ภาพการแสดงเพลงอีแซว
งานปิดทองหลวงพ่อมุ่ย
วัดดอนไร่ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี
ตอนที่ 3 วันที่ 16 มกราคม 2553
วันนี้ เป็นวันที่ 16 มกราคม 2553 ตรงกับวันครู ผมจะต้องไปร่วมพิธีในงานวันครู ครูคนอื่น ๆ เขาคงตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น เพราะว่า ได้นอนหลับเต็มตื่นตลอดคืน แต่ผมก่อนที่จะได้เข้านอนผมต้องผจญกับปัญหานา ๆ ประการและจะต้องดูแลช่วยเหลือเด็ก ๆ ในวงเพลงที่เจ็บไข้ได้ป่วย ผมได้พักสายตาหลับไปเพียง 2 ชั่วโมงเศษเท่านั้น
เหมือนเช่นเคย พวกเราออกจากโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 เวลา 17.00 น. เพราะว่ามีบุคคลสำคัญ 2 คนโทรศัพท์มาหาผม คนหนึ่งเป็นลูกศิษย์ของผม สอนไปเมื่อปี พ.ศ.2523-2526 เป็นเจ้าของโรงงานจิวเวอร์รี่ ย่านมินบุรี โทรมาสวัสดีและขอบคุณผมที่ได้สอนแกมาจนได้ดีมีโรงงานขนาดใหญ่ ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นนักแสดงระดับซูเปอร์สตาร์ ถ้าเอ่ยชื่อแล้วคนรู้จักกันเกือบทั่วโลกแล้วกระมัง เพราะเขาดังในเมืองไทยมา ศิลปินคนนี้ติดต่อกับผมมา 2-3 ปี ด้วยความที่แกศรัทธาในตัวผม รวมทั้งได้ติดตามผลงานการแสดงของผมและงานทำขวัญนาคตามสถานที่ต่าง ๆ และในระบบเครือข่ายด้วย จะเข้ามาพบผมในวันที่ 18 มกราคม 2553 เพื่อทำการฝึกซ้อมเพลงพื้นบ้านชนิดหนึ่งไปทำการแสดงในเดือนหน้านี้ด้วย รถติดเครื่องรออยู่และพร้อมที่จะไปวัดดอนไร่อีก 1 คืน แต่ผมยังพูดโทรศัพท์อยู่กับบุคคลสำคัญ
วันนี้ไปถึงวัดเวลา 17.40 น. เรื่องของอาหารรับประทาน สถานที่อะไรต่าง ๆ เด็ก ๆ นับรู้ทั้งหมด เวทีการแสดงอยู่ตรงที่เดิม เด็ก ๆ ไม่บ่น แต่ก็ยังมีเสียงพูดว่า “รถใครมาจอดบังหน้าเวทีเต็มไปหมด” (ดูเหมือว่าจะมีรถจอดอยู่ 5 คน) ทำให้หน้าเวทีแคบไปถนัด ผมลืมบอกไปว่า เด็กนักแสดง แม่เพลงของวงคนหนึ่งยังมีอาการป่วยมากอยู่ ไม่สามารถไปร่วมแสดงได้ ส่วนแม่เพลงเบอร์หนึ่ง พอไปได้ ยังไม่สมบูรณ์นัก คุณแม่พาไปทีหลัง ไปถึงตอนใกล้เวลาที่จะทำการแสดงแล้ว

เวลาประมาณ 20.00 น.มีผู้ชมมาปูเสื่อ และเสื่อยางนั่งรอชมการแสดง ประมาณ 30-40 คนหรืออาจจะมากว่านั้น เพราะลุกไปเดินและกลับมานั่งรวมทั้งมีอาหารมารับประทานกันด้วย ทุกท่านดูมีอัธยาศัย เด็ก ๆ เหลือบไปเห็นก็ถามผมว่า “นั่นใช่คนที่จะมาดูเพลงเราไหม หรือว่าเขามานั่งรับประทานอาหารเย็นกัน” อีกสักครูก็มีคนอีก 2 กลุ่มมาถามว่า เมื่อคืนตามไปดูที่ข้างวิหารหลวงพ่อเห็นว่าไม่มีเวทีเพลงอีแซวตั้งอยู่ คิดว่าเล่นคืนเดียวเลยไม่ได้ไปดูเพลงอีแซว วันนี้เจอเวทีแล้วเดี๋ยวจะกลับมาดูอีก (วันนี้คนดูหนาตา) รวมทั้งคนจรที่เดินไปมาในงานแล้วมาหยุดยืน นั่งชมเพลงอีแซว
มีท่านผู้ชม 3 คนเดินมาที่ข้างเวทีส่งแผ่นกระดาษให้นักแสดงมาให้ผมแล้วบอกว่า “เป็นคณะเจ้าภาพที่จัดหาเพลงอีแซวมาแสดงในคืนนี้” มองไปที่กลุ่มคนที่นั่งกันอยู่กลุ่มใหญ่ มีแผ่นป้ายปักไว้ด้านหลัง ป้ายมีข้อความว่า “ชมรมบ้านหนองตม” ท่านกระซิบกับเด็ก ๆ ว่า “คืนนี้เล่นให้เต็มที่มีรางวัลให้ไม่อั้น” เด็ก ๆ เริ่มหน้าตาสดใสขึ้นมามาก ได้กำลังใจเต็มเปี่ยมจากผู้ที่มีเมตตา แต่ว่าเราจะเอาอะไรไปแลกกับเงินรางวัลและเสียงปรบมือได้
การแสดงเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 21.00 น. ด้วยรูปแบบของการแสดงที่ผิดไปจาก 2 คืนที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มต้นจนจบการแสดง
- บทร้องเสภา บูชาครู ไหว้ครู
- บทร้องและแสดงเพลงออกตัวของน้องใหม่ 2 คน (ชาย-หญิง) เรียกเสียงฮาได้มาก
- บทร้องเพลงประคารมแบบหวาน ๆ แต่กระแทกกระทั้นข่มขู่กันแบบจริงจัง
- เพลงชม (ด่า) ต่อว่ากัน แบบถามมาตอบไปไม่มีลดราวาศอก
- มาถึงตอนสำคัญ ผมออกไปร่วมแสดงกับเด็กด้วยการร้องด้นสด ๆ ทั้งหมด เด็ก ๆ ในวง 3 คนร่วมด้นกลอรสด ในขณะที่รางวัลน้ำใจเริ่มหลั่งไหลมายังนักแสดงบนเวทีอย่างมาขาดสาย มีคนเดินมาบอกชื่อ ผมร้องสดให้อย่างฉับพลัน
- จนถึงเพลงสุดท้าย เป็นเพลงรุนแรงที่ไม่ค่อยได้เล่น คือ “เพลงตับเซนเซอร์” เป็นเพลงต่อว่าและด่ากันแบบลึกลงไปมาก ไม่อาจที่จะนำเสนอในบางสถานที่ได้ แต่เจ้าภาพขอให้เล่นให้ดูหน่อยจะได้ไหม (ในระหว่างเล่นเพลงนี้มีเสียงปรบมือ โห่ร้องเชียร์ตลอด)
- เพลงสุดท้ายคือ เพลงลา (ตอนสุดท้ายของบทร้อง มีดังนี้)
ขอให้เสียง ที่ส่งไป ยังคงอยู่ใน สายลม
ขอให้ภาพ ที่ท่านได้ชม ยังติดตา ตรึงใจ
ถึงแม้ว่าเสียง ที่ดัง แผ่วลงบ้าง พอฟังรู้
อยากกระซิบ ที่ห้างหู ว่ารักคนดู เชื่อไหม
ถ้าวาจา หนูศักดิ์สิทธิ สิ่งเดียวที่คิด ว่าจะขอ
พรใดเลิศ ประเสริฐหนอ ขอให้แม่พ่อ จงได้
ขอยกเอา คำพระ ว่าติสะระนะ คะมะนัง
อายุวัณโน สุโขพลัง สุขสดขื่นสมหวัง ตลอดไป



การแสดงจบลงเมื่อเวลา 24.06 น. เด็ก ๆ บานว่า “ทำไมคืนวันนี้เวลาผ่านไปเร็วจัง ยังไม่อยากลาเวทีไปเลย กว่าที่จะได้มาอีกก็ต้องปีหน้า แล้วต่อไปก็คงไม่ได้มาเพราะอาจารย์เกษียณอายุราชการไปแล้ว” ผมบอกกับเด็ก ๆ ในระหว่างเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวและเก็บของว่า “เวลาของเรายังมีต่อไปอีกจนลมหายใจสุดท้าย ถ้าหากว่าหนูยังรักเพลงพื้นบ้าน หากแม้นว่าวงเราหรือว่าหนูไม่ได้มาที่วัดนี้ แต่ก็อาจจะมีสถานที่อื่น ๆ ที่เรามีโอกาสไปนำเสนอผลงานการแสดง” เพียงแต่ว่า “อย่าท้อถอย ชีวิตนี้มีไว้ให้สู้ สู้และอดทนให้ถึงที่สุด”

ภารกิจการแสดงของพวกเราผ่านไปอีกงานหนึ่ง 3 คืนติดต่อกัน ผมต้องขอกราบขอบพระคุณหลวงพ่อ ท่านพระครูสิทธิปัญญากร เจ้าอาวาสวัดดอนไร่
ขอบขอบพระคุณ
คุณ คุณคมกฤช ลิ้มเจริญวิวัฒน์ บ้านหนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง (14 ม.ค.2553)
คุณอรุณ ฟูเฟื่อง, คุณสายบัว สระดอกแก้ว (เจ้าภาพคืน 15 ม.ค.2553)
คุณสมาน แสงอรุณ ร้านเมืองใหม่เจริญยนต์ ดอนเมือง (เจ้าภาพ 16 ม.ค.2553)
คุณสมชาย คุณช้วน ร้านฐิติวัสส์ช่างยนต์ (เจ้าภาพ 16 ม.ค.2553)
คุณนรินทร์ คุณเกสร พงษ์ธัญญกร อู่ ก.เจริญยนต์ บางคูวัด (เจ้าภาพ 16 ม.ค.2553)
คลิกชมบันทึกการแสดงสด เพลงอีแซวที่วัดดอนไร่ ในคืนที่ 5 ได้ที่กรอบบนนี้ ชำเลือง มณีวงษ์ (รายงาน)
สวัสดีค่ะคุณชำเลือง
ขอบคุณมากนะคะ นำภาพและเรื่องราวมาให้ชม
ดีใจและภูมิใจเสมอค่ะ เมืองสุพรรณบ้านเกิด
เด็กๆชอบก็จัดงานวันสำคัญบ่อยๆไม่ได้เหรอค่ะ
วันสำคัญปีหนึ่งมีตั้งหลายวัน ที่จัดงานรื่นเริงได้
ดีมากเลยค่ะเห็นเด็กๆ อนุรักษ์ สิ่งเดิมๆและทำได้ดี และชอบ
สวัสดี ครับ คุณกานดา
สวัสดีครับ ท่านอาจารย์
สวัสดี คุณณัฐวรรธน์
ชอบน้องลูกหนู มากเลย อยากทราบว่า ลูกหนูจบ ม.6 แล้วเรียนต่อไหนค่ะ
อยากไปดูแต่ไม่มีโอกาสเลย ขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์อีกคนค่ะ
ตอบความเห็นที่ 5
ขอบคุณอาจารย์ที่ช่วยตอบคะ แล้วน้องเรียนคณะอะไรค่ะ
และน้องจะมีการแสดงที่ไหนอีกหรือเปล่าค่ะ