Best Practice วิทยาศาสตร์
By ณัฐกฤตา
1. ข้อมูลทั่วไป
1.1 ชื่อผลงานที่เป็นเลิศ : การสอนคิดวิเคราะห์โดยใช้กิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์
1.2 เจ้าของผลงาน : นางณัฐกฤตา ดุลวิทย์
1.3 สภาพทั่วไป
ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551มีหลักการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถตามมาตรฐาน/ตัวชี้วัด สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยยึดหลักว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด และทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเอง กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องสงเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล เน้นให้ความสำคัญทั้งความรู้และคุณธรรม ผู้สอนต้องสรรกระบวนการเรียนรู้ การออกแบบการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับศักยภาพและบริบทของผู้เรียน ให้ความสำคัญกับการใช้สื่อ การพัฒนาสื่อ การใช้แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น มีการวัดและประเมินผลที่หลากหลายและนำผลที่ได้ใช้เป็นข้อมูลเพื่อพัฒนา ปรับปรุงการจัดการเรียนรู้เพื่อให้เกิดคุณภาพสูงสุดต่อผู้เรียน
จากผลการประเมินผู้เรียนในปีการศึกษา 2551 พบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ส่วนใหญ่ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำและขาดทักษะความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ซึ่งเป็นทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน ผู้สอนจึงได้ใช้กิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์เป็นนวัตกรรมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน
2. วิธีการปฏิบัติงานสู่ความเป็นเลิศ
“การสอนคิดวิเคราะห์โดยใช้กิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ "
2.1 ขั้นตอนการดำเนินงาน ของวิธีการปฏิบัติงานสู่ความเป็นเลิศ
2.1.1 วิเคราะห์ความคาดหวังของโรงเรียน ผู้ปกครองและนักเรียน
2.1.2 วางแผนในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์ 2.1.3 จัดทำแผนจัดการเรียนรู้โครงงานวิทยาศาสตร์ โดยมีขั้นตอนการสอน ดังนี้
1. ขั้นสำรวจปัญหา นักเรียนและครูร่วมกันวิเคราะห์เนื้อหาในบทเรียน แล้วสำรวจว่าเนื้อหาใดเป็นปัญหาในการเรียนรู้ของผู้เรียน และสามารถจัดทำโครงงานได้
2. ขั้นรวบรวมข้อมูล นักเรียนศึกษาเอกสาร ข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆเพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการจัดทำโครงงาน โดยมีครูเป็นที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับความถูกต้องของเนื้อหา และแหล่งเรียนรู้ที่นักเรียนควรศึกษา
3. ขั้นวางแผนดำเนินงาน นักเรียนจัดทำเค้าโครงของโครงงานเพื่อกำหนดปัญหา วัตถุประสงค์ เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง แผนปฏิบัติโครงงานที่ประกอบด้วยขั้นตอนการปฏิบัติงาน กรอบเวลา ผู้รับผิดชอบและแหล่งเรียนรู้ โดยครูคอบตรวจสอบความถูกต้องของเค้าโครงของโครงงานและความเป็นไปได้ของการปฏิบัติงาน
4. ขั้นดำเนินการ นักเรียนลงมือปฏิบัติโครงงานจามแผนงานที่วางไว้โดยอาจมีการแก้ไข ปรับปรุงและเพิ่มเติมโครงงานจนสมบูรณ์ โดยมีครูหรือผู้เชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษา
5. ขั้นนำเสนอผลงาน นักเรียนนำผลที่ได้จากการทำโครงงานมานำเสนอต่อสาธารณชนในรูปแบบต่างๆ เช่น แผงโครงงาน โปสเตอร์ รายงานผลโครงงาน การนำเสนอปากเปล่า
2.1.4 ทำกิจกรรมโดยใช้นวัตกรรมที่จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์ 2.1.5 เก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล 2.1.6 สรุปรายงานผลการจัดการเรียนรู้ “การสอนคิดวิเคราะห์ด้วยกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์”
3. ผลการดำเนินงาน
จากผลการสอนคิดวิเคราะห์ด้วยกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ ส่งผลดีต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในส่วนต่างๆดังนี้
3.1 ผลต่อผู้เรียน
การสอนคิดวิเคราะห์ด้วยกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ ทำให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ มีความสุขในการเรียน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ปัญหาต่างๆและนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง เตาเผาน้ำส้มควันไม้ เข้าร่วมประกวดในการแข่งขันทักษะความสามารถทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับรางวัลเหรียญทอง และเข้าร่วมการประกวดในมหกรรมงานแสดงศิลปะหัตถกรรมนักเรียน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี 2552 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี ได้รับรางวัลเหรียญทอง
3.2 ผลต่อโรงเรียน
โรงเรียนได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครอง ชุมชน ให้โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ในการศึกษาดูงานจากหน่วยงานอื่นๆ อาทิ โรงเรียนในเขตพื้นที่บริการและนอกเขตพื้นที่บริการ เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบลต่างๆ
3.3 ผลต่อผู้ปกครอง ชุมชน
ผู้ปกครองและชุมชนได้รับความรู้ในการผลิตน้ำส้มควันไม้และนำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตน้ำส้มควันไม้เพื่อกำจัดแมลงศัตรูพืช และมีความพึงพอใจต่อการทำงานของโรงเรียน
4. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
4.1 ผู้นำองค์กร
ผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุนในการจัดกระบวนการเรียนรู้ การพัฒนาสื่อการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ รวมทั้งสนับสนุนด้านงบประมาณ ส่งเสริมให้บุคลกรเข้ารับการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง สร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมของการทำงานในสถานศึกษาให้เป็นมิตร ให้ขวัญกำลังใจ รางวัล และการลงโทษโดยดำเนินการด้วยความ รวดเร็ว ใช้กระบวนการทางวินัยเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมคนดี และป้องกันไม่ให้คนไม่ดี ไม่ซื่อสัตย์ไม่ให้ก้าวหน้าด้วยการฉกชิงผลประโยชน์ของผู้อื่น ทำให้เกิดการขับเคลื่อนกระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของครูไปสู่การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้อันก่อให้เกิดผลต่อการพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตร
4.1 บุคลกรภายในโรงเรียน
บุคลากรภายในโรงเรียนมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แบ่งปันประสบการณ์ในการทำงาน ให้ความช่วยเหลือในการปฏิบัติงาน ให้การยอมรับ ให้ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนรู้ ชี้ให้เห็นข้อดี ข้อบกพร่องในการทำงาน
4.2 บุคลกรท้องถิ่น
บุคลกรท้องถิ่นให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้เรียน การประกอบอาชีพของผู้ปกครอง ทำให้ทราบถึงความคาดหวังของผู้ปกครอง ชุมชน ที่มีต่อโรงเรียนและครู รวมถึงให้ความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนรู้
อยากเห็นรายละเอียดในขั้นตอนการดำเนินการ