ไม่มีใครปกป้องอารยธรรมของเราดีไปกว่าตัวเราเอง

“เสียใจค่ะ ขอโทษค่ะ เสียใจจริง ๆ ที่ทำให้รอ”
ฉันยกมือไหว้กราดไปทั่วรถตู้ ที่มีชาวต่างชาติอยู่ 4 – 5 ชีวิต ไม่รู้ว่าชาติไหนบ้าง รู้แต่ว่าเป็นชาติตะวันตก แต่ที่แน่ ๆ ฉันต้องไหว้กราดขอโทษทุกคน ทุกเชื้อชาติ ด้วยเหตุผลง่าย ๆ
ฉันตื่นสาย !
ที่จริงช้าไปไม่ถึง 10 นาที แต่ความรู้สึกผิดเหมือนโลกถล่มทลาย นอกจากรู้สึกผิดต่อชาวต่างชาติแล้ว ยังรู้สึกผิดต่อคนไทยทั้งชาติอีกด้วย ที่ทำให้ขายหน้า
เมื่อวานเย็น ฉันลงชื่อไป Joined Tour กับทางโรงแรมไว้เพื่อไปหมีเซิน รถออก 8 โมงเช้าที่หน้าโรงแรม ความที่เมื่อวานเดินมากไปหน่อย กว่าจะลากขากลับมาถึงโรงแรมก็เหน็ดเหนื่อยสาหัส อาบน้ำแล้วเลยนอนหลับยาวไม่ยอมตื่น พนักงานโรงแรมโทรเรียกก็ตอนอีก 5 นาที 8 โมงเช้า
ปานประหนึ่งว่าเกิดสงครามเวียดนามอีกครั้งในห้องนอน ฉันเสร็จภารกิจทุกอย่างในห้องน้ำภายใน 5 นาที แต่งตัวอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งลงมาที่ล็อบบี้ เพื่อจะพบว่าทุกคนอยู่บนรถกันหมดแล้ว !
ใคร ๆ ก็จำฉันได้ในวันนี้ อายมากจนเกือบจะบอกว่าเป็นคนฟิลิปปินส์ไปแล้ว แต่ก็ไม่แน่ใจว่าคนฟิลิปปินส์ตื่นสายหรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ พวกเขารู้ว่าฉันเป็นคนไทยตั้งแต่ตอนไหว้ขอโทษโน่นแล้ว ... ไม่น่าไหว้เลยนะเนี่ย แต่เราคนไทยมักติดนิสัยยกมือไหว้เวลาคิดอะไรไม่ออก หรือเวลาทำผิด
หมีเซิน (My Son) หมายถึง ภูเขาอันสวยงาม
หมีเซิน เป็นแหล่งผสมผสานคติความเชื่อ เรื่องการบูชาเทพเจ้าแห่งขุนเขา กับคติความเชื่อเรื่องเทพเจ้าของฮินดู

หมีเซิน เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม เมื่อปี ค.ศ. 1995 และได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 1999 พร้อม ๆ กับเมืองมรดกโลกฮอยอัน
หมีเซิน เป็นมรดกทางวัฒนธรรมจามแหล่งใหญ่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ในจังหวัดกวางนัม ศูนย์กลางอารยธรรมจามในอดีต
ในหุบเขาหมีเซิน มีกลุ่มปราสาทใหญ่น้อย ที่สร้างตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 4 กระจายอยู่ทั่วไป แบ่งเป็นกลุ่มตั้งแต่เอ – เค (A – K)
ปราสาทกลุ่มแรกที่ได้เห็นคือ กลุ่มบี และ ซี ส่วนกลุ่มเอซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของหมีเซิน ถูกทำลายจากสงครามเวียดนามจนหมดสิ้น
เวียดนามกลางโดยเฉพาะดานัง ได้รับผลกระทบจากสงครามเวียดนามตั้งแต่ต้นปี 1968 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังจากการลุกขึ้นต่อสู้ครั้งใหญ่ของชาวเวียดนามทั่วประเทศในวันตรุษญวน ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ของเวียดนาม
พิพิธภัณฑ์ประติมากรรมจามที่ดานัง กลายเป็นที่พักแรมของทหารรัฐบาลจากไซง่อนที่มีสหรัฐอเมริกาหนุนหลัง และส่งเข้ามาปราบปรามขบวนการต่อสู้ของกองทัพปลดแอกประชาชนเวียดนาม
ปราสาทดงเซือง และปราสาทหมีเซิน ถูกสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดบี 52 ทำลายในปี 1969 ทำให้ปราสาทหมีเซินกลุ่มเอ พังทลายไม่เหลือซาก นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าปราสาทกลุ่มเอ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งเดียวของอาณาจักรจามปาที่มี 2 ประตู ประตูหนึ่งหันไปทางทิศตะวันออก เพื่อบูชาพระศิวะ ตามหลักความเชื่อของฮินดู อีกด้านหันไปทาง ปราสาทกลุ่ม บี ซี และ ดี ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออก และเป็นที่ฝังพระศพกษัตริย์จามปา
จากเอกสารจีน เวียดนาม รวมถึงเอกสารของชาติตะวันตก และเอกสารจากเปอร์เซีย ต่างระบุกันว่าวัฒนธรรมจามถือกำเนิดขึ้นในตอนกลางของเวียดนามระหว่าง คริสต์ศตวรรษที่ 2 – 19 มีเมืองใหญ่ทั้งหมด 5 แห่ง คือ โอรี อมราวตี วิชัย เคาธาระ และ พันธุรังคะ นอกจากนี้ อาณาจักรจามปายังเคยขยายอาณาเขตไปถึง เว้ และบริเวณที่ราบสูงด้านตะวันตก
ประวัติศาสตร์จาม มักจะมีการต่อสู้กับ ไดเวียด พ่ายแพ้ และถูกกลืนชาติไปในราวปี ค.ศ. 1832
กลุ่มปราสาทหมีเซิน สันนิษฐานว่าสร้างตั้งแต่ คริสต์ศตวรรษที่ 4 สมัยเมืองอมราวตี เป็นศาสนสถานบนเขา เพื่อให้กษัตริย์ใช้ประกอบพิธีบูชาเทพเจ้า ตามหลักศาสนาฮินดู

ปราสาทหมีเซิน มีความสำคัญไม่ต่างไปจากปราสาทนครวัด หรือเจดีย์บุโรพุทโธ เป็นศาสนสถาน ที่ยืนยันการแผ่ขยายของลัทธิฮินดูสู่ภูมิภาคแถบนี้
ภูมิทัศน์โดยรอบหุบเขาหมีเซิน มีภูเขาอยู่ทางทิศใต้ และมีแม่น้ำทูโบนอยู่ทางทิศเหนือ ไหลไปออกทะเลทางชายฝั่งด้านตะวันออก
การเดินทางมาเยี่ยมชมปราสาทหมีเซิน มีหลายวิธีการ สำหรับฉันเลือกมารถตู้กลับทางเรือ ซึ่งใช้เวลาเต็มวัน ถ้าเร่งรีบหน่อยก็มารถกลับรถใช้เวลาครึ่งวัน
แม้หมีเซินจะไม่ยิ่งใหญ่เทียบเท่านครวัด ไม่มีรอยยิ้มอบอุ่นต้อนรับเหมือนนครธม แต่ซากปรักพัง และเศษอิฐ เศษหินที่เหลือจากสงคราม ได้ตั้งคำถามบางอย่างในใจฉัน

สหรัฐอเมริกา มีสิทธิ์อะไรในการสนับสนุนสงครามในเวียดนาม และที่อื่น ๆ ในโลก
ฝรั่งเศสและเจ้าอาณานิคมต่าง ๆ มีสิทธิ์อะไรในการแบ่งแยก ปกครอง และครอบงำเวียดนามและชาติอื่น ๆ
ท้ายที่สุด สิ่งที่พวกเขาทิ้งไว้ก็คือ ซากปรักพังที่ประชาชนในชาตินั้น ๆ ต้องกอบกู้ รวมถึงปัญหาเขตแดนที่ประเทศต่าง ๆ กำลังเผชิญร่วมกันในปัจจุบัน
หุบเขาหมีเซิน เป็นบทเรียนสำคัญอีกบทหนึ่ง ที่ทำให้ฉันตระหนักว่าไม่มีใครที่จะปกป้องอารยธรรมเวียดนามได้ดีไปกว่าชาวเวียดนาม ต่อให้พวกเขารบราฆ่าฟันกันจนสิ้นชาติ ฉันเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่าคนเวียดนามจะไม่ทำลายหมีเซิน เหมือนกับที่ชาวเขมรไม่ทำลายนครวัดของพวกเขา แม้ว่าพวกเขาจะฆ่ากันตายจนกองกระดูกสูงเทียมภูเขา ...
ในขณะที่กองทัพสหรัฐฯ กล้าทิ้งระเบิดถล่มหมีเซิน หุบเขาอันสวยงามจนไม่เหลือซาก แม้จะละเมิดกฎแห่งการปกป้องโบราณสถานในสภาวะสงครามก็ตาม ...
เห็นด้วยครับ
บุโรพุทโธ ยังแสดงความยิ่งใหญ่ในดินแดนอิสลามครับ
ปราสาทสวยมากครับ น่าเสียดายที่มหาอำนาจใช้วิธีการทำลายอารยธรรมของโลก ;(
สารภาพตามตรงเลยค่ะว่าอ่านหนังสือท่องเที่ยวมาพอสมควร
แต่ไม่รู้จัก หมีเซิน...เชยจริงๆเลยเรา
น่าเสียดายนะคะที่ถูกทำลายไปขนาดนี้..เฮ้อ!!
ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ :-)
สวัสดีค่ะ
หนูไม่ค่อยเห็นใครๆ นำเสนอภาพเกี่ยวกับปราสาทของเวียดนามเลยนะคะ เพิ่งจะเคยเห็นนี่ล่ะค่ะ ซากปรักหักพังที่เห็นก็ยังมีเค้าความงามหลงเหลืออยู่นะคะ
แวะมาขอบคุณสำหรับหนังสือของคุณด้วยค่ะ อ่านไปเรื่อยๆ ยังไม่จบเลย ในบางแง่มุมอ่านแล้วก็นึกถึงตัวเอง...เหมือนกันเลย
ส่งกำลังใจให้คุณเขียนเรื่องราวดีๆ แบ่งปันให้หลายๆ คนมีความสุขนะคะ และหนูก็คิดว่าความสุขที่หลายๆ คนได้รับก็จะหวลกลับคืนมาถึงคุณเช่นกันค่ะ
...รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
ผมทำการบ้านครูอยู่เลยรู้เรื่องเลย