
กำกับ/เขียนบท : James Cameron
นำแสดง : Sam Worthington, Zoe Saldana, Sigourney Weaver, Michelle Rodriguez
ความยาว : ๑๖๒ นาที
ระดับความชอบ : ๑๐/๑๐ (หนังในดวงใจ เลยครับเรื่องนี้)
They killed their mother เป็นประโยคแทงใจมากครับจากหนังเรื่องนี้
ในครั้งแรกไม่ได้อยากดูหนังเรื่องนี้เลย เพราะคาดว่าจะเป็นหนัง Action Sci-Fi เป็นแนวที่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่
จนพี่ที่ทำงานมาบอกว่าไปดูมา เป็นสามมิติ หนังยาวแต่ไม่เบื่อเลย
ใน Blog บางที่บอกว่าให้แนวคิดเทียบชั้น The Matrix เลยทีเดียว
สุดท้ายได้ข่าวว่าได้ลูกโลกทองคำอีก
แต่ เหตุผลหลักที่ทำให้ไปดูหนังเรื่องนี้ คือ ประสบการณ์จากหนังการ์ตูนเรื่อง Up ที่หลายคนชื่นชมตอนดูในโรงภาพยนตร์แบบสามมิติ แต่ผมไปดูด้วยแผ่นแล้วเฉยๆ เลยคิดว่าการดูเป็นสามมิติน่าจะมีผลในการสร้างความประทับใจไม่มากก็น้อย
สุดท้ายก็ไปดูแบบสามมิติที่ Esplanade รัชดาฯ
ตื่นตาตื่นใจกับภาพสามมิติที่เห็น
แต่ที่น่าสนใจและถูกใจมากกว่า คือ เนื้อเรื่อง แม้จะไม่ซับซ้อน พอเดาออก แต่ผมว่าตรงประเด็นดี
ใน เมื่อเราจะไปใช้โลกของเขาก็มีสองทางเลือก ไปขอแบ่งจากเจ้าของเดิม หรือไม่ก็แย่งยึดเอา โดยมักอ้างเรื่องอารยธรรม แล้วก็ดำเนินชีวิตทำลายล้างเหมือนเดิม จากนั้นก็เสาะหาโลกใหม่ไปเรื่อยๆ
ดูแล้วอยากให้เทพเอวามีอยู่บนโลกใบนี้บ้างจัง จะได้ขอพรให้โลกนี้อยู่นานๆ ต่อสู้กับสิ่งชั่วร้ายได้บ้าง
มนุษย์ มักจะใช้ชีวิตตามแนวทางที่ตนถนัด มักคิดว่าตัวเองดี คนอื่นด้อยหมด มักคิดว่าเราสามารถศึกษาสิ่งต่างๆ ด้วยการเก็บตัวอย่างมาทดสอบ ธาตุแท้ของคนเหล่านี้แสดงให้เห็นตลอดเรื่อง
ส่วนชาว Navi จะเป็นคนยุคเก่าที่ยังสัมพันธ์กับธรรมชาติ ให้เกียรติธรรมชาติ และที่เด่นกว่ามนุษย์โลกคือสามารถสร้าง Bonding กับธรรมชาติรอบตัวได้ คนสมัยนี้ก็พยายามฝึกอยู่ครับ การสร้าง Bonding กับสิ่งต่างๆ
มนุษย์ เป็นสัตว์โลกที่มีความสามารถในเรื่องนี้น้อยทีสุด เรามักจะไม่สามารถรู้จากสิ่งที่ธรรมชาติพยายามบอกเราเลย แถมยังทำลายธรรมชาติกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
เคยมีคนถามผมว่า เชื่อเรื่องน้ำท่วมโลกไหม? ผมเชื่อครับ เพราะข้อมูลต่างๆ ก็บอกเรามาตลอด ดังนั้นหากมีโอกาสก็หาทางหนีทีไล่ไว้บ้างก็ดีนะครับ เช่น หาที่ดินที่สูงๆ ที่คิดว่ารอดในวันนั้นไว้บ้าง หรือ หากัลยาณมิตรที่จะบอกหรือเตือนภัยในวันนั้นไว้บ้างก็ดีครับ
แต่จะดีที่สุดต้องช่วยให้โลกนี้ล่มสลายให้ช้าที่สุดครับ
ขั้นแรก ต้องตั้งใจว่าจะช่วยโลกเราแล้ว คิดว่าโลกนี้คือมารดาของเรานะครับ
ขั้นที่สอง คิดว่าจะทำอย่างไรจะลดการสร้าง CO2 จากกิจกรรมที่เราทำได้บ้าง ผมมีโครงการ ๑๐:๑๐ มาแนะนำครับ นั่นคือตั้งใจลดการผลิต CO2 จากตัวเราลง ๑๐% ภายในปี ค.ศ.๒๐๑๐ ลองกดเข้าไปใน Link นี้นะครับ http://sibsibcampaign.wordpress.com
ขั้นที่สาม ลองคำนวณ CO2 ที่เราผลิตในปัจจุบัน จากเวบนี้นะครับ http://thaicfcalculator.tgo.or.th/index.html
ตอนใส่ข้อมูลอาจต้องใช้เวลาซักนิดนะครับ รู้สึกว่าจะต้องลงทะเบียนก่อนด้วยนะครับ
ขั้นที่สี่ หาทางลดลงให้ได้ตามเป้าหมาย และทำอย่างจริงจัง แล้วลองวัดผลเป็นระยะๆ
อย่าคิดว่าการผลิต CO2 เป็นเรื่องของคนอื่นนะครับ เริ่มที่ตัวเรา
อย่างน้อยเราก็ได้แสดงความกตัญญูต่อมารดาของเราอย่างเต็มความสามารถแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม
อย่างน้อยเราได้ทำเพื่อคนรุ่นหลังรวมถึงลูกหลานของเราอย่างเต็มที่แล้ว
อย่ารอจนต้องไปรุกรานคนอื่นเลย หนังเรื่องนี้สอนผมอย่างนี้ครับ
มีความสุขทุกคนครับ
Link ที่เกี่ยวของ : ดร.วรภัท ร์ อาจารย์ของผม ท่านเขียนถึงเรื่องนี้ไว้ในแนว KM LO ลองคลิ๊กเข้าไปอ่านดูนะครับ จะได้รู้ว่า คำว่า I see you คืออะไร ทำไมคุ้นๆ คำนี้ เป็นคำในวงการนี่เอง ผู้กำกับท่านนี้เก่งจริงๆ
Avatar
อย่ารอจนต้องไปรุกรานคนอื่นเลยครับ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
กานต์ธีรา · 24 ม.ค. 2553
อุ๊ · 24 ม.ค. 2553
อ.อาลัม · 24 ม.ค. 2553
นาย วีระ คมวิลาศ · 24 ม.ค. 2553
กานต์ธีรา · 24 ม.ค. 2553