ความสำคัญของ 'โอเพ่นซอร์ส' ที่หลายคนไม่เข้าใจ (ข้อเขียนในช่วงรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี)
ปกป้อง พงศาสนองกุล
(http://www.ftawatch.org/autopage1/show_page.php?t=11&s_id=63&d_id=63)
ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นการสนับสนุนหรือไม่สนันสนุนโอเพ่นซอร์สของ นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ถูกหยิบมาเป็นประเด็นถกเถียงพร้อมกับวิจารณ์วิสัยทัศน์ของเจ้ากระทรวงอย่างรุนแรงในแวดวงไอที
เอาเข้าจริงเรื่องนี้ ไม่ได้มีผลกระทบเฉพาะวงการไอทีเท่านั้น แต่ส่งผลถึง “การเมือง” ตั้งแต่ระดับเศรษฐกิจครัวเรือน ไล่เรื่อยไปถึงเศรษฐกิจระหว่างประเทศและสังคมของประเทศในระยะยาวอย่างน่าวิตก โดยไม่ควรให้เรื่องนี้เงียบหายหรือถูก “จำกัด” การเคลื่อนไหวแค่ในระดับของวงการไอทีเท่านั้น
การที่กลุ่มนักพัฒนาและผู้ใช้งานโปรแกรมโอเพ่นซอร์สจำนวนมากได้ออกมาเคลื่อนไหว ทำจดหมายเปิดผนึกถึง รมว.ไอซีที ให้ทราบและเข้าใจ “ความสำคัญ” ของโปรแกรมโอเพ่นซอร์ส ว่าไม่ใช่เป็นเพียงแค่โปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้นมาจากกลุ่มคน 2-3 คนแล้วนำมาแจกจ่ายให้ทดลองใช้โดยขาดซึ่งการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม แต่โอเพ่นซอร์ส หมายถึงโปรแกรมที่ได้รับความนิยมและมีกลุ่มนักพัฒนาช่วยกันพัฒนาต่อยอดอยู่มากมายทั่วโลก ปัจจุบันมีโปรเจคโปรแกรมโอเพ่นซอร์สอยู่มากกว่า 100,000 โครงการทั่วโลก (อ้างอิงจากเว็บไซต์ sourceforge.net) โดยภายหลัง รมว.ไอซีที ต้องออกมายอมรับว่า “เข้าใจผิด” ซึ่งสมาคมสมาพันธ์โอเพ่นซอร์สไทยจะเข้าพบเพื่อทำความเข้าใจ ในวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ เพราะสิ่งที่สมาคมฯ เป็นห่วงก็คือความเข้าใจผิดของคนที่ดูแลในระดับนโยบาย
กระนั้นก็ตาม ยังมีเสียงตั้งคำถามเชิงบ่อนเซาะความเข้มแข็งของผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ ในทำนองว่า “กลัวเดือดร้อนว่ารัฐจะไม่สนับสนุนงบประมาณ” ด้วยมุมมองที่คับแคบและไม่เท่าทันต่อสถานการณ์
คำตอบจากเหล่านักพัฒนาโปรแกรมก็คงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "เปล่าเลย"
การสนับสนุนโอเพ่นซอร์สนั้นทำได้หลายทาง และเรื่องเงินไม่ใช่ประเด็นที่สำคัญที่สุด แต่เป็นเรื่องของนโยบายในการสนับสนุนมากกว่า
สำหรับผู้ที่ยังไม่ค่อยทราบว่า ทำไมเราต้องมีโปรแกรมโอเพ่นซอร์ส? อธิบายอย่างง่ายดังนี้ครับ
การที่เราใช้ชุดโปรแกรมสำนักงานแบบมีลิขสิทธิ์เพียงอย่างเดียว เช่น Microsoft Office เป็นการผูกขาดทางการค้าแถมยังผูกขาดทางการเรียนรู้ไม่ให้นักพัฒนาโปรแกรมได้แสดงฝีมืออีกด้วย โดยเมื่อถึงเวลาหนึ่ง Microsoft จะทำการอัพเดทเวอร์ชั่นชุดโปรแกรม Office ให้ทันสมัย แต่ไม่สามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมเวอร์ชั่นเก่าได้ ทำให้ผู้ใช้งานจะต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อชุดโปรแกรมรุ่นใหม่ๆ เสมอ แต่ถ้าหากเราใช้ชุดโปรแกรมสำนักงานที่เป็นโอเพ่นซอร์ส เมื่อเราพบปัญหาในการทำงาน นักพัฒนาโปรแกรมก็จะสามารถเข้าไปแก้ไขคำสั่งในการทำงานเพื่อให้โปรแกรมยังคงสามารถทำงานได้และทำให้โปรแกรมนั้นใหม่อยู่เสมอ
"จุดเด่นของโปรแกรมโอเพ่นซอร์สอีกอย่างหนึ่งคือ เราสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมโอเพ่นซอร์สจากอินเตอร์เนตได้เลย ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงโปรแกรมเวอร์ชั่นใหม่ๆ ได้เสมอ ซึ่งต่างจากโปรแกรมลิขสิทธิ์ที่ต้องหาซื้อในราคาที่สูงมากอยู่เป็นระยะ"
สถานการณ์ในประเทศไทย ขณะนี้ บริษัท ไมโครซอฟ (ไทยแลนด์) จำกัด กำลังขยายขุมกำลังและแผนการครอบงำไปในทุกภาคส่วนอย่างหนัก เช่น การมอบซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ของไมโครซอฟท์ให้แก่โรงเรียนทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทั่วประเทศ เพื่อให้ทางโรงเรียนนำไปติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่โรงเรียนได้รับบริจาค โดยทางบริษัทฯ ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และภายใต้ข้อตกลงของโครงการนี้ โรงเรียนจะได้สิทธิในการใช้โปรแกรมในราคาพิเศษประมาณ 100 บาทต่อเครื่อง ต่อปี (ซึ่งฟรีในครั้งแรก???) รวมทั้งแถมการอบรบการใช้งาน จนทำให้บางครั้งโปรแกรมโอเพ่นซอร์สแทบจะไม่มีที่ให้แสดงฝีมือเลย และเมื่อ Microsoft ขยับตัวอัพเดทชุดโปรแกรมแต่ละครั้ง ประเทศไทยจะต้องสูญเสียเม็ดเงินมากมายขนาดไหนเพื่อทำการอัพเดทโปรแกรมในแต่ละคราว
มิพักต้องกล่าวถึง การที่นายสิทธิชัยยังได้หารือกับผู้บริหารบริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ถึงการทำ E-Government (วิธีการบริหารจัดการภาครัฐสมัยใหม่) และผู้บริหารบรรษัทข้ามชาติรายนี้ ก็ต้องการขอพบ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ในโอกาสที่ไปร่วมประชุมเอเปคด้วย
ทั้งนี้ การสนับสนุนจากทางภาครัฐเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ SIPA เมื่อปี 2546 ทำหน้าที่สนับสนุนผลักดันให้มีการส่งเสริม พัฒนาของซอฟต์แวร์ โดยมุ่งหวังจะให้เป็นตัวช่วยให้ประเทศสามารถยืนหยัดได้ด้วยซอฟต์แวร์ของเราเอง อีกทั้ง SIPA ยังสนับสนุนให้มีการจัดทำชุดซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สบนวินโดวส์แจกจ่ายให้ประชาชน ในชื่อโครงการ Chantra พร้อมกันนี้ก็สนับสนุนการพัฒนา
การพัฒนาโปรแกรมโอเพ่นซอร์สในประเทศไทย ปัจจุบันแบ่งออกเป็นหลายระดับ
ระดับระบบปฏิบัติการได้มีนักพัฒนาคนไทย โดยการสนับสนุนจาก NECTEC ได้ทำการพัฒนา Linux ให้สามารถใช้งานภาษาไทยได้สมบูรณ์ โดยตั้งชื่อโครงการว่า LinuxTLE โดยนำ Fedora Linux มาเป็นแกนในการพัฒนา ส่วนระดับชุดโปรแกรมสำนักงาน ได้เคยมีนักพัฒนาในประเทศไทยได้นำชุดโปรแกรม OpenOffice.org มาพัฒนาให้สามารถใช้ภาษาไทยได้ดีในชื่อ OfficeTLE แต่ปัจจุบันนักพัฒนาไทยได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับนักพัฒนาทั่วโลกผลักดันให้ตัว OpenOffice.org ตัวหลักสามารถใช้ภาษาไทยได้ทันทีไม่ต้องมาทำการอัพเดทภายหลัง
ลองคิดดูว่า ถ้าท่าน รมว.ไอซีที ผลักดันให้รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนให้ทุกคนในประเทศรู้จักและใช้โปรแกรมโอเพ่นซอร์สกันมากๆ ประเทศไทยจะลดการนำเข้าของโปรแกรมลิขสิทธิ์ไปได้อีกเท่าไหร่ โปรแกรมลิขสิทธิ์แต่ละชุดราคาไม่น้อยเลยทีเดียว รวมทั้งสนับสนุนให้หน่วยงานของราชการหันมาใช้โปรแกรมโอเพ่นซอร์ส เช่นชุดโปรแกรม OpenOffice.org โดยไม่ผูกขาดกับชุดโปรแกรม Office ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งเท่านั้น
การให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนในเรื่องของโอเพ่นซอร์ส ว่าการใช้งานโปรแกรมโอเพ่นซอร์สทั้งหลายนั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่จำเป็นต้องเป็นโปรแกรมเมอร์หรือเรียนรู้ภาษาคอมพิวเตอร์แบบลึกซึ้ง เพียงแค่ผู้ใช้งานมีความสนใจและใส่ใจเท่านั้น ก็สามารถเสาะหาและนำโปรแกรมโอเพ่นซอร์สมาใช้ได้แล้ว แถมยังไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย
การสนับสนุนโรงเรียนให้สอนการใช้งานโปรแกรมโอเพ่นซอร์ส สนับสนุนให้มหาวิทยาลัยมีหลักสูตรการพัฒนาโปรแกรมโอเพ่นซอร์สอย่างกว้างขวาง ให้เยาวชนของชาติซึมซับคุณประโยชน์จากการค้นคว้าหาความรู้ ไม่ใช่ติดหล่มกับโปรแกรมสำเร็จรูปที่ไม่สามารถเข้าไปเรียนรู้อะไรได้เลย
อย่างช่วงนี้ปีที่ผ่านมาก็มีข่าวการสนับสนุนการใช้งานโอเพ่นซอร์ส จากรัฐบาลในหลายประเทศทั่วโลก เช่น ฝรั่งเศส เดนมาร์ก เบลเยียม ออสเตรเลีย โครเอเชีย เกาหลีใต้ และอีกหลายประเทศในยุโรป หรือแม้กระทั่งกระทรวงกลาโหมและรัฐเมสซาชูเซ็ตส์ ของสหรัฐอเมริกา
แล้วโอเพ่นซอร์สอยู่ได้อย่างไร?
ในจดหมายเปิดผนึกถึง รมว.ไอซีที โดยคุณเทพพิทักษ์ การุญบุญญานันท์ อธิบายว่า "เรื่องรายได้ของนักพัฒนาที่ท่านเป็นห่วงนั้น เราซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ย่อมเป็นห่วงไม่น้อยกว่าท่าน แต่เราเชื่อว่าเมื่อโอเพนซอร์สมีการเติบโต ย่อมเกิดช่องทางของความอยู่รอดอย่างที่เกิดในต่างประเทศเองเป็นธรรมชาติ"
แต่กระนั้นการสนับสนุนโปรแกรมโอเพ่นซอร์สก็ต้องมาพร้อมกับการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างจริงจังมากขึ้น โดยหากการละเมิดโปรแกรมลิขสิทธิ์ยังมีอยู่อย่างกว้างขวาง การที่ผู้ใช้จะมองเห็นคุณค่าของโปรแกรมโอเพ่นซอร์สก็คงจะลดน้อยลงไปด้วยเช่นกัน เหมือนอย่างที่คุณวสันต์ ลิ่วลมไพศาล ได้เคยยกตัวอย่างว่า ทุกวันนี้บางคนสามารถหาโปรแกรมของไมโครซอฟต์ครบชุดในราคาเพียง 150 บาท แต่เมื่อมันกลายเป็นชุดละ 15,000 เมื่อไหร่นั่น เขาก็จะเห็นคุณค่าของโอเพ่นซอร์สทันที
ถึงแม้ว่าในชีวิตจริงของเรานั้นจะยังตัดขาดจากไมโครซอฟต์ผู้ผลิตโปรแกรมลิขสิทธิ์เจ้าใหญ่ที่สุดของโลกไม่ได้ในเวลาอันสั้น แต่ก็เริ่มลดการใช้งานให้เหลือไว้แต่เพียงระบบปฏิบัติการ Windows เท่านั้น ส่วนโปรแกรมอื่นๆ ให้ใช้โปรแกรมโอเพ่นซอร์สทั้งหมดก็คงจะดี
เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่า “อะไรดีกว่ากัน” แต่อยู่ที่ว่า “เคยใช้กันหรือยัง” ต่างหากครับ
ข้อมูลเพิ่มเติม
ThaiOpenSource.org : http://www.thaiopensource.org
OpenTLE : http://www.opentle.org/th/projects
Fedora Linux : http://fedora.redhat.com
Sourceforge.net : http://sourceforge.net/index.php
Blognone.com : http://www.blognone.com
ที่มา: www.prachatai.com
ออฟฟิศทะเล
(http://www.opentle.org/node/3940)
ออฟฟิศทะเล คือ โปรแกรมที่พัฒนาจาก OpenOffice.org บนพื้นฐานการพัฒนาแบบโอเพนซอร์ส โดยมีเป้าหมายให้เป็นชุดออฟฟิศที่ใช้งานง่าย สามารถใช้งานภาษาไทยได้อย่างสมบูรณ์ ออฟฟิศทะเล เป็นการพัฒนาแบบต่อยอด ซึ่งถูกต้องตามหลักการในการทำโปรแกรมแบบเปิดเผยรหัสคำสั่ง (source code) ในการเขียนโปรแกรม ที่มักได้ยินอยู่บ่อย ๆ ว่า Open Source โดยเมื่อทำการพัฒนาออฟฟิศทะเล 1.0 เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้เปิดเผยคำสั่งในการเขียนโปรแกรมเพื่อให้ผู้ที่สนใจ หรือต้องการพัฒนาสามารถนำไปปรับปรุงแก้ไข หรือ พัฒนาส่วนอื่น ๆ เพิ่มลงไปได้
ความเป็นมา
ถ้าจะกล่าวถึงออฟฟิศทะเล หากไม่กล่าวถึง ทีมงานของ StarDivision ที่เป็นต้นแบบที่พัฒนาชุดโปรแกรม StarOffice คงไม่ดีนัก โดยทีมงานได้เริ่มต้นพัฒนาในประเทศเยอรมันนี ในกลางปี ค.ศ.1980 ต่อมา Sun Microsystems ได้เข้าไปซื้อสิทธิ StarDivision ในช่วงฤดูร้อนของปี ค.ศ.1999 และโปรแกรม StarOffice 5.2 ก็ได้กำเนิดมาในเดือน เมษายน ค.ศ.2000 และก่อนที่จะพัฒนาโปรแกรม StarOffice ไปเป็นรุ่น 6.0 ต่อไป โดยได้ทำการเปิดเผย Source ที่ OpenOffice.org ทั้ง APIs , File Formats และส่วนอื่น ๆ ก่อนที่จะเปิดให้นำไปใช้งาน OpenOffice.org ได้เปิดเผยรหัสคำสั่งในการเขียนโปรแกรมทั้งคำสั่งดั้งเดิมรวมทั้งเทคโนโลยีในการพัฒนาซอฟท์แวร์ StarOffice(TM) ของ Sun Microsystems โดยรหัสคำสั่งดังกล่าวได้ถูกเขียนขึ้นมาโดยใช้ภาษา C++ , delivers language-neutral , scriptable functionality including Java(TM) APIs. (ที่มา http://www.openoffice.org/aboutasforopenoffice_org.htm) ทางศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ได้ตั้งทีมงานเพื่อปรับปรุงให้ OpenOffice.org สามารถที่จะใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานทั้งการตัดคำ การจัดเรียงอักษร วรรณยุกต์ และอื่น ๆ อีกมากมาย และออกมาเป็น "ออฟฟิศทะเล"
คลอบคลุมการทำงานต่างๆ ด้วย
- Writer โปรแกรมสร้างเอกสาร
- Calc โปรแกรมตารางคำนวณ
- Impress โปรแกรมนำเสนอผลงาน
- Draw โปรแกรมวาดรูป
- Formula โปรแกรมสร้างสูตรคำนวณ
- Base โปรแกรมฐานข้อมูล
ออฟฟิศทะเล ยังมีโปรแกรมเสริมอีกเช่น
- โปรแกรมแก้ไขไฟล์ HTML
- โปรแกรมทำนามบัตรและการ์ดต่างๆ ได้แก่ Business Cards
- โปรแกรมสร้างแผ่นป้าย ได้แก่ Labels
- โปรแกรมสร้างอักษรศิลป์ ได้แก่ Fire Work
ความสามารถพื้นฐาน (ได้มาจาก OpenOffice.org)
- มีส่วนติดต่อผู้ใช้ที่สวยงาม สัญลักษณ์เข้าใจได้ง่าย
- มีความเข้ากันได้กับไฟล์ต่างๆ ของไมโครซอฟต์ออฟฟิศ
- สามารถทำงานได้ทั้งบน ลิินุกซ์ วินโดว์ส และอื่นๆ
ความสามารถเกี่ยวกับภาษาไทย
- ตัดคำภาษาไทย
- เลื่อนตัวอักษร ลบตัวอักษร เลือกตัวอักษร ได้ทั้งเป็นคำ หรือ เป็นเซลล์
- การจัดตำแหน่งวรรณยุกต์ถูกต้อง ทั้งการแสดงผลออกจอ และเครื่องพิมพ์
- จัดลำดับการคีย์อักษรโดยอัตโนมัติ
- แก้ปัญหาการแสดงผลตัวอักษรของภาษาไทย
ประโยชน์ที่ได้รับ
- คนไทยจะมีโปรแกรมสำนักงานที่สามารถใช้งานได้อย่างเสรีตลอดไป
- ประหยัดค่าใช้จ่าย และ ลดต้นทุนการพัฒนาซอฟต์แวร์
- สามารถใช้งานแลกเปลี่ยนไฟล์เอกสารต่างๆ กับโปรแกรมไมโครซอฟต์ออฟฟิศรุ่นต่างๆ ได้
- นักพัฒนาโปรแกรมสามารถที่จะศึกษา และช่วยกันพัฒนาโปรแกรมชุดออฟฟิศ ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ จากต้นรหัสที่เปิดให้ศึกษา http://www.opentle.org/officetle/