง   

          ฉันมีโอกาสสอนเด็กชายคนนี้เฉพาะชั่วโมงภาษาอังกฤษเท่านั้น   จากการติดตามทำให้ทราบว่า เขาเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว  พ่อไปทำงานกรุงเทพ  แม่ขายก๋วยเตี๋ยว ปล่อยให้ป้าซึ่งไม่มีลูกเลี้ยงแทนพ่อและแม่  ป้าจะรักเขาอย่างทุ่มเท  ตามใจมากมาย  เมื่อโรงเรียนใช้งานไม่ว่ากลุ่มหรือเดี่ยวก็จะหลบเลี่ยงเสมอ 

         เมื่อปีที่ผ่านมาเขาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ พฤติกรรมก็เหมือนเดิม  ฉันยังคิดไม่ออกว่าจะแก้ไขเขาอย่างไร   ขั้นแรกคอยให้ความใกล้ชิด แต่ท่าทางของเขายังไม่มั่นใจในตัวฉันมากนัก  ฉันได้เริ่มทักทายและชวนสนทนาถึงพ่อ แม่และครอบครัว  ชื่นชมพ่อและแม่ว่าเป็นคนขยันทำมาหากิน  "ครูภาคภูมิใจกับความขยันของพ่อแม่หนูนะ  หนูภูมิใจไหมละ"

           ต่อมาในห้องเรียน  ฉันพยายามจ้องตาเขาบ่อย ๆ เมื่อเขาอ้าปากพูดสนทนากับบทเรียน ทำให้ฉันสบโอกาส "พูดชื่นชมเขาต่อหน้าเพื่อน ๆ ว่าเขาเป็นเด็กสนใจเรียน  และสื่อสารให้ครูทราบว่ามีความเข้าใจเรื่องที่สอน  และขอให้กำลังใจ" โดยไม่คาดหวังอะไร  ต่อจากนั้นได้สังเกตว่าเขาสนใจเรียนมากขึ้น  ส่งการบ้านตรงเวลา แม้ว่าจะไม่เข้าใจมากนัก  การชื่นชมจึงเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองคือ "กล่าวชมนักเรียนที่ส่งการบ้านตรงเวลา"

          ฉันเริ่มมองเห็นกลยุทธ์ขั้นต่อไป  คือให้ความสนใจเขามากขึ้นในชั่วโมงเรียน "เปิดโอกาสให้เขาอธิบายเพื่อน"  และช่วยกันวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเขาในทางที่ดี  เป็นแบบอย่างของเพื่อน ๆ นักเรียนทั้งชั้นปรบมือแสดงความยินดีเป็นการยอมรับ "เขายิ้มและยกมือไหว้ขอบคุณเพื่อน ๆอย่างมีความสุข

         ผลบันทึกพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงนี้นี้เกิดขึ้นเมื่อภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๒  ปัจจุบันเขาเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ และเป็นเด็กที่มีผลการเรียนภาษาอังกฤษอยู่ในระดับดี  เพราะให้ความสนใจกับการเรียนตลอดเวลา  ภายหลังที่จบกิจกรรมภาคปฏิบัติแล้ว  เขาจะตั้งใจทำแบบฝึกอย่างมีสมาธิไม่คุยไปเล่นไปเหมือนครั้งที่ผ่านมา  

          ส่วนสำนึกจิตสาธารณะ  ได้ฝึกไปพร้อม ๆ กันคือถือโอกาสใช้ไหว้วานให้ช่วยงานบางอย่างและกล่าวชื่นชมว่า "เป็นเด็กมีฝีมือ แข็งแรงดีกว่าเพื่อน ๆ เพราะรูปร่างที่มองเห็นได้ชัด" และเขาจะเสนอตัวไปช่วยงานของเพื่อนและครู  งานกลุ่มงานเดี่ยวไม่มีบกพร่อง เมื่อวันสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเขามี"ช่อดอกใบเตย"มามอบให้ฉัน ๑ ช่อเป็นฝีมือของเขาเอง แม้ว่าจะไม่สวยเหมือนของเด็กหญิงและบิด ๆ เบี้ยว ๆ แต่เป็นการกระทำด้วยหัวใจจากเด็กชายคนหนึ่ง   "คำชื่นชมจึงเกิดขึ้นด้วยความประทับใจทั้งสองฝ่าย" พฤติกรรมด้านการหลบเลี่ยงงานนั้นไม่ปรากฏในตัวเขาอีกต่อไป  คุณครูและเพื่อน ๆ มองเห็นได้  ระยะเวลา ๔ ปีไม่นับว่านานเกินไปที่สำหรับการรอการปรับพฤติกรรมของเด็กแต่ละคน

         ส่วนเด็กคนอื่น ๆ จะมีความรู้สึกเป็นสุขกับที่เพื่อนได้รับคำชมนั้น   เนื่องจากเด็กนักเรียนของฉันถูกฝึกให้แสดงออกกับความสำเร็จและชื่นชมความดีของผู้อื่นเสมอ  บทบาทของการอิจฉาริษยาจึงไม่เกิดขึ้น   เพราะเด็ก ๆ มีใจเปิดกว้างในการยอมรับเพื่อน ๆ ซึ่งทุกคนก็ได้รับความเสมอภาคในคำชมตามสมควรเช่นเดียวกัน