วันที่ 13 มกราคม 2553 ผมได้นำคณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดไปแนะแนวการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5,6 โรงเรียนเทพศิรินทร์สมุทรปราการ กว่า 500 คน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากคณะครูและนักเรียนทุกคน ผมรู้สึกประทับใจนักเรียนที่เป็นคนดีและคนเก่งโดยผมได้แนะนำแนวทางการเรียนต่อดังนี้
อนาคตของนักเรียน ควรจะเป็นอย่างไร ซึ่งการแนะแนวของโรงเรียนก็ดีอยู่แล้ว เพราะครูแนะแนวใกล้ชิดนักเรียน แต่จุดอ่อนคือ มองโลกสั้น ไม่สามารถมองไปไกลได้ว่า อนาคตประเทศไทย การจ้างงานจะเป็นอย่างไร ผมจึงมาเสริมครูแนะแนวซึ่งทำได้ดีอยู่แล้ว 2 เรื่องคู่กันไปคือ
1. ทุกคนต้องมีภาษาต่างประเทศที่ดี โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ
2. เราต้องคิดเป็น วิเคราะห์เป็น และต้องนึกถึงส่วนรวมเป็นหลัก
ถ้าเราไม่รู้อังกฤษ เราจะอยู่ในโลกาภิวัตน์ได้อย่างไร เช่น TESCO LOTUS เข้ามาขยี้โชห่วย เป็นตัวอย่างของโลกาภิวัตน์ เพราะปัจจุบันเป็นโลกที่ไม่กีดกันทางการค้าหรือเสรี
ดังนั้นผมจึงได้แนะนำว่า ควรจะเลือกเรียน เลือกเป็นตามที่เราชอบ อย่าไปเลือกตามค่านิยมของสังคม อย่าเรียนสิ่งที่เราไม่ชอบ ค้นหาตัวเองให้พบ Basic ที่สุดคือ คิดเป็น วิเคราะห์เป็น เรียนเพื่อเอาไปใช้ในการทำงาน
ซึ่งงานในอนาคตจะเชื่อมโยงกับต่างประเทศมาก เช่น จีน ฮ่องกง อาเซียน เป็นต้น จึงต้องมีภาษาต่างประเทศ จะเป็นประโยชน์มากขึ้น
โดยสรุป ผมเน้นว่า ทุกคนต้องมีภาษาต่างประเทศที่ดี โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ และต้องคิดเป็น วิเคราะห์เป็น และต้องนึกถึงส่วนรวมเป็นหลัก และเลือกเรียนตามที่เราชอบ อย่าไปเลือกตามค่านิยมของสังคม ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เป็นประโยชน์ช่วยในการแสวงหาความรู้ อย่าใช้ในการเล่นเกมส์มากเกินไป
ซึ่งผมได้ฝากคำถามให้นักเรียนทุกคนได้นำไปคิดคือ เมื่ออายุ 40 ปีจะทำอะไร และเมื่อฟังผมจบแล้ว จะปรับตัวเองอย่างไร เมื่อปรับแล้วจะทำอะไรต่อไป
ขอบคุณครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์














เป็นประโยชน์มากๆ ครับอาจารย์
ข้าพเจ้าจะทำตามที่ตัวเองชอบ และจะไม่เชื่อในสิ่งที่พ่อแม่เลือก จะค้นหาตัวเอง และทำในสิ่งที่อยากทำ จะเรียนอะไรก็ได้แต่ต้องมีงานทำในอนาคตไม่ทำตามกระแส
ม.4 จะไปปรับใช้ตอนเข้ามหาลัย เพราะสอนให้ฝึกค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบ และจะฝึกภาษาอังกฤษให้มากๆ เพราะใจรักภาษาอังกฤษ เพื่ออาชีพในอนาคต เพราะตอนนี้ภาษาอังกฤษสำคัญไปที่ไหนก็ใช้ภาษาอังกฤษ
•การปรับตัวในการเข้ามหาวิทยาลัย
•ลือสาขาที่ตนชอบ และต้องเป็นหน้าที่ที่อยู่ในสังคมได้
•เมื่อเลือกสิ่งที่เราชอบเราต้องมุ่งมั่นทำให้สำเร็จ
•ดูความสามารถของตนเอง
•เลือกสิ่งที่ตัวเองชอบ
•เลือกสิ่งที่เราจะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
•คิดถึงอนาคตว่าเรียนไปแล้วอนาคตจะเป็นอย่างไร
•ค้นหาความสามารถด้านทักษะ และพัฒนาการเรียนรู้ด้านภาษา คิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์งาน
•เมื่อก่อดิฉันอยากเป็นทั้งพยาบาล และผู้พิพากษา มันทำให้ดิฉันตัดสินใจได้ว่า ฉันอยากเป็นผู้พิพากษามากกว่า ถ้าเข้ารั้วมหาวิทยาลัยจะพยายามอ่านกฎรัฐธรรมนูญให้มากขึ้นสังเกต และแก้ไขสิ่งที่ทำไม่ได้
•ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าอยากจะเรียนอะไร เมื่อก่อนอยากเรียนหมอ เราะถามเพื่อนส่วนใหญ่เขาก็เรียนหมอกัน แต่ตอนนี้ในใจอยากเรียนนิติศาสตร์ กฎหมาย การที่จะเข้ามหาลัยก็ต้องอ่านหนังสือศึกษาเพิ่มเติมค้นคว้าด้วยตนเองให้มากขึ้น
•ผมจะตั้งใจหมั่นฝึกฝนวิชาคณิตศาสตร์ให้มากขึ้น
•เรียนแล้วต้องหมั่นจำแล้วนำไปใช้จึงจะรู้อนาคตตัวเอง
•ตอนแรกผมนึกถึงการเรียนแบบที่เลือกเรียนจบแล้วออกมาต้องมีงานทำที่ต้องมีเงินเยอะ แต่ลองมาคิดอีกที ถ้าเราเลือกเรียนแบบเราชอบมากกว่า ถ้าเรียนสิ่งที่เราชอบเราก็จะมีความสุขกับการเรียนของเรา
•เราได้รับความรู้เกี่ยวกับการศึกษาต่ออุดมศึกษา และสถาบันต่างๆ โดยเรานั้นความรู้พื้นฐาน และคุณภาพของเราเป็นที่สำคัญ สำหรับการเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยต่างๆ และทำให้เปลี่ยนแปลงความคิดใหม่
•สิ่งที่ได้จากการแน่ะแนว คือสิ่งที่ข้าพเจ้าอ่านแล้วเติมเต็ม
•ทำอะไรต้องดูความสามารถตัวเอง
•ฉันจะตั้งใจเรียน เพื่อเป็นบุคคลที่ดีในสังคมได้ และจะเลือกเรียนในสิ่งที่ฉันชอบ เพื่อจะได้มีความสุขในการเรียน และจะเริ่มต้นหาตนเอง เพื่อเลือกในสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตนเอง และจะฝึกฝนในสิ่งที่ฉันอ่าน
•ฉันจะค้นหาตัวเองมากขึ้น และเมื่อรู้แล้วจะทำสิ่งที่ตนเองชอบให้เต็มที่
•ฉันจะฝึกตนเองเรื่องภาษาที่นอกจากภาษาไทย เพื่อให้ตนเองมีความรู้มากขึ้น
•ฉันจะเรียนอย่างสนุก แต่ไม่ทิ้งงาน ไม่ทิ้งการเรียน
•จะตั้งใจเรียนวิชา อังกฤษ และเลข
•การปรับตัว ฉันจะตั้งใจเรียนคณิต อังกฤษ มากขึ้นเพื่อเรียนในสิ่งที่ฉันอยากเป็น ที่สามารถทำงานได้จริง
•ฉันจะตั้งใจเรียน จะเข้ามหาลัยที่ใฝ่ฝันให้ได้
•จะต้องมีความมั่นใจในตนเอง
•จะต้องเรียนในวิชาที่อยากเรียน จะไม่ตามคนอื่น หรือไม่ทำตามที่ใครบังคับ
สวัสดีค่ะ..ท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เสียดายจัง..วันที่ท่านไปแนะแนวให้นักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า
ไปเข้าค่ายชุมนุมลูกเสือเทพศิรินทร์สัมพันธ์ ครั้งที่ 10 ที่ศรีราชา
เลยไม่มีโอกาศได้เข้าฟังการแนะแนวจากท่าน
•จะไม่แบกหนังสือให้เยอะกว่านี้
•จะอ่านและเขียนภาษาอังกฤษให้มากกว่านี้
•ตอนแรกก็อยากเรียนนักนักโบราณคดี แต่ไม่รู้ว่าจะหางานทำที่ไหน
•แต่ตอนนี้หนูอยากเรียนนิติศาสตร์ อยากเรียนการเมืองการปกครองมาก
•อยากค้นพบตัวเองให้ได้เร็วๆ
•ตอนแรกแม่อยากให้เข้าจุฬาให้ได้ แต่มันยากเกินไป และไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าที่ดังๆ
•จะฝึกฝนภาษาอังกฤษให้ดีขึ้น
•จริงๆอยากเป็นครู ไม่ก็เกี่ยวกับการทำอาหาร เบเกอรี่เค้ก ต่างๆ
•อยากไปสอนที่โรงเรียนที่ไม่จำเป็นต้องมีชื่อเสียงก็ได้ ไม่เป็นครูต่างจังหวัดก็ได้