ขอแสดงความคิดเห็นในฐานะชาวพุทธที่รักและศรัทธาพระพุทธศาสนาต่อกรณีที่บ้านอารีย์ ประกาศชี้แจงเหตุผลการยุติเผยแผ่คำสอนของ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช  จนกระทั่งเกิดวิกฤตศรัทธา ในเหตุผลต่างๆนานาที่บ้านอารีย์ชี้แจงสาเหตุนั้น  แต่ละข้อเป็นความผิดอุกฉกรรจ์ที่น่าเสียใจว่าทางบ้านอารีย์เห็นควรจะต้องเอาโทษขนาดต้องถล่มหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช  ให้ล่มจม  ดังที่ประกาศในเว็บไซต์ขนาดนั้นเลยหรือค่ะ http://www.baanaree.net/baanareepost.html

เมื่อเราอ่านจบ เราเองไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือการกระทำของบ้านอารีย์  เพราะชื่อของบ้านอารีย์  บ่งบอกถึงความเมตตา กรุณา  แต่การกระทำโดยการประกาศของบุคคลกลุ่มหนึ่งของบ้านอารีย์  มิได้แสดงความเมตตากรุณาออกมาทางประกาศเลย  ทั้งที่เป็นองค์กรพุทธศาสนิกชนแห่งหนึ่ง  ดำเนินการเผยแผ่พระพุทธศาสนามาเป็นเวลานาน โดยการสนับสนุน ส่งเสริมการฟังธรรมและการปฏิบัติธรรมจากพระอาจารย์จากสำนักต่างๆ  กรณีนี้จึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจศึกษาอย่างยิ่งสำหรับพุทธศาสนิกชน

เนื่องจากบ้านอารีย์มีการเชิญชวนพุทธศาสนิกชนที่มีความสนใจ หรือสงสัยในความถูกต้องของประกาศข้อความข้างต้น ได้ทำใจเป็นกลาง และใช้โยนิโสมนสิการ เฝ้าตามสังเกตข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ด้วยตัวท่านเอง

เราในฐานะพุทธศาสนิกชนที่สนใจศึกษาธรรมและปฏิบัติธรรม  เราก็ไม่ได้เรียนรู้ธรรมหรือปฏิบัติธรรมจากพระอาจารย์เพียงรูปเดียว และเราเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช  ทางซีดีธรรม  ได้ใช้โยนิโสมนสิการสังเกตประกาศชี้แจงเหตุผลดังกล่าว ตามความเห็นของคนทั่วไปอาจถูกหรืออาจผิดประสาภูมิปัญญาของมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง โดยเจตนายืนพื้นอยู่บนความอยากรักษาศรัทธาชาวพุทธที่มีต่อพุทธศาสนา  จึงขอแสดงความไม่เห็นด้วยและแสดงความสงสัยกับการกระทำของบ้านอารีย์ที่แสดงความคิดเห็นที่ก้าวร้าว  รุนแรง  อุกอาจ  จาบจ้วง กล่าวหาครูบาอาจารย์  ดังนี้


บ้านอารีย์:        1. การบรรยายธรรมหลายครั้ง หลายกรณีมีการกระทบกระทั่งไปยังสำนักต่างๆ แทบจะทุกสำนัก ในลักษณะที่สื่อให้เห็นว่า การปฏิบัติของสำนักอื่นๆนั้น ยังมีข้อบกพร่อง ยังไม่สมบูรณ์ ต้องเสริมด้วยวิธีของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควร ทำให้เกิดอกุศลขึ้นระหว่างหมู่ผู้ปฏิบัติ ที่มีศรัทธาในสำนัก ในครูบาอาจารย์ของตน ไม่ก่อให้เกิดสังคมของพุทธศาสนิกชนที่ร่มเย็นขึ้นได้ จนทำให้ต้องมีการตัดต่อ ตัดตอน ลบ เก็บสื่อการสอนอยู่เป็นระยะๆ

 

แพร:    ถ้าฟังดีๆ  ตั้งใจฟังดีๆ อย่ามีอคติ  ฟังที่หลวงพ่อเทศน์ให้จบ หลายๆรอบ แล้วจะรู้ว่าท่านสอนอะไร สอนยังไง  ทำไมถึงสอนแบบนั้น  หลวงพ่อท่านบอกหลักการและเหตุผลในการสอนแต่ละคนไว้เสมอ  ซึ่งหลวงพ่อพยายามบอกว่า  ไม่ให้ยกการปฏิบัติของสำนักต่างๆมากล่าวอ้าง  เพราะจะทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน โดยเฉพาะกับคนที่ติดสำนักหรือติดครูบาอาจารย์ จะรู้สึกไม่ดีได้ ท่านบอกว่าการปฏิบัติในแต่ละแบบดีทั้งนั้น  ถ้าปฏิบัติอย่างถูกต้อง  มีสติ และสม่ำเสมอ  เราสามารถเลือกวิธีปฏิบัติให้ถูกกับจริตของแต่ละคนได้  อกุศลจิตสามารถเกิดได้ในทุกขณะโดยเฉพาะมนุษย์  พระพุทธเจ้าตรัสว่า จิตมีธรรมชาติไหลลงต่ำ  คือ อยู่ดีๆก็พร้อมจะมีความคิดร้ายๆกับคนอื่นอยู่แล้ว  เพราะฉะนั้น  ทำไมเวลาหมู่ผู้ปฏิบัติมีจิตอกุศลขึ้นมาตามธรรมชาติ  จึงมาอ้างว่าเป็นเพราะหลวงพ่อ  ทำให้เกิดอกุศลจิตนั้น น่าสงสัยจริงๆค่ะ  ที่ว่ามานั้น  คิดเอง  เป็นเองหรือเปล่าคะ

 

บ้านอารีย์:        2. การบรรยายธรรมหลายครั้ง หลายกรณีและบทความข้อเขียนเล่มต่างๆ มีการกล่าวหว่านล้อม โน้มน้าว ชักจูง ทำให้ผู้ฟังเข้าใจได้ว่า หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช บรรลุธรรมเป็นพระอริยบุคคลขั้นใดขั้นหนึ่งแล้ว รวมถึงเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ต่างๆ ซึ่งเป็นธรรมล้ำสามัญมนุษย์  กรณีเช่นนี้ พระพุทธองค์ได้ทรงตำหนิภิกษุที่มีพฤติกรรมดังกล่าวว่า เปรียบเสมือนสตรีที่เผยอวัยวะพึงสงวนให้เขาดู เพราะเห็นแก่เงินทองของต่ำทราม (เขียนแบบนี้ด่าแรงมากไปไหมค่ะ)

 

แพร:    ท่านแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ต่างๆ ตรงไหนค่ะ  แล้วคนเขียนประกาศของบ้านอารีย์คือใคร  ถึงได้กล้ามาตัดสินพระภิกษุรูปหนึ่งว่า ไม่ใช่พระอริยบุคคล  พระพุทธเจ้าทรงห้ามพระอวดอุตริมนุษยธรรม  คือ คุณวิเศษที่ไม่มีในตน  สิ่งที่ท่านสอนคนคิดไปเอง  แพรเชื่อว่า ท่านเจตนาสอนคนมากกว่าที่จะอวดตน  ท่านพยายามบอกในสิ่งที่ท่านเห็น ท่านทราบ  แต่บางอย่างคนอื่นไม่เห็น  แล้วคิดไปเองว่าไม่เป็นจริง  (ช่างกล้าเนาะ ไม่กลัวบาปกันเลยหรือ)  คิดบ้างไหมค่ะว่า ถ้าท่านเป็นพระอริยบุคคลจริงๆ  จะบาปขนาดไหน  อริยุปวาทะ คือ การกล่าวเหยียดหยามพระอริยะ  ทางไปคือ อบายภูมิ  มีนรกเป็นต้นค่ะ  (บุคคลกลุ่มนั้น จะพากันตกนรกก็งานนี้แหละ) หรือถ้าแม้ท่านไม่เป็น  แต่ด้วยคุณงามความดีที่ท่านสร้างมา  โดยเฉพาะการชักนำคนยุคใหม่ให้มาสนใจพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก  ก็ถือว่าท่านเป็นผู้มีคุณูปการต่อสังคมชาวพุทธ  หลายคนห่างเหินพระพุทธศาสนามาก่อน แต่เมื่อได้เรียนธรรมกับท่านชีวิตก็เปลี่ยนไปในทางที่ดี  รู้จักพระพุทธศาสนาดีขึ้น  หนึ่งในนั้นก็คือ  แพร  คนหนึ่งล่ะคะ  ฟังธรรมแล้วนำไปปฏิบัติ  ใช้ได้ผลดีจริงๆค่ะ

 

บ้านอารีย์:        3. แก่นการสอนของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ใช้การทักวาระจิต ทายใจเป็นหลัก และเป็นการใช้อย่างสม่ำเสมอ ในทุกคราวของการแสดงธรรม ทำให้เกิดการเสพติดของนักปฏิบัติ และเป็นวิถีทางการปฏิบัติแบบใหม่ ที่ผู้ปฏิบัติเพื่อแสวงหาทางพ้นทุกข์จำนวนมาก ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ต้องอาศัยหวังพึ่งพิงปาฏิหาริย์ ทำลายหลักการ “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” ลงอย่างสิ้นเชิง วิกฤติการณ์นี้ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว ผู้ที่สนใจปฏิบัติ เมื่อเข้ามาสู่การสอนในลักษณะนี้ ได้ก่อให้เกิดสภาพเหมือนการปฏิบัติธรรมกลายเป็นศาสตร์แห่งไสย แทนที่ศาสตร์แห่งพุทธะ…. (มีต่อค่ะ แรงกว่านี้ หาอ่านเองนะคะ)

 

แพร:    ใช่ค่ะ  จากการฟังธรรมของท่าน การสอนของหลวงพ่อปราโมทย์ ใช้การทักวาระจิต ทายใจด้วย แต่ไม่ใช่หลักการสอนค่ะ  เป็นเทคนิคการสอนค่ะ  แก่นการสอนของท่านจริงๆคือ ให้มีสติหรือรู้สึกตัวค่ะ  คิดเอง เออเองไปใหญ่ค่ะ อ่านดีๆนะคะจะเห็นว่า มีการกล่าวหาว่า การสอนของหลวงพ่อปราโมทย์  เป็นวิธีแบบไสยศาสตร์ด้วย (เฮ้อ!..คิดได้ไงเนี่ย) ถ้าฟังการสอนธรรมของท่านดีๆจะพบว่า  ท่านสอนให้มีสติอยู่กับปัจจุบัน ให้ดูตนเอง ดูกาย  ดูใจ   รู้ปัจจุบัน  ด้วยใจที่เป็นกลาง  ท่านไม่ได้สอนให้พึ่งท่าน นะคะ  ท่านสอนให้พึ่งตนเองค่ะ ตามหลักการ “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”   คือ ให้เพียรพยายามดูตัวเองทั้งกายและใจ รู้สึกตัวบ่อยๆ  เผลอให้รู้ค่ะ อย่าส่งจิตออกนอก ให้ดูเข้ามาที่จิตตัวเอง หรือ โอปะนะยิโก  ควรน้อมเข้ามาดูตัวเองค่ะ  ซึ่งถ้าสังเกตดีๆ  จะเห็นว่ามีการคิดตีความไปเองในทางที่ไม่ดี  เข้าข้างตัวเอง  ส่งจิตออกนอกทั้งนั้นค่ะ  แล้วจะบอกว่าเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อได้ไง  ไม่ได้เอาคำสอนของหลวงพ่อไปปฏิบัติกันเลย  อย่างนี้เค้าเรียกว่าแอบอ้างค่ะ

 

บ้านอารีย์:        4. แนวทางการสอนของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ไม่มีขั้นตอนการปฎิบัติที่ชัดเจน จึงต้องอาศัยการถามตอบเป็นหลักนั้น ทำให้ไม่มีมาตรฐานทางธรรม เกิดความฟุ้งซ่านขึ้นกับผู้ปฎิบัติ …. (มีต่อค่ะ แรงกว่านี้  หาอ่านเองนะคะ)

 

แพร:    ฟังยังไงค่ะถึงได้กล่าวหาว่าไม่ชัดเจน  แพรฟังธรรมของท่านแล้ว ก็ชัดเจนนะคะ  ท่านสอนให้มีสติ  ให้รู้สึกตัว  สอนให้ดูตัวเอง ไม่ใช่ไปดูคนอื่น หรือส่งจิตออกนอกฟุ้งซ่านไปเรื่อยๆ น่าเห็นใจนะคะ พยายามจะหามาตรฐานทางธรรมของหลวงพ่อ  คงจะลืมไปว่า  ความเข้าใจหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาหรือการเข้าถึงธรรมไม่ได้มาจากการนั่งคิด  นอนคิด  หรือฟุ้งซ่านไปเรื่อยๆนะคะ  จะรู้ได้แท้จริงต้องปฏิบัติเท่านั้นค่ะ  มันเป็นปัจจัตตัง  เวทิตัพโพ คือ พึงรู้ได้เฉพาะตน  ถ้าฟังธรรมแล้วไม่ปฏิบัติธรรม  ก็มีค่าเท่ากับ ไม่ได้ปฏิบัติค่ะ แสดงว่าคนที่คิดแบบนี้  ไม่ใช่ของจริงซะแล้วค่ะ

 

บ้านอารีย์:        5. ในการแสดงธรรมของหลวงพ่อปราโมทย์หลายครั้ง ได้ดูแคลนแนวทางการปฎิบัติที่ทำความเพียรในรูปแบบ และข้อวัตรปฎิบัติต่างๆของครูบาอาจารย์ต่างสำนัก ด้วยอาการเยาะเย้ย เหยียดหยาม ทำนองว่าเป็นทุกขาปฎิปทา ไม่เหมาะกับปัญญาชนคนเมือง ทำให้ล่าช้า สู้การทำความเพียรด้วยการฟังซีดีของท่านบ่อยๆ ไม่ได้……..

แพร:    ฟังธรรมของหลวงพ่อตลอดค่ะ  ติดตามดาว์นโหลดธรรมเทศนาของท่านจากเว็บไซต์  แต่ไม่รู้สึกว่าหลวงพ่อท่านมีเจตนาจะเยาะเย้ย เหยียดหยามใครนะคะ  ภาษาพูดของท่านง่ายๆ  ท่านสอนธรรมให้เป็นเรื่องง่ายๆ  สามารถทำได้ทุกคน และเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ น่าเป็นห่วงนะคะ  คนเราถ้าลองคิดไม่ดีกับใครแล้ว  ก็เกิดอคติคิดไม่ดีกับผู้อื่นไปเรื่อยเปื่อย  แบบนี้ตรงกับที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า  “ทัพพีไม่รู้รสแกง” ค่ะ  น่าสงสารจริงๆค่ะ

 

บ้านอารีย์:        นอกจากนั้น ท่านยังไม่ส่งเสริมการสวดมนต์ การทำวัตรเช้าเย็น……

แพร:    กลับไปฟังดีๆนะคะ  หลวงพ่อบอกว่าเราต้องทำในรูปแบบด้วย  ไม่ได้ให้ดูจิตอย่างเดียว  ชาวพุทธอย่างน้อยสวดมนต์ไหว้พระวันละครั้งก็ยังดี  สวดมนต์แล้วมันเผลอไปก็ให้รู้ ค่ะ นี่สิของจริงที่หลวงพ่อสอน  แพรเคยเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมที่ครูบาอาจารย์ท่านอื่น  ท่านก็ไม่เน้นให้สวดมนต์  หามรุ่งหามค่ำนะคะ  ท่านให้ปฏิบัติกรรมฐานเลยค่ะ  เพราะการสวดมนต์เปรียบเทียบแล้ว   เหมือนเอาไม้ซีก ไปงัดไม้ซุง  ถ้าจะมุ่งพ้นทุกข์ จะเสียเวลาค่ะ  เอาเวลามาปฏิบัติ  ภาวนาเยอะๆเลยดีกว่า  ท่านก็เมตตาโยมมากๆนะคะ  เห็นว่าอุตส่าห์ลางานมาปฏิบัติได้แล้ว  ท่านก็ให้ภาวนาเต็มที่ไปเลย  แสดงว่า  นอกจากฟังธรรมไม่เข้าใจแล้ว  ยังไม่เคยไปเรียนรู้  ปฏิบัติธรรมกับครูบาอาจารย์ท่านอื่นเลยมั้งค่ะเนี่ย

 

บ้านอารีย์:        ยังมีข้อวัตรต่างๆที่ท่านละเลย เช่น การบิณฑบาตร เป็นต้น ซึ่งท่านไม่ได้ให้ความสนใจปฏิบัติในข้อวัตรที่จำเป็นเหล่านี้เลย…..

แพร:    พระสงฆ์หลายวัดโดยเฉพาะท่านเจ้าอาวาส หรือพระที่ชราภาพมาก ท่านก็ไม่ได้เดินบิณฑบาตนี่ค่ะ แต่ท่านก็อยู่ได้ด้วยอาหารของชาวบ้านที่นำไปถวายท่านค่ะ  ก็ถือว่ารับอาหารจากชาวบ้านเหมือนกัน  เพราะชาวบ้านไปทำบุญถึงที่  แล้วมันผิดตรงไหนค่ะ  หลวงพ่อเองท่านก็แสดงธรรมสอนโยมทุกวันไม่ได้หยุด  ท่านก็เหนื่อยมาก เพียงแค่ท่านไม่ได้ไปบิณฑบาตทุกวัน ผิดมากขนาดต้องต่อว่ากันรุนแรงเลยหรือค่ะ  ใจร้ายเกินไปหรือเปล่า

 

บ้านอารีย์:        6. จากการพบปะพูดคุยกับญาติธรรมจำนวนมาก ที่อาศัยเพียงการดูจิตในชีวิตประจำวัน โดยละเลยการปฏิบัติในรูปแบบ และการทำสมถะซึ่งเป็นพื้นฐานที่ก่อให้เกิดความตั้งมั่นของจิต ทำให้ไม่มีกำลังที่จะใช้ดูจิต ถูกอารมณ์ลากพาไป เห็นแต่เพียงอาการของจิต ไม่สามารถทำให้ลดละกิเลสได้ ซึ่งครูบาอาจารย์สำนักต่างๆ หลายสำนัก ล้วนมีความเห็นตรงกันว่า การทำสมถะมีความจำเป็นสำหรับทุกคน มิใช่บางคนเท่านั้น

แพร:    ญาติธรรมจำนวนมากที่อ้างถึงน่ะค่ะ เป็นกลุ่มบุคคลที่ปฏิบัติธรรมตามแนวการสอนของหลวงพ่ออย่างจริงๆจังๆหรือเปล่าค่ะ คิดเป็นกี่เปอร์เซนต์ของญาติโยมทั้งหมดที่ปฏิบัติค่ะ  ถึงได้ให้ผลสรุปแบบนี้  จะสรุปทั้งทีก็น่าจะมีหลักการแนวคิดทฤษฎีรองรับบ้าง  ไม่ใช่นั่งเทียนเขียนกันเอง  และที่กล่าวหาหลวงพ่อ ว่าท่านให้ละเลยการปฏิบัติในรูปแบบ และละเลยการทำสมถะ  ไม่จริงเลยค่ะ  จากการฟังธรรมของท่าน  ขอยืนยันนะคะว่าท่านสนับสนุนให้ปฏิบัติในรูปแบบและทำสมถกรรมฐานด้วยค่ะ  ท่านไม่ให้ทิ้งสมถกรรมฐาน ท่านให้ปฏิบัติควบคู่กับวิปัสสนากรรมฐานค่ะ  (ฟังกันยังไงค่ะเนี่ย)  เฉพาะบางคนที่อ้างว่าไม่ชอบไม่อยากทำสมถะ  ท่านก็สอนให้ดูกาย  ดูจิตก่อน พอปฏิบัติได้ ท่านก็ให้ปฏิบัติในรูปแบบค่ะ  น่าสังเกตการฟังธรรมของคนที่คิดแบบนี้นะคะว่า  จะตรงกับสุภาษิตไทยที่ว่า "ฟังไม่ได้ศัพท์  แล้วจับไปกระเดียด"  มากๆเลยค่ะ

 

บ้านอารีย์:        7. หลังจากที่บ้านอารีย์ได้ทำการตรวจสอบแล้ว พบข้อเท็จจริงว่า........ (มีต่อค่ะ)

แพร:    อันนี้แพรไม่รู้ข้อเท็จจริง  ตรวจสอบไม่ได้ ไม่มีหลักฐาน  ไม่อยากกล่าวอ้างแบบเลื่อนลอย ไร้สาระ  ขออนุญาตไม่แสดงความเห็นค่ะ

 

บ้านอารีย์:        8. บ้านอารีย์เห็นว่า หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช มีปฏิปทาสวนทางกับพระพุทธวจนะ ว่าด้วยการพยากรณ์อริยะผล ซึ่งเป็นวิสัยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น  เป็นที่รับทราบกันดีว่า มีการพยากรณ์โสดาปัตติผลให้แก่ลูกศิษย์จำนวนอย่างน้อย 6 ราย อีกทั้งการพยากรณ์กันเองในหมู่ผู้แวดล้อม เป็นสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงติเตียน ดังในพระสูตรภิกษุโจรที่พยากรณ์กันเอง จนมีลาภสักการะจำนวนมาก

แพร:    ฟังดีๆจะได้ยินหลวงพ่อพูดอยู่บ่อยๆ  ท่านบอกว่า  ท่านไม่สามารถพยากรณ์ใครในเรื่องอริยะผลได้ เพราะเป็นวิสัยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น  ท่านบอกว่าอย่ามาถามท่าน ท่านไม่บอก  แล้วท่านก็สอนว่าคำถามเหล่านี้  เป็นคำถามที่การมีคำตอบจะทำให้คนประมาทหรือท้อถอยจากการภาวนาค่ะ  ส่วนข่าวที่ว่า มีการพยากรณ์โสดาปัตติผลให้แก่ลูกศิษย์ อันนี้ไม่รู้ว่ามายังไง  คิดกันเอง  แล้วคุยกันเองในหมู่พวกพ้องหรือเปล่า  มิอาจทราบได้ กล่าวหาแบบไม่มีหลักฐาน แต่ที่รู้ๆ การกล่าวหากล่าวอ้างโดยยกคำว่า “พระสูตรภิกษุโจร”  ฟังแล้วเป็นคำด่าที่แรงมาก (ใครรู้สึกแบบนี้บ้างค่ะ) แบบนี้เค้าเรียกว่าด่าค่ะ  ไม่ใช่ยกตัวอย่าง ไม่น่าเชื่อนะคะว่า  บ้านอารีย์เคารพเทิดทูนพ่อแม่ครูอาจารย์ยิ่งชีวิต มีศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา มีหลักธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ  จะเขียนประกาศด่า  พระภิกษุซึ่งเป็นครูบาอาจารย์ได้ขนาดนี้

            แล้วการที่ญาติโยมมีความศรัทธาในพระสงฆ์  เอาของไปทำบุญถวายท่าน  มันผิดตรงไหนค่ะ  คนเค้าอยากทำบุญน่ะ  ทรัพย์สมบัติของเค้าๆไม่เดือดร้อน  แล้วบ้านอารีย์เดือดร้อนทำไม  ของที่โยมทำบุญมามากๆ  หลวงพ่อท่านก็ให้เอาไปถวายวัดในต่างจังหวัดที่ขาดแคลนค่ะ และถ้าไปฟังธรรม เรียนการปฏิบัติภาวนากับท่านจริงๆ  จะได้ยินท่านยกย่องคนที่ถวายสักการะท่านด้วยการภาวนา หรือการปฏิบัติบูชาค่ะ ท่านไม่ได้ยกย่องคนที่ถวายสักการะท่านด้วยอามิสบูชาค่ะ  น่าสงสัยนะคะ  ผู้ที่คิดแบบนี้  เหมือนเป็นคนขี้อิจฉา  ไม่น่ารักเลยค่ะ 

 

บ้านอารีย์:        ด้วยความสุจริตใจที่บ้านอารีย์ยืนยันว่า การกระทำใดๆ ตลอดจนข้อเท็จจริง และเหตุผลที่บ้านอารีย์ได้นำมาเปิดเผยในประกาศฉบับนี้ เป็นการกระทำที่ไม่มีเจตนาก้าวล่วง ไปตำหนิหลวงพ่อปราโมทย์เป็นการส่วนตัว หากแต่เป็นไปเพื่อปกปักรักษาพระศาสนา ในฐานะที่เป็นชาวพุทธตามทำนองคลองธรรม อันจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมต่อไปในภายหน้า

แพร:    ประกาศว่ามาซะขนาดนี้  ยังจะบอกว่า  เป็นการกระทำที่ไม่มีเจตนาก้าวล่วง ไปตำหนิหลวงพ่อปราโมทย์เป็นการส่วนตัวอีกหรือค่ะ  เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าค่ะ  ใครมาอ่านประกาศนี้  เค้าก็คิดตรงข้ามกันทั้งนั้นแหละค่ะ  เฮ้อ!...เสียภาพพจน์บ้านใจดีหมดเลย

การประกาศแบบนี้ก่อให้เกิดวิกฤตศรัทธาสร้างความแตกแยกในสังคมพุทธศาสนิกชนอย่างเห็นได้ชัด   คิดเหมือนแพรไหมค่ะ  ว่า ทำไม๊ ทำไมพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ  พระที่มีชื่อเสียง  มีลูกศิษย์มากมาย ถึงได้โดนข้อกล่าวหารุนแรงขนาดนี้  จากอดีตลูกศิษย์หรือผู้ที่เคยใกล้ชิด  น่าสงสัยจริงๆค่ะ  มีเบื้องหลังอะไร  เกี่ยวข้องกับการกระทำนี้  ถ้าสำรวจโพลในตอนนี้นะคะ  แพรเชื่อค่ะว่า  ความเชื่อมั่น  ความศรัทธาที่มีต่อหลวงพ่อ  ยังสูงเหมือนเดิมค่ะ และจะมากกว่าเดิมด้วย  เพราะมีข่าวลือแบบนี้เกิดขึ้น

 

สำหรับกรณีหลวงพ่อปราโมทย์ หลายคนอยากฟังคำอธิบายจากคุณดังตฤณ   อ่านได้ที่นี่ค่ะ 

http://www.dharmamag.com/  วารสารธรรมใกล้ตัว ฉบับที่ ๘๖

คุณดังตฤณ อธิบายได้ชัดเจน  ถูกต้อง น่าสนใจ  น่าติดตามมากค่ะ

 

โปรดใช้วิจารณญานในการอ่านนะคะ

 

เปิดรับการแสดงความคิดเห็นจากพุทธศาสนิกชนที่เคยฟังธรรมและปฏิบัติธรรมตามคำสอนหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช  ค่ะ