เล่าเรื่องโดย คุณครูตรีวุธ

 

 

ในเช้าวันพฤหัสบดีที่ 21 ม.ค. 53 เด็กๆลูกเสือ – ยุวกาชาด

ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ได้มีโอกาสดีๆในการไปเรียนรู้จากประสบการณ์จริงใหม่

ณ ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนห้วยทรายขาว

บ้านทาป่าเปา อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน

ซึ่งได้งบประมาณสนับสนุน ตามนโยบายโครงการเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ

พร้อมด้วยคณะครูผู้ติดตามอีก 4 ท่าน ประกอบไปด้วย

คุณครูผกาพันธ์ มโนกุล, คุณครูสุทิน สิงห์แก้ว,

คุณครูนภาพร ศรีสวัสดิ์ และคุณครูตรีวุธ  ปูนพันธ์ฉาย

 

 

เริ่มต้นด้วยการที่เด็ก ๆ มาโรงเรียนแต่เช้าตรู่ด้วยรอยยิ้มสำหรับการที่พร้อมไปเรียนรู้

จากประสบการณ์จริงใหม่ ณ ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนห้วยทรายขาว

บ้านทาป่าเปา อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูนโดยมี

คุณครูผกาพันธ์ คอยรอรับเด็กอยู่บริเวณทางเข้าโรงเรียน

จากนั้นในเวลา 7.30 น.เด็กๆ พร้อมกันที่หอประชุม เพื่อเช็คสมาชิกของแต่ละห้อง

เมื่อเช็ดเสร็จแล้ว เด็กๆ ได้เดินไปกราบไหว้เจ้าที่ของโรงเรียน

เพื่อความเป็นศิริมงคล จากนั้นก็ขึ้นรถเพื่อมุ่งไปสู่

ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนห้วยทรายขาว บ้านทาป่าเปา อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน

 

 

เมื่อไปถึงคณะวิทยากรทั้งคุณลุง คุณป้ารอคอยเด็กๆ ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

อย่างเป็นกันเอง โดยเริ่มจากการแนะนำวิทยากร

หลังจากนั้นคณะวิทยากรได้นำเด็กๆ ไปสำรวจสถานที่

 

 

และก็ถึงวินาทีที่เด็กๆ และคณะครูไม่คาดคิด คือ การได้เดินทางไกล

ซึ่งหนทางในการเดินทางไกลครั้งนี้ ต้องเดินลัดเลาะชายเขาขึ้นไปจนถึงยอดเขา

ซึ่งตลอดระยะการเดินทางไกลมีความลาดชันอย่างมาก

เด็กๆต่างกลัวที่จะต้องเดินขึ้นลงเขาที่มีความสูงและลาดชัน

แต่เด็กก็สามารถพิชิตความกลัวได้ด้วยใจตนเอง

 

 

จากนั้นเด็กได้ลงมารับประทานอาหารเพื่อเติมพลัง

และพร้อมที่จะเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่จากฐานการเรียนรู้

 

 

ทั้งหมด 3 ฐาน ประกอบด้วย

                ฐานที่ 1 ฐานอนุรักษ์ธรรมชาติ ภายในฐานนี้ เด็กๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของต้นไม้ ใบหญ้า ซึ่งเด็กๆ มีโอกาสได้เรียนรู้เกี่ยวกับพันธุ์ไม้ที่มีในป่า และการใช้ชีวิตในป่า

                ฐานที่ 2 ฐานเศรษฐกิจพอเพียง ฐานนี้จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำจุลินทรีย์ขยายและฮอร์โมนผลไม้ ซึ่งในส่วนผสมที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติทั้งหมด

                 ฐานที่ 3 ฐานต้มยาสมุนไพร ฐานนี้จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับสมุนไพรต่างๆที่มีอยู่ในท้องถิ่นหรือในป่า ซึ่งสามารถนำมาประกอบการต้มเพื่อทำเป็นยาสมุนไพรแก้โรคต่างๆ ได้หลายโรค เช่น ต้านมะเร็ง เบาหวาน โรคเก๊า เป็นต้น

 

 

กลับมาถึงโรงเรียนเด็กๆก็ยังมาเล่าถึงความประทับใจต่างๆที่ได้ไปเรียนรู้มา

บางคนถึงกับออกปากว่า น่าจะนอนค้างซักคืนคงสนุกกว่านี้

ได้ฟังแล้ว ทำเอาคนที่ไม่ได้ไป อยากไปกันทันทีเชียวแหละ