หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเดินทางไปราชการที่กรุงเทพฯ ตอนแรกก็คิดว่าเตรียมงานไป 2 เรื่องคือ 1. เจรจาความร่วมมือในการพัฒนาอาจารย์ระดับปริญญาเอก ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2.ตัวแทนนักศึกษาไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านกิจกรรมนักศึกษากับมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม คิดว่าจะกลับในวันพฤหัสบดี พอดีได้รับโทรศัพท์จากรองคณบดี ผศ.สมศักดิ์ บอกว่ามีประชุมเรื่อง ครูสหกิจศึกษา ในวันศุกร์ ก็เลยอยู่ต่ออีก 1 เรื่อง ก็เลยขอบันทึกการเรียนรู้ในช่วงเวลาดังกล่าวไว้สักเล็กน้อย
@ การเจรจาความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
หลังจากที่รับงาน ก็ได้รับคำแนะนำจากผู้ทรงคุณวุฒิในสภามหาวิทยาลัยหลายท่านที่กรุณาแนะนำแนวคิดในการพัฒนาคณะ ประเด็นหนึ่งที่ได้รับคำแนะนำคือการพัฒนาอาจารย์ให้มีคุณวุฒิระดับปริญญาเอก เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นควบคู่ไปกับการพัฒนางานวิชาการของคณะ หลังจากที่ได้ปรึกษาหารืออย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการกับอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้บริหารคณะและอาจารย์กลุ่มสนใจ ก็ได้เริ่มต้นเจรจากับมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ต่อมาได้มีการวิเคราะห์หลาย ๆ ประเด็นแล้ว ก็ไปต่อไม่ได้ ระหว่างนั้นก็ค่อนข้างจะวุ่นวายกับตัวเองเล็กน้อย เนื่องจากจัดระเบียบความคิดและจัดระบบงานได้ไม่ค่อยดีนัก พยายามทบทวนวิเคราะห์ข้อจำกัดของตัวเอง บริบทของคณะ มหาวิทยาลัยและสภาพแวดล้อมทั่วไป ก็ตอบคำถามตัวเองได้หลายข้อ
ต่อมาก็ได้ศึกษาข้อมูลของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในหลายประเด็น ลองสอบถามความคิดเห็นของอาจารย์ในคณะ เลียบ ๆ เคียง ๆ หารือกับอธิการบดี เพื่อขอแนวคิดในการพัฒนาจากท่าน เก็บข้อมูลต่าง ๆ ประมาณ 2 อาทิตย์ ประมาณวันที่ 18 ธันวาคม ผมตัดสินใจโทรศัพท์หาประธานหลักสูตร เพื่อประเมินสถานการณ์ว่าควรจะเดินหน้ามากน้อยแค่ไหน ตอนแรกก็กังวลเล็กน้อยเพราะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ก็เลยเตรียมการไว้ว่า ในการพูดคุยกันครั้งแรก ควรจะเริ่มต้นอย่างไร จำได้ว่าตอนนั้นคิดว่าจะโทรหาอาจารย์ประมาณช่วงไหนดีนะ ที่จะไม่รบกวนอาจารย์มากไป ก็เลยโทรไปประมาณ 12.50 น. คิดว่าอาจารย์คงจะทานข้าวเที่ยงเสร็จแล้ว ก่อนไปสอนช่วงบ่ายน่าจะไม่ยุ่งมากนัก อีกเรื่องนึงที่อยากจะบันทึกไว้คือตอนแรกผมโทรไปที่หมายเลขของคณะ แต่คนรับสายบอกว่าอาจารย์ไม่อยู่ ก็เลยจะขอเบอร์มือถือของอาจารย์ เจ้าหน้าที่บอกว่า ขอโทษนะคะ อาจารย์ไม่ได้ให้ไว้....ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ใจคิดแต่ว่าอยากจะคุยกับอาจารย์แล้ว คุยให้รู้ไปเลยว่าเป็นอย่างไร ก็เลยสืบค้นข้อมูล จนได้เจอในเว็บไซต์ที่อาจารย์ทำกิจกรรมให้คำปรึกษาอะไรสักอย่าง ก็เลยโทรศัพท์เข้ามือถืออาจารย์
จำได้ว่าตอนนั้นอาจารย์บอกว่า ยินดีมากค่ะที่ให้ความสนใจ แต่ตอนนี้ยังไม่มีแผนรับนักศึกษา คาดว่าจะรับนักศึกษาอีกครั้งในปีการศึกษา 2554 ถ้ายังไงก็คุยรายละเอียดกันอีกครั้งนะคะ....แค่นี้ผมก็รู้สึกดีใจแล้วครับ หลังจากนั้นก็กลับมาคุยกันในคณะ สมาชิกในคณะดีใจที่ได้มีการเริ่มต้นคุยกัน(ในใจผมก็คิดว่า ถ้าอาจารย์ในคณะสนใจหลายคน เราก็จะเตรียมการให้ดีที่สุด) เริ่มจากสองสามคนเป็นเกือบสิบคน นอกจากนั้นก็มีอาจารย์คณะอื่นสนใจเข้าร่วมโครงการด้วย
ประมาณวันที่ 20 กว่า ๆ ก็โทรศัพท์หาอาจารย์อีกครั้งหนึ่ง อาจารย์บอกว่าได้เรียนปรึกษาในหลักสูตรแล้ว ขอนัดหมายให้อาจารย์มาพูดคุยเจรจารายละเอียดกันในวันที่ 19 มกราคม 2553...ผมก็คุยกันในทีมและปรึกษาอาจารย์ผู้ใหญ่ว่า ถ้าจะไปขอความร่วมมือจากคนอื่น ควรจะทำอย่างไรบ้างให้เขา say yes กับเรา...เมื่อได้คำแนะนำแล้วผมก็พยายามผนวกกับประสบการณ์ที่ได้รับจากการทำงาน สรุปตามความคิดของผมว่า ถ้าจะขอให้เขาช่วยเรา ก็ต้องเริ่มต้นจาก 1.แสดงความตั้งใจและความพร้อมของการทำงาน 2.พูดคุยกับอาจารย์ผู้ใหญ่ต้องสุภาพ มั่นใจ พูดจาชัดเจน 3.อธิบายแนวคิดของงานให้ชัด แสดงให้เขาเห็นว่าถ้าเขาช่วยเรา จะได้ช่วยเหลือและพัฒนาประเทศได้อย่างไร ส่วนที่เหลือก็แล้วแต่สถานการณ์และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
เมื่อวางแผนทำเอกสารรายละเอียดโครงการและข้อมูลพื้นฐานต่าง ๆ ที่แสดงให้อาจารย์เห็นว่าเรามีความตั้งใจ มีความพร้อมจริง ๆ ก็ขอความร่วมมือจากผู้เข้าร่วมโครงการจัดทำรายละเอียด ทุกคนให้ความร่วมมือดีมาก ส่งข้อมูลให้ภายใน 5 วัน ผมก็ให้นุรีซา ซึ่งเป็นนักศึกษาช่วยงานของคณะช่วยพิมพ์ให้เมื่อวันเสาร์ที่ 15 มกราคม วันอาทิตย์ก็พิมพ์เสร็จ จึงไปเข้าเล่มเอกสาร ทำปกอย่างสวยงาม
วันจันทร์ที่ 18 มกราคม โชคดีที่ได้เดินทางไปพร้อมท่านอธิการบดี ก็เลยมีโอกาสขอความคิดเห็นจากท่านประกอบการเจรจา อธิการบดีก็ได้สนับสนุนแนวคิดและให้ข้อเสนอแนะในการเจรจาหลายประเด็น
วันอังคารที่ 19 มกราคม อาจารย์นัดไว้บ่ายโมงตรง ผมเดินทางไปถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ตอน 9.30 น. แวะไปหาซื้อหนังสือที่ศูนย์หนังสือ เลือกไปเลือกมาทั้งซื้อไว้อ่านเองและฝากเพื่อน ได้หนังสือมาหลายเล่ม จนต้องฝากส่งทางไปรษณีย์(อยากจะบอกว่าตอนนี้หนังสือยังมาไม่ถึงเลยครับ) ต่อจากนั้นประมาณ 12.15 น. ก็เดินไปที่คณะ สังเกตบรรยากาศต่าง ๆ หน้าคณะ ประมาณ 12.40 น. ก็ไปที่สำนักงานคณบดี แจ้งว่าอาจารย์นัดหมายให้เข้าพบในเวลา 13.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ก็บอกให้ไปที่อาคาร 3 จะมีอาจารย์มารอที่หน้าลิฟท์ พอไปถึงอาคาร 3 ก็มีผู้ชายคนหนึ่งมาทัก(ทราบทีหลังว่าชื่อ ดร.สิทธิกร) และนำไปที่ห้องประชุม
บ่ายโมงก็เริ่มต้นพูดคุยกัน มีรศ.ดร.สมถวิล เป็นประธาน รศ.ดร.นาตยา ดร.วิภารัตน์ ดร.สิทธิกร และอาจารย์ผู้ใหญ่อีกท่านหนึ่ง(ต้องขอโทษด้วยที่จดบันทึกไว้ไม่ทัน ตอนที่มีการแนะนำ คิดว่าถ้ามีโอกาสไปเป็นลูกศิษย์ก็จะจำได้แน่นอนครับ)
ประเด็นหลักของการพูดคุยกันก็มี 7 ประเด็น
- ปีการศึกษาที่เปิดสอน อาจารย์ให้ความกรุณาจากตอนแรกที่คิดกันว่า น่าจะเป็นปีการศึกษา 2554 ก็เปลี่ยนมาเริ่มในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 เลย
- แผนการเรียนตลอดหลักสูตร ตามเอกสารที่อาจารย์ได้ให้มาด้วยแล้ว
- รูปแบบการเรียนการสอน คุยกันแล้วก็เห็นพ้องต้องกัน กลับมาทีมงานผมก็โอเคครับอาจารย์
- ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร ตามระเบียบของมหาวิทยาลัยทุกประการ
- การทดสอบภาษาอังกฤษ โอเคตามนั้นครับ
- การเตรียมหัวข้อวิทยานิพนธ์ ตอนนี้ก็กำลังทำรายละเอียดกันอยู่ครับ
- การเตรียมการด้านอื่น ๆ ตอนนี้ผมได้ปรึกษาท่านอธิการบดีแล้ว ได้ร่างหนังสือนำ โครงการและ MOU ให้อาจารย์ก่อนนะครับ มีอะไรเสนอแนะหรือแก้ไข บอกได้นะครับ
หลังจากที่เมื่อวานนี้ได้คุยกับอธิการบดีและได้สรุปงานรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว วันนี้ก็จะประชุมอาจารย์ในคณะกันด้วย มีงานหลาย ๆ ส่วนที่ต้องดำเนินการต่อไป
เรื่องนักศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับม.ราชภัฏจันทรเกษม และโครงการครูสหกิจศึกษา ไว้อ่านในบันทึกต่อไปนะครับ
เริ่มบันทึกประมาณ 04.45 น เสร็จเอาตอนนี้ 06.27 น.
สวัสดีค่ะ อ.อ็อด
แวะมาอ่าน มาเยี่มมค่ะ
วันนี้เพิ่งกลับมาจากกทม. เมื่อวานไปเจรจากันอีกรอบ ส่งเอกสารให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง คงจะมีความก้าวหน้าไปอีกขั้นครับ...
ผ่านมาจะสามปีแล้ว เวลาผ่านไปเร็วเหมือนกันนะครับ