....................................

....................................
คำนำ
ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่เหมาะสม หลายอย่างในการทำการเกษตร ลองนึกย้อนไปในอดีตกว่า๔๐ปี ที่ผ่านมาเราได้หลงทางไปกับการเกษตรที่มองแต่การเพิ่มผลผลิตให้สูง สนใจแต่การให้ธาตุอาหาร N - P - K มองข้ามเรื่องของโครงสร้างดิน โดยรวมแล้วที่ผ่านมาเป็นการทำการเกษตรที่มุ่งจะเอาชนะธรรมชาติ สนใจในมูลค่ามากกว่าคุณค่า เทคโนโลยีหลายชนิดต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และเมื่อนำมาใช้แล้ว ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าผลกระทบของการใช้สารเคมี ไม่ว่าปุ๋ยเคมี ,สารกำจัดวัชพืช ,สารกำจัดศัตรูพืช ได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยอย่างมากมาย
ไอ้รถถัง 4 in 1 ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมในการสร้างความสุขในการทำการเกษตรให้กับชาวบ้านได้อย่างลงตัว โดยการดัดแปลงอุปกรณ์ชุดเตาเผาถ่านจากถังน้ำมัน 200 ลิตร ซึ่งแต่เดิมสามารถให้ผลผลิตคือ ถ่านและ(น้ำส้มควันไม้ เป็นผลผลิตที่ได้จากการกลั่นตัวของควันที่เกิดจากการเผาถ่าน ใช้ไล่แมลง เร่งการเจริญเติบโตของต้นไม้ ใช้ในคอกปศุสัตว์) ในขณะเดียวกันยังสามารถกลั่นน้ำมันหอมระเหยจาก วัตถุดิบในไร่สวน เช่น ตะไคร่หอม ไพล ทำให้ประหยัดเวลาและพลังงานที่ต้องสูญเสียไปในช่วงเผาถ่าน ได้อย่างดี
ขอขอบคุณ โครงการพัฒนาศักยภาพชุมชนในการจัดการสิ่งแวดล้อมศึกษาจังหวัดน่าน โดยการดำเนินงานของมูลนิธิฮักเมืองน่าน ที่สนับสนุนให้เกิดคู่มือฉบับนี้ขึ้นมา หวังว่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อการลดการใช้สารเคมีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยให้คนในท้องถิ่นได้พึ่งตนเองได้
ศูนย์เรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนฯ
1/08/2551
|
................................................................................................................................................................ |
ตารางหลักสูตรการอบรมเทคนิคการใช้ไอ้รถถัง 4 in 1 (รับฝึกอบรมให้แก่ผู้สนใจและหน่วยงานต่างๆX ระยะเวลา 2 วัน 1 คืน รุ่นละ 30 ท่าน
หลักสูตรวันที่1
|
เวลา |
เนื้อหา |
|
09.00-10.00 น. 10.00-11.00 น. 11.00-12.00 น. 12.00-13.00 น. 13.00-15.00 น. 15.00-16.00 น. 16.00-17.00 น. 17.00-19.00 น. 19.00-20.00 น. 20.00-21.00 น. |
- ดินและโครงสร้างดินที่เหมาะสมกับการเกษตร - รู้จักปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์กับผลกระทบในดิน - การปรับปรุงดินให้เหมาะสมโดยไม่ใช้สารเคมี พักรับประทานอาหาร - น้ำส้มควันไม้ ,น้ำมันหอมระเหยคือ อะไร? - อุปกรณ์ในการสร้างไอ้รถถัง 4 in1 - เทคนิคการเผาถ่านให้ได้น้ำส้มควันไม้ พักรับประทานอาหาร - เทคนิคในการเก็บน้ำส้มควันไม้ในแต่ละช่วงเวลา สรุปบทเรียนก่อนนอน |
หลักสูตรวันที่2
|
เวลา |
เนื้อหา |
|
07.00-08.00 น. 08.00-09.00 น. 09.00-11.00 น.
11.00-12.00 น. 12.00 น. |
- รับประทานอาหารเช้า - เปิดเตา “เขย่าความคิด” - เทคนิคการใช้น้ำส้มควันไม้และน้ำมันหอมระเหย ลงพื้นที่ชมแปลงเกษตร - ไขข้อข้องใจ ,รับใบประกาศนียบัตร,ปิดการอบรม รับประทานอาหารเดินทางกลับภูมิลำเนา |
.........................................................................
1.ส่วนประกอบของไอ้รถถังได้แก่
1. ถัง 200 ลิตร
2. ข้องอซีเมนต์ใยหิน 90 องศา เส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว
3. ท่อต่อซีเมนต์ใยหิน เส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว 1 เมตร
4. อิฐบล็อกจำนวน 5 ก้อน
5. อิฐแดง
6. ถังขนาด 50 ลิตร
7. ดินเหนียวผสมขี้เถ้าแกลบใช้อัตราส่วน ขี้เถ้าแกลบต่อดินเหนียว 1:1 ดินเหนียวผสมขี้เถ้าแกลบนี้ ทำหน้าที่เป็นตัวประสานรอยต่อระหว่างการประกอบเตาและในช่วงของการเผา เพื่ออุดรอยรั่วไม่ให้อากาศเข้าไปภายในเตา
8.เสาค้ำยันสำหรับประคองผนังฉนวนเตาด้านนอก โดยตอกเสาให้มีระยะห่าง 80x80 เซนติเมตร วัดจากเส้นผ่าศูนย์กลางของเตาค้ำยัน
9. ผนังฉนวนเตาด้านนอกเป็นตัวประคองป้องกันไม่ให้ฉนวนเตาพังลงมา วัสดุที่ใช้ควรเป็นวัสดุทนความร้อน เช่น กระเบื้องหลังคาหรือแผ่นโลหะสังกะสี หรือโลหะอื่นๆ ทั้งนี้ ก่อนตั้งผนังฉนวนเตาต้องไม่ลืมปรับพื้นที่ที่จะติดตั้งให้ลาดเอียง
...................................................................................
2.ขั้นตอนการประกอบไอ้รถถัง
1. นำตัวเตาที่เจาะทั้งด้านหน้าและด้านท้ายของเตาเสร็จวางไว้ตรงกลางระหว่างเสาค้ำยัน โดยให้รูกลมที่เจาะขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว อยู่ด้านล่าง
2. นำผนังฉนวนเตาด้านนอกมาวางแนบกับเสาค้ำยันให้ตั้งฉากด้านข้างทั้ง 2 ด้าน โดยมีระยะห่างประมาณ 10 เซนติเมตรวัดจากขอบเตาที่ยื่นออกมานอกสุดผนังด้านข้างตัวเตาพอประมาณเพื่อไม่ให้ตัวเตาขยับเขยื้อน
3. ประกอบท่อข้องอซีเมนต์ใยหิน 90 องศา ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง4 นิ้ว โดยให้ด้านที่ใหญ่ที่สุด สวมเข้าไปในช่องที่เจาะไว้ในด้านท้ายของตัวเตา ปิดผนังเตาด้านหลัง โดยให้ผนังฉนวนเตาด้านหลังห่างจากข้องอประมาณ 10-15 เซนติเมตร
4. ประกอบท่อตรงซีเมนต์ใยหินขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้วยาว 100 เซนติเมตร สวมเข้ากับข้องอฉาก 90 ที่ประกอบไว้ท้ายเตา
5. ประสานรอยต่อระหว่างตัวเตาข้องอฉาก 90 องศา และปล่องควันให้สนิท เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยรั่วขณะเผาถ่านด้วยดินเหนียวผสมขี้เถ้าแกลบ
.............................................................
3. ขั้นตอนการบรรจุไม้เข้าเตา

1. นำไม้ที่ต้องการเผาถ่านมาจัดแยกกลุ่มตามขนาดความยาวเส้นผ่าศูนย์กลางของไม้ เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ขนาดเล็ก , ขนาดกลาง , ขนาดใหญ่ ทั้งนี้เพราะอุณหภูมิภายใต้เตาเผาถ่านจะไม่เท่ากัน
2. เรียงไม้ที่มีขนาดไว้ด้านล่างของเตา โดยวางทับไม้หมอนหนุน โดยใส่ปลายไม้ด้านเล็กเข้าไปข้างในเตา ปลายไม้ด้านโตกว่าจะอยู่ด้านหน้าเตา
***การเรียงไม้มีความสำคัญมากเพื่อให้ไม้ทุกขนาดกลายเป็นถ่านพร้อม ๆ กันเนื่องจากอุณหภูมิในเตาขณะเผาถ่านไม่เท่ากัน โดยอุณหภูมิด้านล่างสุดของเตาจะต่ำ ส่วนอุณหภูมิด้านบนจะสูงกว่าอุณหภูมิด้านล่างสุดและท้ายเตา
*** ควรตากไม้ที่จะเผาไว้ประมาณ 2 อาทิตย์
......................................................
4. ขั้นตอนประกอบหน้าเตา
1.เมื่อบรรจุไม้เข้าไปในเตาจนเต็มแล้ว ปิดฝาหน้าเตาที่เจาะรูไว้ขนาด 20 x 20 เซนติเมตร โดยให้ด้านที่เจาะช่องไว้อยู่ด้านล่าง
2.นำดินเหนียวผสมขี้เถ้าแกลบที่เตรียมไว้ประสานตัวเตากับฝาหน้าเตาให้สนิท ป้องกันการเกิดรอยรั่ว เพราะถ้าอากาศเข้าไปในเตาจะทำให้ไม่ได้ถ่าน
3. นำฉนวนดินหรือทรายมากลบหลังเตา และรอบตัวเตาให้มิด
4. ประกอบช่องใส่ไฟหน้าเตาโดย
- นำอิฐบล็อก วางตั้งตามแนวยาวบนพื้นหน้าเตาขนานสองข้าง ข้างละก้อน เว้นระยะให้พอดีกับขอบช่องที่เจาะเอาไว้บนฝาหน้าเตา
- นำอิฐบล็อกอีก 2 ก้อนวางทับด้านบนของอิฐที่ตั้งไว้ โดยวางต่อกันในแนวราบ
5. นำดินเหนียวผสมขี้เถ้าแกลบที่เตรียมไว้มาประสานรอยต่อระหว่างฝาหน้าเตากับอิฐบล็อกและรอยต่อระหว่างอิฐบล็อกทั้ง 4 ก้อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยรั่ว
6. นำถังขนาด 50 ลิตรมาประกอบด้านบน ตัวเตาที่ทำจากถังขนาด 200 ลิตรใส่น้ำหรือวัสดุที่ต้องการกลั่นน้ำมันหอมระเหย เช่น ตะไคร้หอม ไพล ลงไป 2 ใน 3 ของถัง (รายละเอียดในขั้นตอนที่ 5)

...............................................
5.ขั้นตอนการเตรียมถังกลั่นน้ำมันหอมระเหย
1.นำวัตถุดิบที่ต้องการกลั่นเป็นน้ำมันหอมระเหย เช่น ใบตะไคร้หอม ประมาณ 10 กก.หั่นเป็นฝอยผสมน้ำ 10 กก. คนให้ทั่ว ทิ้งไว้ 1 คืน
2.นำถังขนาด 50 ลิตรตั้ง บริเวณช่องที่เจาะไว้ ใช้ดินเหนียวผสมแกลบ ประสานรอยรั่ว
3.นำส่วนผสมทั้งหมด(ตะไคร้หอม+น้ำ)ที่แช่ไว้ใส่ลงในถังขนาด 50 ลิตร
4.นำจานสำรับรอง(ทำจากไม้เนื้ออ่อน)น้ำมันหอมระเหยที่เกิดจากการกลั่นให้ตกลงบนจานแล้วจะไหลสู่ท่อที่ต่อไว้กับจานออกมาเป็นน้ำมันหอมระเหย
5.นำกระทะใส่น้ำตั้งปิดด้านบนถังขนาด 50 ลิตร (คอยเปลี่ยนน้ำในกระทะให้เย็นอยู่
เสมอ)
..........................................
6. ขั้นตอนการเผาถ่าน
1. เริ่มจุดไฟหน้าเตาเบริเวณช่องจุดไฟ บริเวณอิฐก้อนแรกสุด
2.ใส่เชื้อเพลิงทีละน้อยในช่องจุดไฟ ช่วงของการให้ความร้อนในเตา เพื่อไล่ความชื้นในเนื้อไม้ ความชื้นภายในเตา ช่วงนี้กินเวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง ขึ้นกับความชื้นของปัจจัยที่กล่าวมา
3. เมื่อไล่ความชื้นภายในเตา ( ประมาณ 2-4 ชั่วโมง ) แล้วอุณหภูมิขณะนี้จะสูงขึ้นจนทำให้เนื้อไม้ในเตารักษาระดับอุณหภูมิภายในเองได้ โดยไม่ต้องใส่เชื้อเพลิงหน้าเตาเข้าไปอีก สังเกตได้โดยควันที่ออกมาจากปล่องด้านหลังจะพุ่งแรงกว่าปกติและมีสีขาวขุ่น
4. หลังจากหยุดป้อนเชื้อเพลิงหน้าเตาทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง หรือสังเกตสีของควันที่ปากปล่อง ถ้าเป็นสีขาวอมเหลืองและมีกลิ่นฉุนแสบจมูก ให้หรี่ไฟหน้าเตาลงเหลือพื้นที่ช่องว่างหน้าเตาประมาณ 20-30 ตารางเซนติเมตร ช่วงนี้ให้เริ่มเก็บน้ำส้มควันไม้ โดยใช้ท่อไม้ไผ่ทะลุตลอดทั้งลำ ขนาดเส้นผ่าศูนย์ประมาณ 4 นิ้ว ยาวไม่น้อยกว่า 4 เมตร ปลายด้านที่โตกว่าสวมต่อกับปลายปล่องควันและให้เจาะรูสำหรับให้น้ำส้มควันไม้ไหลออกโดยรูมีขนาดประมาณ 2 ตารางเซนติเมตร ห่างจากปลายท่อด้านโตประมาณ 30 เซนติเมตร
5. เมื่อควันร้อนในกระบอกไผ่ได้รับความเย็นจากอากาศภายนอก ควันก็จะควบแน่นจับกันเป็นหยดน้ำไหลลงมาตามท่อ แล้วน้ำส้มควันไม้จะไหลหยดออกมาจากรูที่เจาะไว้ที่ท่อไม้ไผ่
6. เมื่อเก็บน้ำส้มควันไม้แล้ว สังเกตต่อจนกระทั่งควันที่ปากปล่องกลายเป็นสีฟ้า ให้เริ่มเปิดหน้าเตา เพื่อให้อากาศร้อนเข้าไปไล่สารตกค้างหรือแก็สที่ค้างอยู่ในเตา โดยเปิดหน้าเตาออกประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ของหน้าเตาทั้งหมด ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที
.......................................................................................................
7.น้ำส้มควันไม้ หรือ น้ำวู้ดเวเนการ์ (Wood vinegar)
น้ำส้มควันไม้เป็นของเหลวสีน้ำตาลใสมีกลิ่นควันไฟ ได้มาจาการควบแน่นของควันที่เกิดจากการผลิตถ่านไม้ในช่วงที่ไม้กำลังกลายเป็นถ่าน ในช่วงที่อุณหภูมิในเตาอยู่ระหว่าง 300-400 องศาเซลเซียส สารประกอบต่างๆ ในไม้ฟืนจะถูกสลายตัวด้วยความร้อนเกิดเป็นสารประกอบใหม่มากมาย แต่ถ้าเก็บควันในช่วงที่อุณหภูมิต่ำกว่า 300 องศาเซลเซียส จะมีสารประกอบที่เป็นประโยชน์น้อยมากไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที เนื่องจากการเปลี่ยนจากไม้เป็นถ่านไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งเตา ดังนี้ ควันที่เกิดขึ้นจึงเป็นควันที่ผสมกันระหว่างควันอุณหภูมิต่ำและสูง ดังนั้นจะมีน้ำมันดิน (ทาร์: Tar) และสารระเหยง่าย (โวลาไทล์ : Volatile matter) ปนออกมาด้วย น้ำมันดินที่ละลายน้ำไม่ได้จะนำไปใช้ประโยชน์ในแปลงเกษตรไม่ได้เพระจะไปปิดปากใบของพืช และเกาะติดรากพืช ซึ่งจะทำให้พืชเติบโตช้า
........................................................................................................
ประโยชน์และการนำน้ำส้มควัน
น่าสนใจมากครับ
เยี่ยมมากๆครับ
น่าสนใจค่าาาาา