ดมอึ แล้วได้เงิน คุณสนใจป่าววววว!!

          เมื่อเช้านี้  เพื่อนสาวโทรมาบอกเล่าเรื่องราวน่าสนใจ ให้กับผู้เขียน ด้วยอาการตื่นเต้นว่า....

 

“แก.......เมื่อคืนชั้นเล่นเน็ต  เซิร์ชจารย์กูมา ดันเจอ เรื่องกลิ่นที่แกทำนี่แหละ น่าสนใจดีอ่ะ”

 

“หรอ ..... เรื่องไรอ่ะ”

 

“ที่ สหรัฐมีอาชีพ แปลกๆๆแหละเกี่ยวกับกลิ่น มีมานานแล้ว แต่ชั้นว่าแกยังไม่รู้แน่นอน  แกลองทายซิว่าข่าวไร”

 

“เอ่อ........ สงสัยรับจ้างพิสูจน์ กลิ่นตด ให้กับหน่วยงานนักสืบ รึไง กร๊าก ๆ ๆ ๆ ๆ”

 

“เปล่า... แต่ก็ใกล้เคียง แหละว๊า  รับจ้างดม อึ แกกกกก (ด้วยอาการทึ่ง)”

  

"จริงหร๋อ... อึคนนี่หร๋อ เด๋วไปหาอ่านก่อน  จะได้มีเรื่องเอาลงเขียน"

  

หลังจากที่ผู้เขียนได้พูดคุยกับเพื่อนสาว ทำให้สนใจเป็นอย่างมากกกกกก  เลยไป เซิร์ชจารย์กูดู  ก็ได้ข่าวมาเล่าให้ฟังนี่แหละค่ะ  เรื่องราวเริ่มต้นจาก ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นี่แหละ  เกิดอาชีพ รับจ้างดมกลิ่นมูลสัตว์ในฟาร์มปศุสัตว์  เพื่อวิจัยกลิ่น

  

  

นักศึกษาจากเพอร์ดิว ยูนิเวอร์ซิตี้ สหรัฐอเมริกา กำลังหารายได้ใหม่ด้วยการดมมูลของสัตว์เลี้ยงในปศุสัตว์ อย่างหมู วัว และไก่ เพื่อทำการวิจัยเรื่องกลิ่น โดยมี ศ.อัลเบิร์ต เฮบเบอร์ จากคณะวิศวกรรมและชีววิทยาการเกษตรเป็นหัวหน้าโครงการ (แหม......ดีนะเนี่ยที่ ศาสตราจารย์คนนี้ไม่ได้ มาสอนในไทย อิอิ) 

 

 โดยการศึกษานี้ จะใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า "โอลแฟกโตมิเตอร์" มาใส่ไว้ในจมูก จากนั้นนักศึกษาจึงดมกลิ่นมูลสัตว์ที่เจือจางแล้ว (ตกใจหมด นึกว่าเอาแบบ สดๆ มาดม 555)  ยิ่งเจือจางกลิ่นจากมูลสัตว์น้อยลงเท่าไรยิ่งแสดงว่ามูลสัตว์เหม็นน้อยลง อย่างขณะนี้ถ้าเจือจางกลิ่นลง 1,000 เท่า ก็ถือว่ากลิ่นเหม็นแล้ว แต่ก่อนหน้านี้ต้องเจือจางกลิ่นลงถึง 10,000 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นกลิ่นที่เหม็นรุนแรงจริงๆ(เอ่อ อ่านแระ งง .... ก็ข่าวเค้าเขียนมาแบบนี้อ่า อิอิ) 

 

 

สาเหตุที่มีการศึกษาเรื่องนี้ แล้วเกิดเป็นอาชีพ ก็เพราะว่า  จะเป็นประโยชน์เพื่อจะได้ตัดสินใจว่า ควรอาศัยอยู่ห่างจากปศุสัตว์เป็นระยะทางเท่าใดถึงไม่มีกลิ่นมารบกวน และลดปัญหาการทะเลาะวิวาทระหว่างเจ้าของปศุสัตว์กับเพื่อนบ้านด้วย แบบนี้ค่าจ้างก็ต้องสมน้ำสมเนื้อหน่อย ค่าจ้างก็ราวๆ 30 เหรียญ หรือราว 1,000 บาท ซึ่งการดมแต่ละครั้งก็ไม่ได้นานเท่าไหร่ นักศึกษาพอรับไหว (แบบนี้ท่านผู้อ่านคิดว่าไง  รับไหวป่าววว) ตกจายหมด นึกว่าอึคน 555

 

 

(รูปไม่เกี่ยวกันหรอก  แต่ผู้เขียนเห็นว่าน่ารักดี  เลยเอามาให้ดูค่ะ อิอิ)

 

เห็นมั๊ยคะท่านผู้อ่าน  ว่ากลิ่นเนี่ย เป็นองค์ประกอบต้นๆ ในชีวิตประจำวัน จริงๆ เหมือนในประเทศของเราที่ยังไม่มีอาชีพนี้ ก็มีความขัดแย้งของ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ กับ ชาวบ้านละแวกใกล้เคียง ก็ยังมีให้เห็นอยู่เป็นเนืองๆ (ตัวอย่างร้านขายของ ของผู้เขียนที่อยู่ในตัวอำเภอ ก็อยู่ใกล้ๆ คอกหมู ทุกเย็น ลมโชยมาแทนที่จะ เย็นสบาย  สูดอากาศยามเย็น  แต่ลมมาทีไรได้แต่กลิ่น อึหมู  คิเดแล้วเซ็งค่ะ  ก็ต้องเพิ่งคนมีหน้าที่รับผิดชอบ นี่ก้อผ่านมา จะสองปีแระ  ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม   ฮ่าๆๆๆ)

 

แบบนี้เรียกว่า อาชีพแปลกๆ ก็ทำเงินได้ ฮ่า ๆ ๆ ๆ คุณผู้อ่านล่ะคะ เคยมีเรื่องราว เกี่ยวกับกลิ่นไม่พึงประสงค์ยังไงบ้าง......??

 

บุญรักษาค่ะ  ^_^