กลิ่นไอของความเป็นพุทธศาสนิกชน ที่คนคนหนึ่งได้สร้างไว้ด้วยใจศรัทธายังอยู่ในความทรงจำ

หมอทำขวัญนาค ตอนที่ 16

“งานบวชนาคโจมยิ่งใหญ่ที่ใจศรัทธา”

นายชำเลือง มณีวงษ์

ผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมเพลงพื้นบ้าน

(พานพุ่มพนมมาลา รางวัลราชมงคลสรรเสริญ ปี 2547)

         ผมได้นำเอาประสบการในพิธีทำขวัญนาคมาเล่าในหลายตอนที่ผ่านมา เพื่อให้ได้เห็นว่าพิธีทำขวัญนาคในแต่ละงานเป็นเอกลักษณ์ ณ ตรงจุดนั้น ที่มองเห็นความแตกต่างกันในเรื่องราว พฤติกรรมในทางบุญ มีที่มาที่ไปและเป้าหมายการเดินทางมาที่แตกต่างกันและมาจบลงตรงที่บิดามารดาได้บวชพระลูกชาย ได้บุญกุศล ได้มีพระสืบทอดพระพุทธศาสนา

          ในตอนที่ 16 ผมขอนำเอาความทรงจำในหลายวันที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2552 แต่ก่อนหน้านั้น ผมได้รับการติดต่อจากชายหนุ่มคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “โจม” ด้วยความที่เขาเป็นคนทำงานด้านเทคโนโลยีและสร้างสรรค์ความบันเทิง ในการติดต่อแจ้งว่า ขอเชิญผมและทีมงานไปประกอบพิธีทำขวัญนาคที่วัดประชามงคล (โจมมีญาติมาร่วมงานมาก) ผมว่าใช้สถานที่ ที่วัดก็ดี เพราะว่ามีบริเวณที่กว้างขวาง แขกไปใครมาก็สะดวกที่จอดรถสบายไม่แออัดเหมือนกับที่บ้าน

          โจมติดต่อกับผมมาโดยตลอดจนดูเหมือนว่าเป็นญาติกันไปเลยเพราะเขาให้เกียรติผมมาก  ในตอนแรกก็ติดต่อเพียงให้ผมคนเดียวไปประกอบพิธีทำขวัญนาค ต่อมาโจมไปพบทีมงานที่ผมไปมายังสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งจะปรากฏในเว็บไซต์ youtube.com “ทำขวัญนาค” การติดต่อจึงกลายเป็นว่า ให้ไปทั้งทีมงานอย่างน้อย 3 คน โดยมีน้องท็อป (แชมป์ร้องเพลงลูกทุ่งรายการชิงช้าสวรรค์ เสียงดีมีค่าเทอม) และน้องแป้ง-ภาธิณี แม่เพลงคนเก่งไปด้วย ผมก็นัดหมายกับเด็ก ๆ ทั้ง 2 คนเอาไว้ เพราะว่าเสร็จจากงานทำขวัญนาคโจม ยังมีงานเพลงและงานทำขวัญนาคต่อเนื่องกันไปอีกจนถึงเดือนมีนาคมแล้วก็มีเว้นระยะบ้างตามที่มีผู้ติดต่อมา

          อีกไม่กี่วันต่อมา โจมก็ไปเจอลูกศิษย์ผมอีก 2 คน คือ อิม-หทัยกาญจน์ เมืองมูล (แชมป์เพลงแหล่รายการคุณพระช่วย 8 สมัย) และ ยุ้ย-รัตนา ผัดแสน (แชมป์เพลงอีแซว รายการคุณพระช่วย, รองชนะเลิศอันดับ 1 เพลงพื้นบ้านจัดโดยสถาบันพระปกเกล้า และแม่เพลงดีเด่นของจังหวัดสุพรรณบุรี) โจมเขาอยากให้ผมนำเด็ก ๆ อีก 2 คนนี้ไปด้วย (ความจริงเรารับงานแยกต่างหากจากตัวผมคนเดียว เพราะเด็ก ๆ เขามีชื่อเสียงรับงานได้เองแล้ว

          จนมาถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2552 ผมและคณะเดินทางไปยังวัดมงคลประชาราม ตำบลคลองโยง อำเภอกิ่งพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ได้พบกับ คุณพ่อสนิท-คุณแม่พยุง (บิดา-มารดา ของนาคโจม) เวลา 18.30 น. เป็นเวลาพิธีทำขวัญนาค ณ วัดมงคลประชาราม แต่ก่อนหน้านั้น จะมีพิธีรดน้ำขอขมาพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่และพิธีโกนผมและอาบน้ำนาค ณ วัดมงคลประชาราม นาคโจมตรงดิ่งเข้ามาทักทายผมและคณะอย่างสนิทสนม ได้พูดคุยกันครู่หนึ่งจากนั้นผมก็ขอเวลาเตรียมทำพิธีการ ภาพรวมของงานในวันนี้เป็นที่ประทับใจยิ่ง

           

           

           เจ้าภาพจัดสถานที่ได้สวยงาม สงบ และเต็มไปด้วยกำลังศรัทธา ณ สถานที่ศาลาวัดประชามงคล สิ่งของเครื่องใช้ที่เป็นเครื่องอัฏฐะบริขาร (เครื่องใช้สอยของพระในพระพุทธศาสนา) ได้แก่ สบง  จีวร  สังฆาฏิ  รัดประคด  บาตร  มีดโกน  เข็ม  และหม้อกรองน้ำ พร้อมทั้งเครื่องถวายพระ ได้ถูกจัดเตรียมและวางเอาไว้เป็นเชิงชั้นลดหลั่นกันลงมาอย่างเป็นระเบียบดูสวยงาม

           มองไปที่บายศรีต้น หรือว่าบายศรีหลักที่ใช้ในการประกอบพิธีทำขวัญนาคซึ่งในยุคนี้นิยมทำบายศรีสดประดับตกแต่งด้วยดอกไม้สีสันสวยงาม โดยเฉพาะงานนี้ผู้ทำบายศรีเขามีฝีมือละเอียดมาก ทำให้มองดูสิ่งประดิษฐ์มีคุณค่าต่อสายดาและการมองเห็นที่สว่างไสวไปด้วยทางสงบร่มเย็น มีไม่มากนักที่จะได้เห็นบายศรีสดมีความมั่นคง มีความประณีตงดงามเช่นนี้

         

          ญาติ ๆ ของนาคโจม จำนวนมากมานั่งรอกันอยู่ในเต้นขนาดใหญ่จัดเตรียมเอาไว้ที่หน้าศาลาจำนวนมาก งานนี้ไม่มีเลี้ยงโต๊ะจีน แต่เป็นการรับประทานอาหารแบบโต๊ะไทย แขกมาก็ยกอาหารมาเลี้ยงรับรอง ทำให้ย้อนนึกถึงเมื่อ ปี พ.ศ. 2514 วันที่ผมบวช สมัยนั้นไม่มีการลงขันมีแต่ญาติพี่น้องมาร่วมทำบุญกันเป็นเงินตั้งแต่ 1 บาท ไปจนถึง 100 บาท (มากทีเดียว)

บรรยากาศเก่า ๆ อย่างนี้หาดูได้ยากมากยิ่งขึ้นไปทุกที งานนาคโจมเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทำให้ได้ย้อนกลับไปคิดถึงในอดีต ที่ เรียกว่า ประเพณีหรือวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม

          ยังมีภาพสวย ๆ ในงานที่น่าชมอีกมาก ผมได้นำเอาภาพบางตอน ที่ท่านจะได้เห็นบรรยากาศและความคิด จิตที่ศรัทธา ที่เขาได้อุทิศแรงกายทำงานมายาวนานเก็บสะสมเงินทองเอาไว้ รอจนถึงเวลาอันสมควร (อายุเกิน 20 ปี) เขาจึงได้ใช้เงินที่เก็บออมเอาไว้มาใช้จัดงานอุปสมบทอย่างเหมาะสม เพื่อทดแทนบุญคุณของผู้ที่ให้กำเนิดได้อิ่มใจในบุญกุศลที่ลูกชายของท่านได้สร้างเอาไว้ให้อย่างสมเกียรติและภาคภูมิ

            

          งานบวชนาคโจมได้ผ่านไปหลายวันแล้ว แต่กลิ่นไอของความเป็นพุทธศาสนิกชน ที่คน คนหนึ่งได้สร้าง ได้ทำให้กับผู้ที่เลี้ยงดูมาคือ บิดา มารดา โอกาสที่จะได้พบเห็นอย่างนี้ มีเกิดขึ้นได้ไม่บ่อยนัก ผมมองเห็นว่า เป็นงานหนึ่งที่น่าภาคภูมิใจมาก จึงได้นำเอาเรื่องราวบางส่วนมาเล่าขานและเก็บภาพบรรยากาศในงานมาฝาก ครับ

          “กรรมใดๆที่ผู้อุปสมบทได้ล่วงเกินต่อท่านด้วย กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ขอได้โปรด อโหสิกรรมนั้นๆให้แก่ผู้อุปสมบททุกคนทุกท่านด้วยเทอญ”

          

          

ชำเลือง  มณีวงษ์  เข็มเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ รางวัลผู้สร้างสรรค์คุณประโยชน์

                        ต่อประชาชนโดยส่วนรวมอย่างดียิ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี ปี 2552