ในสังคมไทยทุกวันนี้ เต็มไปด้วยความขัดแย้ง แก่งแย่งแข่งขัน สมุนและสุนัขรับใช้คนที่กอบโกยโกงกินทุจริต คอร์รัปชั่น ลอยหน้าลอยตารับใช้เพราะอำนาจเงิน(เศษเงิน)หมดสิ้นศักดิ์ศรีของความเป็นคนที่ซื่อตรง มีคุณธรรมและมีสำนึกรักและต้องการสร้างชาติบ้านเมือง ทั้งๆที่ข้างหน้ามีภาระกิจเพื่อสร้างความมีเสถียรภาพ ความอยู่ดีมีสุขของประชาชนอยู่อีกมากมาย หลายเรื่อง แต่ไม่ทำไม่สนใจ มีการปะทะกันอย่างรุนแรง คนในสังคมฆ่ากัน กดขี่กัน ทารุณกรรมต่อกัน ทุกเรื่องลงเอยด้วยความรุนแรง สังคมไทยเต็มไปด้วยการใช้ความรุนแรง แม้กระทั่งเด็กหญิง ชาย สตรี คนชราไม่ถูกละเว้น เข้าข่ายสังคมไร้น้ำใจและไร้ความเมตตากรุณาปราณี มีการละเมิดสิทธิชุมชนโดยกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม มลพิษทำร้านคนและชุมชน ขณะที่พลังงานน้ำมันวิกฤติแต่คนก็ยังใช้รถยนต์กันอย่างหนาแน่น เหล่านี้มหาวิทยาลัยกลับมิได้ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เลย มหาวิทยาลัยกลับกลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้สิ่งเหล่านี้ดำรงอยู่อย่างแนบแน่นกับสังคม เพราะทุกวันนี้ มิใช่มหาวิทยาลัยหรอกหรือ ที่หลายคนร่ำเรียนมา หาซื้อใบปริญญา แม้ปริญญา ดร.ที่นักการเมืองหลายคนใช้เงินซื้อ คนเหล่านี้แหละทั้งที่ร่ำเรียนมาและซื้อ กลับเป็นผู้สร้างปัญหาเหล่านี้ให้กับสังคมอย่างไม่รู้จบสิ้น

มหาวิทยาลัยไม่เคยเป็นคำตอบหรือทางออกของกล่าวมาแล้วในหลายข้อคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความรุนแรงทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม สถาบันยการศึกษาอุดมศึกากลับเป็นตัวที่คอยสร้างปัญหา ทำให้ความยุ่งยาก ความรุนแรงและความสับสนเหล่านี้ยังคงอยู่ นับจากการเรียบนการสอนที่คัดลอกมาจากตำราต่างประเทศ โดยเฉพาะทางตะวันตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา การเรียนการสอนให้ท่องจำเหมือนนกแก้วนกขุนทอง นศ.คิดเอง คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเองไม่ได้ กลายเป็นผู้เรียนที่ต้องยอมรับกฏ ระเบียบ ข้อบังคับ และกติกา ที่ตนเองไม่ได้มีส่วนร่วม ไม่ได้มาจากการสังเคราะห์ การวิพากษ์วิจารณ์และตกผลึกเป็นมติประชากรมหาวิทยาลัยอย่างแท้จริง นักศึกษาทำตัวเป็นผู้รับบริการ ใช้บริการ ไม่กล้าวิพากษ์ วิจารณ์ หลายสิ่งหลายอย่างมุ่งไปสู่การรับใช้แนวคิดทุนนิยม บริโภคนิยมทั้งสิ้น  มหาวิทยาลัยดำเนินการบริหารจัดการเป็นไปเพื่อสนองระบบทุนนิยมอุตสาหกรรม โดยตัวมหาวิทยาลัยก็เริ่มเป็นธุรกิจ เป็นอุตสาหกรรมมากขึ้น มหา,ลัยเริ่มแสวงหากำไรมากขึ้นทุกที พยายามสร้างจุดขาย สร้างหลักสูตรสมทบ พิเศษเพื่อดึงคนมาเรียนมาซื้อบริการทางการศึกา มาเป็นบัณฑิต มีการเสนอจุดขายให้จบเร็วๆ ทั้งมหาลัยขอแงรัฐ เอกชน หรือต่างประเทศที่มาลงทุนในไทย เช่น จบโท เอก ใช้เวลาเพียง 2-3 ปีโดยไม่ต้องทำวิทยานิพนธ์ เราผลิตคนจบเร็วมาก(โดยเฉพาะบุคคลากรองค์กรส่วนท้องถิ่น)โดยไม่คำนึงถึงความรู้  ความสามารถ คุณธรรม จริยธรรม มหาวิทยาลัยยังทำตัวรับใช้บริษัทธุรกิจการค้า โดยรับจ้างทำวิจัยให้ และบ่อยครั้งงานวิจัยเหล่านั้นไม่ได้เป็นประโยชน์กับสังคม มหาวิทยาลัยทำตัวเป็นสถานที่โฆษณาให้กับบริษัทมากมาย ผู้บริหารมหาวิทยาลัยของรัฐหลายแห่ง รวมทั้งในจังหวัดขอนแก่น ขณะนี้เร่งพยายามนำมหาวิทยาลัยนอกนอกระบบราชการ(จุฬาลงกรณ์ มหิดล ม.เชียงใหม่ เทคโนเจ้าคุณทหาร เกิดความแตกแย้งขัดแย้งกันอย่างรุนแรง) ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเหล่านี้ไม่คิดและไม่ทำประชาวิจารณ์กับประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเป็นทางการในวงกว้าง ให้ข้อมูลผิดๆด้านที่จะเป็นประโยชน์กับพรรคพวกของตน ห้ามตั้งสหภาพแรงงาน คิดอยากจะปกครองมหาวิทยาลัยด้วยกลุ่มพวกของตนอย่างยืดเยื้อยาวนาน มีการทุจริต คอร์รัปชั่นมากมายในมหาวิทยาลัย ผู้บริหารมีเงินเป็นร้อยล้าน การนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบราชการเป็นแค่เปลี่ยนปลอกคอ เข้าไปสู่ระบบทุนนิยมเต็มรูป กลายเป็นระบบทุนนิยมครอบงำมหาวิทยาลัยแทน  ค่าใช้จ่ายทุกอย่างจะแพง ค่าหน่วยกิต ค่าธรรมเนียมพิเศษ(แป๊ะเจี้ยอุดมศึกษาที่เก็บกับนักศึกษาทุกคณะต่อคนต่อเทอมที่เด็กไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเอาเงินเหล่านี้ไปทำอะไร)ทั้งนี้เพราะผู้บริหารคิดว่าเด็กที่มาเรียนเป็นผู้ที่ไม่ยากจน เห็นได้ชัดว่า จังหวัดขอนแก่น มีการฟ้องร้องเด็กที่กู้เงินเรียนระดับมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชนและยังไม่จ่ายเป็นเกือบสองแสนคน ผู้บริหารกลุ่มที่ทำให้มหาวิอทยาลัยออกนอกระบบจะกลายเป็นมาเฟียทางการศึกาชนิดที่เกาะติดและยากที่จะออกจากตำแหน่ง พวกประจบสอพลอจะมีมากขึ้น การทุจริต คดโกงจะไม่ใครกล้าตรวจสอบ เพราะระบบการใช้คุณให้โทษจะอยู่ที่พรรคพวกของผู้บริหาร ข้าราชการจะถูกบังคับให้ออกจากการเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยุ่หัวภายในเวลาไม่กี่ปี พนักงานในมหาวิทยาลัยจะไร้เสรีภาพทางวิชาการ จะไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐที่เฮงซวยได้ คณะและสาขาวิชาที่ไม่สร้างรายได้หรือหากำไรไม่ได้จะถูกยุบ(ในต่างประเทศทำกันมามากแล้ว เช่น ประเทศอังกฤษ เป็นต้น ยังมีต่อฯ (อัพเดท 20 มกราคม 2553) 089-422-9747