อาจารย์ที่ปรึกษา (Adviser) ที่ทำหน้าที่ในระดับบัณฑิตศึกษาพึงควรมีจรรยาของการเป็น “ครูเพื่อศิษย์”
หากอาจารย์หมายถึงผู้ตรวจงาน ให้คะแนน และมีอำนาจตัดสินนักศึกษาว่าผ่านหรือไม่ผ่าน “ครู” พึงทำหน้าที่เพื่อ “ศิษย์” มากกว่านั้น
อาจารย์เป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการ ครูต้องเพิ่มหน้าที่สร้างอนาคตทางวิชาการ
เมื่ออาจารย์ก้มหน้าลงตรวจตัวอักษรที่อยู่บนหน้ากระดาษ แต่ครูจะต้องผสานกันให้ได้ระหว่างหน้ากระดาษกับหน้าของลูกศิษย์ที่นั่งลงอยู่ตรงหน้า
ถ้าครูสามารถผสมและผสานหน้ากระดาษกับหน้าลูกศิษย์ให้กลมกลืน มองงานวิจัยก็เห็นหน้าคนทำ มองหน้าคนทำก็บ่งบอกได้ถึงคุณภาพและลักษณะของงานวิจัย
ถ้าครูตั้งใจถ่ายทอดความรู้ จัดกระบวนการเรียนรู้อย่างเต็มที่ลูกศิษย์ก็จะมีอนาคตที่ดี อนาคตศิษย์ที่ดีก็ย่อมรวมความถึงอนาคตของประเทศที่ย่อมดีไปตามกัน
การที่จะให้ครูตั้งหน้า ตั้งตา และตั้งทำหน้าที่ “ครูที่ปรึกษาได้” นั้นจะประกอบด้วยปัจจัย 2 ตัวหลัก ๆ คือ 1. ระบบ และ 2. คือ ใจของครู ที่จะต้องรู้ว่าตนคือ “ครูเพื่อศิษย์”
ระบบจะต้องจำกัดปริมาณศิษย์ของครูไว้ให้เหมาะสมที่ครูจะดูแลได้อย่างตั้งใจ
รวมถึงระบบจะต้องจำกัดปริมาณชั่วโมงการสอนในภาระงานประจำของอาจารย์ รวมถึงการบรรยายซึ่งภาระงานเสริมของ “วิทยากร”
ชั่วโมงงานสอน ชั่วโมงการบรรยาย และชั่วโมงการให้คำปรึกษา จะต้องสอดคล้องกันอย่างมีคุณภาพ
การทำงานนอกเวลาราชการ เป็นภาระงานปกติของครูที่ปรึกษา
การทำงานนอกเวลางานนั้นคือการเบียดบังภาระงานที่ครูต้องทำในครอบครัว
ครูที่ปรึกษาจึงจะต้องเป็นบุคคลที่จะต้องเสียสละ และครอบครัวของครูต้องเข้าใจ
และถ้าครูที่ปรึกษาได้รู้จักการสงบและระงับซึ่งกิเลส
การรับงานในภาระงานอื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานบรรยายก็จะไม่เป็นอุปสรรคสำคัญที่จะต้องทั้งเวลาและกำลังกายของครูที่จะอยู่และทำหน้าที่ “ครูเพื่อศิษย์”
ขอบคุณมากค่ะ
อาจารย์ที่ปรึกษา (Adviser) ของนักศึกษาปริญญาเอก สามารถจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการหมุนเกลียวความรู้ของนักศึกษาได้ถ้ามีความเข้าใจและความตั้งใจ
ต้องเข้าใจถึงหลักการว่าอาจารย์ที่ปรึกษาต้อง "ตรวจกระบวนการ" มากกว่าการ "ตรวจงาน" กระบวนการที่นักศึกษาได้มาซึ่งงาน
กระบวนการที่เปลี่ยนอุปนิสัย เปลี่ยนสันดาน "สันดานแห่งการพัฒนา" พัฒนาการทางด้านวิชาการ
การเป็นนักวิชาการที่ไม่หยุดนิ่ง เฉิ่ม เชื่องช้า
พัฒนาการในการสร้างสมมติฐาน ทดสอบสมมติฐานแบบวันต่อวัน นาทีต่อวินาที ลมหายใจต่อลมหายใจ
เพราะการที่นักศึกษารู้จักการตั้งสมมติฐานให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้นั้น จะทำให้ทุกตัวอักษรของนักศึกษาในทุก ๆ บทนั้นทำไปด้วยความละเอียด รอบคอบ ถี่ถ้วนและมีประโยชน์ อันเป็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อพัฒนาการของตนเอง