ชุมชนที่ฉันอาศัยอยู่เป็นหมู่บ้านจัดสรรชื่อว่า "หมู่บ้านเฟื่องฟ้าการ์เด้นท์โฮม"  ทุกครอบครัวทำงานมั่นคง  ส่วนใหญ่รับราชการ  บางครอบครัวก็มีรายได้ทั้งสองคน  บางครอบครัวมีรายได้เพียงคนเดียว  แต่พวกเราคนซอยเดียวกันมีความรัก ความสามัคคีอันดีต่อกัน  เพราะต่างคนต่างมาและมาพบกันที่นี่  มีจำนวนครอบครัวที่มีสัมพันธภาพใกล้ชิดกันถึง  ๑๐ ครอบครัว 

            แต่ละครอบครัวมีลูกชายหญิงวัยต่าง ๆ กัน  ตั้งแต่อายุ ๕ ขวบ ไปจนถึงอายุ ๑๘ ปีสูงสุด  จำนวน  ๑๖  คน  นับรวมน้องนัทและน้องอ็อฟด้วย  เด็กระดับมัธยมมีเพียง  ๖ คน  นอกนั้นเป็นเด็กเล็ก วันหยุดหากไม่มีธุระพิเศษ  พวกเราก็จะเจอกัน ทานข้าวมื้อเย็นด้วยกันและหากฉันกลับบ้านเป็นเวลาปกติ 

             ฉันดูเหมือนมีหน้าที่พิเศษในการอบรมเด็ก ๆ รุ่นเล็ก เริ่มตั้งแต่การทักทาย "สวัสดีค่ะ/ครับ" อย่างอ่อนโยนสวยงาม  การพูดจาไพเราะอ่อนหวาน ไม่เด็ดดอกไม้ใบไม้ไปทำลายเล่น ไม่ทิ้งขยะ  เห็นแล้วต้องเก็บ  จนถึงการฝึกทานผัก  ผลไม้  และการลดอาหารขยะและน้ำอัดลม สิ่งที่เด็ก ๆ เหล่านี้ทำได้ดีคือ "การไหว้" จึงทำให้เกิดเรื่องเล่าในบันทึกนี้คือ

             น้องขวัญข้าวและน้องข้าวขวัญสองพี่น้องวัย ๗-๘ ขวบ ต่างเดินถือจานข้าวจะมาทานนอกบ้าน  บังเอิญเมื่อเห็นฉันทำให้เด็กหญิงทั้งคู่ "รีบวางจานข้าวลงกับพื้นถนนเพื่อยกมือไหว้ฉันอย่างนุ่มนวลอ่อนหวาน"

             น้องแน๊ตเด็กชายวัย ๑๑ ขวบปีนี้ขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนประจำจังหวัด  หากขี่จักรยานก็จะปล่อยมือแล้วไหว้  ทักทาย "สวัสดีครับป้าคิม" บังเอิญวันนั้นขับมอเตอร์ไซค์น้องแน๊ตคงลืมตัวคิดว่าขี่จักรยานก็จะทำแบบเคยชิน  เคราะห์ดีแค่ใจหายเพราะน้องแน๊ตรีบคว้าทัน 

            น้องออโต้วัย ๖ ขวบเคยไหว้ฉันเพียงคนเดียว  ต่อมาฉันได้สอนให้ไหว้ผู้ใหญ่ทุกคนแม้ว่าไม่รู้จัก  น้องออโต้เคยบอกว่า "อยากจะไหว้นะครับแต่เขาไม่มองมาหาออโต" ฉันจึงแนะนำให้น้องน้องออโต้เดินไปด้านหน้าและทักทายก่อนจึงไหว้  วันหนึ่งน้องออโต้ไหว้คนขายไอศกรีม  จึงทำให้ได้ทานไอศกรีมฟรี  และผู้ใหญ่บางคนที่ไม่สนใจมองน้องออโต้จะเดินไป "สะกิดแขนและบอกสวัสดีครับ

              ส่วนมากวันทำงานฉันกลับถึงบ้านก่อนที่เด็กเหล่านี้จะกลับมาถึง  เมื่อลงจากรถแล้วเด็ก ๆ จะเดินมาหาฉัน มาสวัสดีฉันก่อน "ฉันจะนำเด็กแต่ละคนไปส่งถึงบ้านและบอกให้สวัสดีพ่อแม่

             พ่อแม่เคยเล่าให้ฉันฟังว่าเคยถามลูก ๆ "ทำไมลูกพูดกับป้าครูคิมไพเราะมาก และไหว้ป้าครูคิมอ่อนหวานสวยกว่าไหว้พ่อแม่ แถมยังพูดไม่ไพเราะอีกต่างหาก" เด็ก ๆ ให้เหตุผลว่า "ก็เพราะป้าครูคิมสอนให้หนูไหว้สวยและพูดจาไพเราะกับหนู

          รางวัลที่ฉันให้กับเด็กเหล่านี้คือการกล่าวชื่นชม ให้กำลังใจว่า เป็นแรงจูงใจ"ไหว้สวยมากทุกคนไหว้สวยที่ ๑ ประจำซอย ประเภทต่าง ๆกัน" แล้วแต่จะคิดได้ 

          ฉันมีความมั่นใจว่าต่อไป  ถึงแม้ว่าเด็กยังเปลี่ยนแปลงไม่ถาวรเนื่องจากวัยยังเล็ก  เมื่อเด็กเติบโตขึ้นก็จะทำให้ไหว้สวยไปเองและมีนิสัยอ่อนน้อม อ่อนโยน  เพราะได้รับการฝึกมาแล้ว เรื่องแบบนี้บางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องง่าย หากไม่ฝึกฝนจนเคยชินเป็นนิสัยและดูอ่อนโยนนั้นไม่ง่ายเลย ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน

http://www.dekthai-faidee.com/administrator/picnews/241008175526-ScreenShot00020.png