การแปรงฟัน เรื่องธรรมดานะในรั้วของคนสาธารณสุขน่ะ
แต่สำหรับคนบ้านๆ โดยเฉพาะคนทั่วๆไป หาเช้ากินค่ำนี่ มีโอกาสได้รับรู้เรื่องการดูแลรักษาฟันนี่ก็คงตอนที่เรียนชั้นประถม สมัยนี้ก็ปฐมวัยมั้ง ว่าจะต้องแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง
บ้านผมมีอาชีพค้าขาย เห็นแม่ค้าแม่ขายนี่ รูปร่างดีๆ ในแต่ละวันก็สารวนอยู่กับการทำมาหากิน
ง่วนกับการทำงาน น่าจะประมาณว่าแปรงฟันวันละ 2-3 ครั้งก็เก่งแล้วนะ
เมื่อถามคุณแม่ก็บอกว่าสมัยก่อนลำบาก ยาสีฟันอะไรนี่ไม่มีให้ใช้หรอก
ใช้ทรายถูถู ก็ใช้ได้แล้ว
ท่านบอกอย่างนี้ก็จะสรุปให้ว่า ฟันจะดีไม่ดีขึ้นอยู่กับกระดูกฟันของแต่ละคน นั่นเอง
ผมฟังก็ ไม่อยากจะเชื่อแต่ท่านบอกอย่างนั้นก็อย่างเชื่อไปก็แล้วกัน..หนอ
ณ สังคมของโรงพยาบาลนี่ล่ะครับ ผมแปลกใจมากเลยนะครับ
เมื่อผมได้ไปใช้ห้องน้ำของห้องพักใหญ่ของแพทย์ ว่านี่มันห้องน้ำชายแต่บนเค้าเตอร์เต็มไปด้วยแปรงสีฟันและยาสีฟัน เป็นสิบๆ อันเห็นจะได้ และก็วางระเกะระกะตามสไตล์ของผู้ชาย
จะไม่ให้แปลกได้อย่างไรครับโดยปกติตั้งแต่เด็กจนโตเนี่ย ไปมาทั่วสารทิศ
พอเข้าห้องน้ำก็จะมีแต่กลิ่นไม่ค่อยโสภา แถมด้วยกลิ่นบุหรี่อีกต่างหาก แทบทุกที่เลยล่ะครับ..
ซึ่งสังเกตแล้วแปรงทุกอันใช้กันประจำเลย ทำให้มั่นใจว่าพวกเค้าต้องแปรงกันทุกครั้ง
หลังทานอาหาร แน่นอน
ในใจก็คิดว่า โอ้โฮ ขนาดนี้เชียวหรือ สรุปว่าวันนึงก็แปรงถึง วันละ 5 ครั้ง
เมื่อรู้แบบนี้ก็ยังได้ไปคุยให้ภรรยา(เค้าเป็นพยาบาล)ฟัง
ภรรยาบอกว่า”พี่ไม่รู้อะไร”
“ ตอนที่พวกเราไปดูงานต่างจังหวัดกันน่ะ ซึ่งไปกันเป็นรถบัสขนาดใหญ่เลยเนี่ย
พอโชเฟอร์จอดรถให้เข้าห้องน้ำกัน คุณๆ พยาบาลลงจากรถคว้าแปรงออกมาคนละอัน สองอัน แปรงกันไป คุยกันไปหน้าตาเฉยเลย..”
คิดดูเถอะ 60-70 คนลงมาแปรงฟันพร้อมๆ กัน มันเกิดอะไรขึ้น กลุ่มพวกเราดูน่ะไม่แปลกอะไร
แต่คนที่มองมายังพวกเราซิ แปลกแน่ๆ !!
“หรือนี่ก็คือ สิ่งหนึ่งที่คู่กับชาวสาธารณสุข คุณสมบัติข้อแรกเลยละมั้ง ดีมากๆ เลย” ผมคิด
ภรรยาก็ยังเล่าต่อว่า “ฟันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดต่อทุกระบบของร่างกาย ฉนั้นเรื่องนี้จึงต้องดีมาก่อน มันก็จะส่งผลต่อ ความงามของรูปลักษณ์ สุขภาพที่สมบูรณ์ ระบบขับถ่ายที่ดี เวลาทานอาหารก็อร่อยอีกด้วย และที่สำคัญก็คือ ชลอความแก่ลงไปได้มากโขทีเดียว “
ทำให้ผมได้นึกถึงความหลังว่า เวลาอาจารย์หมอจากกรุงเทพฯ มาเยี่ยมโรงพยาบาลของเรา
ผอ.จะต้องมีการเตรียมการหลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือ ชุดทำความสะอาดฟัน ต้องพร้อมไว้เลย
อีกตัวอย่างหนึ่ง ก็คือเพื่อนของภรรยา เค้ารักความสะอาดมาก ตั้งแต่สมัยเรียน จะใช้เวลาในการแปรงฟัน หลายสิบนาที โดยแปรงของเธอมี 5 อัน แต่ละอันก็ทำหน้าที่แตกต่างกันไป และจบด้วยอันสุดท้ายที่ทำหน้าที่ให้ฟันเงางาม
ฟังแล้วก็เกิดคำถามขึ้นมามากมาย แต่ก็หยุดไว้แค่นี้ล่ะกัน
ดูเค้าย้อนกลับดูตัวเรา หากเราทำแบบเค้านี่ โอกาสที่หมอฟันจะได้เงินเรา ไม่มีหรอก..
เวลายิ้มนี้ก็มั่นใจ ไฉไลกว่านี้เยอะแยะ นึกได้เมื่อสาย หน๊อ..
และถ้าพวกเราประชาชนตาดำๆ นี่ ได้ทราบและถือปฏิบัติ น่าจะดีไม่น้อยทีเดียว