ไอ้รถถัง 4 in 1
                    ตั้งใจนำข้อมูลมาลง เพราะจริงๆแล้ว ไอ้รถถัง 4 in 1 นับตั้งแต่ เป็นแค่เตาเผาถ่าน 200 ลิตร ที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปเห็น เมื่อคราวประชุมร่วมกับ โครงการต่างๆที่ได้รับการสนับสนุน จาก UNDP ที่จังหวัดนครนายก เมื่อปี 2548 จวบจนเวลานี้ไอ้รถถัง 4 in 1 ได้มีอายุ 5 ขวบ พอดิบพอดี เรียกได้ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราเฝ้าดูสิ่งที่เราคิดว่า มันเป็นนวัตกรรมที่สร้างความสุขให้กับสวน บ้าน ห้องทดลอง สนามเด็กเล่น ห้องอาหาร ห้องประชุมแล้วแต่มันจะกลายสภาพตามที่พวกเราอยากให้เป็น เราพยายามเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า "ศูนย์เรียนรู้เพื่อเสริมสร้างศักยภาพชุมชนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง" หรือ บางที หลายคนก็เรียกว่า "ศูนย์ไชยสถาน" ตามที่ตั้งของศูนย์ ณ บ้านเลขที่ 105 ม.7 ต.ไชยสถาน อ.เมือง จ.น่าน อยู่ห่างจากตัวจังหวัดน่านเพียง  4โลเมตร  ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2548 ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้มีวิสัยทัศน์ในการทำงานที่ยังคงยืนยัน นอนยัน ว่าเราจะทำทุกวิถีทางให้ครอบครัวเรา "กุ้มกิ๋น กุ้มอยู่ กุ้มตาน"  (ถ้าไปถึงชุมชนได้ก็เป็นการดี หวังว่าอย่างนั้น)
                   หลายๆคนชอบบอกว่าการทำศูนย์เรียนรู้นี้ มันทำได้เฉพาะหน่วยงานที่เป็นราชการเท่านั้น นั้นมันเป็นเพียงแค่ความคุ้นชินที่ชาวบ้าน ชอบที่จะครอบงำ จินตนาการตัวเองไว้ เพื่อรอว่า จะต้องได้รับการช่วยเหลือจากราชการหน่วยต่างๆ โดยไม่หันมาทบทวนมอง ศักยภาพที่ตนเองมีอยู่ สรุปง่ายๆ ไม่ค่อยคิดที่จะหาหนทางออกในการแก้ปัญหาที่ตนเองสร้าง มีแต่ คำว่า รอ รอ รอ รอความช่วยเหลือแล้วผ่านไปเป็นอย่างนี้มาชั่วนาตาปี
                    เคยมี คนเขาถาม ว่า "ในฐานะนักพัฒนา คิดว่า ชาวบ้านจะมีความเป็นอยู่ที่ดีได้เมื่อไร?. ผมตอบแบบแทบไม่คิดว่า " เมื่อตอนที่ชาวบ้านเลิก รอ และ รู้ "    
ผมและทีมงานในศูนย์เรียนรู้เพื่อเสริมสร้างศักยภาพชุมชนตามหลักเศณษฐกิจพอเพียง มีความเชื่อที่เหมือนกัน อยู่อย่างหนึ่ง ว่า ท่ามกลางการผันแปรของสังคม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ จิตใจคนนั้น พวกเรา และชาวบ้านจะต้องอยู่ภายใต้ การสร้างดิ้นร้นเข้าสู่ความพอเพียง ให้เป็นแนวปฎิบัติ ที่ไม่ใช้ปรัชญา หรือ วาทกรรมที่โก้หรู อย่างที่หลายคนทำกัน     ไอ้รถถัง 4 in 1 ถือว่าเป็นตัวชี้วัดให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการสร้างความพอเพียง อีกชิ้นหนึ่ง จากหลายชิ้นงาน จากหลายๆความคิดที่มีอยู่มากมายในศูนย์แห่งนี้
                  เอาล่ะครับ เข้าชมเรื่องราว และ ความสามารถของไอ้รถถังได้แล้วครับ

                                            ....................................    

                                                   

....................................

                                                          คำนำ 

                     ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่เหมาะสม  หลายอย่างในการทำการเกษตร   ลองนึกย้อนไปในอดีตกว่า๔๐ปี   ที่ผ่านมาเราได้หลงทางไปกับการเกษตรที่มองแต่การเพิ่มผลผลิตให้สูง       สนใจแต่การให้ธาตุอาหาร N - P - K มองข้ามเรื่องของโครงสร้างดิน  โดยรวมแล้วที่ผ่านมาเป็นการทำการเกษตรที่มุ่งจะเอาชนะธรรมชาติ สนใจในมูลค่ามากกว่าคุณค่า   เทคโนโลยีหลายชนิดต้องนำเข้าจากต่างประเทศ  และเมื่อนำมาใช้แล้ว ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าผลกระทบของการใช้สารเคมี    ไม่ว่าปุ๋ยเคมี ,สารกำจัดวัชพืช ,สารกำจัดศัตรูพืช  ได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยอย่างมากมาย

                     ไอ้รถถัง 4 in 1   ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมในการสร้างความสุขในการทำการเกษตรให้กับชาวบ้านได้อย่างลงตัว  โดยการดัดแปลงอุปกรณ์ชุดเตาเผาถ่านจากถังน้ำมัน 200 ลิตร       ซึ่งแต่เดิมสามารถให้ผลผลิตคือ ถ่านและ(น้ำส้มควันไม้ เป็นผลผลิตที่ได้จากการกลั่นตัวของควันที่เกิดจากการเผาถ่าน ใช้ไล่แมลง เร่งการเจริญเติบโตของต้นไม้ ใช้ในคอกปศุสัตว์) ในขณะเดียวกันยังสามารถกลั่นน้ำมันหอมระเหยจาก วัตถุดิบในไร่สวน เช่น ตะไคร่หอม ไพล ทำให้ประหยัดเวลาและพลังงานที่ต้องสูญเสียไปในช่วงเผาถ่าน ได้อย่างดี

                   ขอขอบคุณ โครงการพัฒนาศักยภาพชุมชนในการจัดการสิ่งแวดล้อมศึกษาจังหวัดน่าน โดยการดำเนินงานของมูลนิธิฮักเมืองน่าน ที่สนับสนุนให้เกิดคู่มือฉบับนี้ขึ้นมา หวังว่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อการลดการใช้สารเคมีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยให้คนในท้องถิ่นได้พึ่งตนเองได้

                                                           ศูนย์เรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนฯ

                                                                      1/08/2551

................................................................................................................................................................

  ตารางหลักสูตรการอบรมเทคนิคการใช้ไอ้รถถัง 4 in 1 (รับฝึกอบรมให้แก่ผู้สนใจและหน่วยงานต่างๆX ระยะเวลา 2 วัน 1 คืน รุ่นละ 30 ท่าน

หลักสูตรวันที่1 

เวลา 

เนื้อหา 

09.00-10.00 น.

10.00-11.00 น.

11.00-12.00 น.

12.00-13.00 น.

13.00-15.00 น.

15.00-16.00 น.

16.00-17.00 น.

17.00-19.00 น.

19.00-20.00 น.

20.00-21.00 น. 

-          ดินและโครงสร้างดินที่เหมาะสมกับการเกษตร 

-          รู้จักปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์กับผลกระทบในดิน 

-          การปรับปรุงดินให้เหมาะสมโดยไม่ใช้สารเคมี 

พักรับประทานอาหาร 

-          น้ำส้มควันไม้ ,น้ำมันหอมระเหยคือ อะไร?  

-          อุปกรณ์ในการสร้างไอ้รถถัง 4 in1 

-          เทคนิคการเผาถ่านให้ได้น้ำส้มควันไม้ 

พักรับประทานอาหาร 

-          เทคนิคในการเก็บน้ำส้มควันไม้ในแต่ละช่วงเวลา 

     สรุปบทเรียนก่อนนอน    

  

หลักสูตรวันที่2 

เวลา 

เนื้อหา 

07.00-08.00 น.

08.00-09.00 น.

09.00-11.00 น.

 

11.00-12.00 น.

12.00 น.

-          รับประทานอาหารเช้า 

-          เปิดเตา เขย่าความคิด

-          เทคนิคการใช้น้ำส้มควันไม้และน้ำมันหอมระเหย 

     ลงพื้นที่ชมแปลงเกษตร 

-          ไขข้อข้องใจ ,รับใบประกาศนียบัตร,ปิดการอบรม  

  รับประทานอาหารเดินทางกลับภูมิลำเนา 

 

.........................................................................

1.ส่วนประกอบของไอ้รถถังได้แก่

1. ถัง  200 ลิตร          

 2. ข้องอซีเมนต์ใยหิน  90  องศา เส้นผ่าศูนย์กลาง  4  นิ้ว

3. ท่อต่อซีเมนต์ใยหิน  เส้นผ่าศูนย์กลาง  4  นิ้ว  1  เมตร

4. อิฐบล็อกจำนวน   5   ก้อน    

5. อิฐแดง

6. ถังขนาด 50 ลิตร

7. ดินเหนียวผสมขี้เถ้าแกลบใช้อัตราส่วน ขี้เถ้าแกลบต่อดินเหนียว 1:1 ดินเหนียวผสมขี้เถ้าแกลบนี้  ทำหน้าที่เป็นตัวประสานรอยต่อระหว่างการประกอบเตาและในช่วงของการเผา  เพื่ออุดรอยรั่วไม่ให้อากาศเข้าไปภายในเตา

8.เสาค้ำยันสำหรับประคองผนังฉนวนเตาด้านนอก โดยตอกเสาให้มีระยะห่าง  80x80  เซนติเมตร วัดจากเส้นผ่าศูนย์กลางของเตาค้ำยัน

9.  ผนังฉนวนเตาด้านนอกเป็นตัวประคองป้องกันไม่ให้ฉนวนเตาพังลงมา  วัสดุที่ใช้ควรเป็นวัสดุทนความร้อน  เช่น กระเบื้องหลังคาหรือแผ่นโลหะสังกะสี หรือโลหะอื่นๆ ทั้งนี้   ก่อนตั้งผนังฉนวนเตาต้องไม่ลืมปรับพื้นที่ที่จะติดตั้งให้ลาดเอียง   

 ...................................................................................

2.ขั้นตอนการประกอบไอ้รถถัง

1.  นำตัวเตาที่เจาะทั้งด้านหน้าและด้านท้ายของเตาเสร็จวางไว้ตรงกลางระหว่างเสาค้ำยัน    โดยให้รูกลมที่เจาะขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  5  นิ้ว  อยู่ด้านล่าง

2.  นำผนังฉนวนเตาด้านนอกมาวางแนบกับเสาค้ำยันให้ตั้งฉากด้านข้างทั้ง  2  ด้าน  โดยมีระยะห่างประมาณ                  10  เซนติเมตรวัดจากขอบเตาที่ยื่นออกมานอกสุดผนังด้านข้างตัวเตาพอประมาณเพื่อไม่ให้ตัวเตาขยับเขยื้อน

3.  ประกอบท่อข้องอซีเมนต์ใยหิน   90  องศา ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง4  นิ้ว  โดยให้ด้านที่ใหญ่ที่สุด  สวมเข้าไปในช่องที่เจาะไว้ในด้านท้ายของตัวเตา   ปิดผนังเตาด้านหลัง  โดยให้ผนังฉนวนเตาด้านหลังห่างจากข้องอประมาณ  10-15 เซนติเมตร 

4.   ประกอบท่อตรงซีเมนต์ใยหินขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  4  นิ้วยาว  100   เซนติเมตร  สวมเข้ากับข้องอฉาก  90 ที่ประกอบไว้ท้ายเตา

5.  ประสานรอยต่อระหว่างตัวเตาข้องอฉาก  90 องศา และปล่องควันให้สนิท เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยรั่วขณะเผาถ่านด้วยดินเหนียวผสมขี้เถ้าแกลบ

                   .............................................................

3. ขั้นตอนการบรรจุไม้เข้าเตา

1. นำไม้ที่ต้องการเผาถ่านมาจัดแยกกลุ่มตามขนาดความยาวเส้นผ่าศูนย์กลางของไม้ เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่   ขนาดเล็ก , ขนาดกลาง , ขนาดใหญ่ ทั้งนี้เพราะอุณหภูมิภายใต้เตาเผาถ่านจะไม่เท่ากัน

2. เรียงไม้ที่มีขนาดไว้ด้านล่างของเตา โดยวางทับไม้หมอนหนุน โดยใส่ปลายไม้ด้านเล็กเข้าไปข้างในเตา  ปลายไม้ด้านโตกว่าจะอยู่ด้านหน้าเตา

***การเรียงไม้มีความสำคัญมากเพื่อให้ไม้ทุกขนาดกลายเป็นถ่านพร้อม ๆ กันเนื่องจากอุณหภูมิในเตาขณะเผาถ่านไม่เท่ากัน โดยอุณหภูมิด้านล่างสุดของเตาจะต่ำ ส่วนอุณหภูมิด้านบนจะสูงกว่าอุณหภูมิด้านล่างสุดและท้ายเตา

*** ควรตากไม้ที่จะเผาไว้ประมาณ 2 อาทิตย์

  ......................................................

4. ขั้นตอนประกอบหน้าเตา

1.เมื่อบรรจุไม้เข้าไปในเตาจนเต็มแล้ว ปิดฝาหน้าเตาที่เจาะรูไว้ขนาด 20 x 20 เซนติเมตร โดยให้ด้านที่เจาะช่องไว้อยู่ด้านล่าง

2.นำดินเหนียวผสมขี้เถ้าแกลบที่เตรียมไว้ประสานตัวเตากับฝาหน้าเตาให้สนิท ป้องกันการเกิดรอยรั่ว เพราะถ้าอากาศเข้าไปในเตาจะทำให้ไม่ได้ถ่าน

3. นำฉนวนดินหรือทรายมากลบหลังเตา และรอบตัวเตาให้มิด

4. ประกอบช่องใส่ไฟหน้าเตาโดย

    - นำอิฐบล็อก วางตั้งตามแนวยาวบนพื้นหน้าเตาขนานสองข้าง ข้างละก้อน เว้นระยะให้พอดีกับขอบช่องที่เจาะเอาไว้บนฝาหน้าเตา

    - นำอิฐบล็อกอีก 2 ก้อนวางทับด้านบนของอิฐที่ตั้งไว้ โดยวางต่อกันในแนวราบ

5. นำดินเหนียวผสมขี้เถ้าแกลบที่เตรียมไว้มาประสานรอยต่อระหว่างฝาหน้าเตากับอิฐบล็อกและรอยต่อระหว่างอิฐบล็อกทั้ง 4 ก้อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยรั่ว

6.   นำถังขนาด 50 ลิตรมาประกอบด้านบน ตัวเตาที่ทำจากถังขนาด 200 ลิตรใส่น้ำหรือวัสดุที่ต้องการกลั่นน้ำมันหอมระเหย เช่น ตะไคร้หอม ไพล ลงไป 2 ใน 3 ของถัง (รายละเอียดในขั้นตอนที่ 5)

 

...............................................

    5.ขั้นตอนการเตรียมถังกลั่นน้ำมันหอมระเหย

 1.นำวัตถุดิบที่ต้องการกลั่นเป็นน้ำมันหอมระเหย เช่น ใบตะไคร้หอม ประมาณ 10 กก.หั่นเป็นฝอยผสมน้ำ 10 กก. คนให้ทั่ว ทิ้งไว้ 1 คืน

 2.นำถังขนาด 50 ลิตรตั้ง บริเวณช่องที่เจาะไว้ ใช้ดินเหนียวผสมแกลบ ประสานรอยรั่ว

 3.นำส่วนผสมทั้งหมด(ตะไคร้หอม+น้ำ)ที่แช่ไว้ใส่ลงในถังขนาด 50 ลิตร

 4.นำจานสำรับรอง(ทำจากไม้เนื้ออ่อน)น้ำมันหอมระเหยที่เกิดจากการกลั่นให้ตกลงบนจานแล้วจะไหลสู่ท่อที่ต่อไว้กับจานออกมาเป็นน้ำมันหอมระเหย

 5.นำกระทะใส่น้ำตั้งปิดด้านบนถังขนาด 50 ลิตร (คอยเปลี่ยนน้ำในกระทะให้เย็นอยู่เสมอ)

..........................................

 6. ขั้นตอนการเผาถ่าน

1. เริ่มจุดไฟหน้าเตาเบริเวณช่องจุดไฟ บริเวณอิฐก้อนแรกสุด

2.ใส่เชื้อเพลิงทีละน้อยในช่องจุดไฟ ช่วงของการให้ความร้อนในเตา เพื่อไล่ความชื้นในเนื้อไม้ ความชื้นภายในเตา  ช่วงนี้กินเวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง ขึ้นกับความชื้นของปัจจัยที่กล่าวมา

3. เมื่อไล่ความชื้นภายในเตา ( ประมาณ 2-4 ชั่วโมง ) แล้วอุณหภูมิขณะนี้จะสูงขึ้นจนทำให้เนื้อไม้ในเตารักษาระดับอุณหภูมิภายในเองได้ โดยไม่ต้องใส่เชื้อเพลิงหน้าเตาเข้าไปอีก สังเกตได้โดยควันที่ออกมาจากปล่องด้านหลังจะพุ่งแรงกว่าปกติและมีสีขาวขุ่น

4. หลังจากหยุดป้อนเชื้อเพลิงหน้าเตาทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง หรือสังเกตสีของควันที่ปากปล่อง ถ้าเป็นสีขาวอมเหลืองและมีกลิ่นฉุนแสบจมูก ให้หรี่ไฟหน้าเตาลงเหลือพื้นที่ช่องว่างหน้าเตาประมาณ 20-30 ตารางเซนติเมตร ช่วงนี้ให้เริ่มเก็บน้ำส้มควันไม้ โดยใช้ท่อไม้ไผ่ทะลุตลอดทั้งลำ ขนาดเส้นผ่าศูนย์ประมาณ 4 นิ้ว ยาวไม่น้อยกว่า 4 เมตร ปลายด้านที่โตกว่าสวมต่อกับปลายปล่องควันและให้เจาะรูสำหรับให้น้ำส้มควันไม้ไหลออกโดยรูมีขนาดประมาณ 2 ตารางเซนติเมตร ห่างจากปลายท่อด้านโตประมาณ 30 เซนติเมตร

5. เมื่อควันร้อนในกระบอกไผ่ได้รับความเย็นจากอากาศภายนอก ควันก็จะควบแน่นจับกันเป็นหยดน้ำไหลลงมาตามท่อ แล้วน้ำส้มควันไม้จะไหลหยดออกมาจากรูที่เจาะไว้ที่ท่อไม้ไผ่

6. เมื่อเก็บน้ำส้มควันไม้แล้ว สังเกตต่อจนกระทั่งควันที่ปากปล่องกลายเป็นสีฟ้า ให้เริ่มเปิดหน้าเตา เพื่อให้อากาศร้อนเข้าไปไล่สารตกค้างหรือแก็สที่ค้างอยู่ในเตา โดยเปิดหน้าเตาออกประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ของหน้าเตาทั้งหมด ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที

.......................................................................................................

7.น้ำส้มควันไม้ หรือ น้ำวู้ดเวเนการ์ (Wood vinegar)

       น้ำส้มควันไม้เป็นของเหลวสีน้ำตาลใสมีกลิ่นควันไฟ ได้มาจาการควบแน่นของควันที่เกิดจากการผลิตถ่านไม้ในช่วงที่ไม้กำลังกลายเป็นถ่าน ในช่วงที่อุณหภูมิในเตาอยู่ระหว่าง 300-400 องศาเซลเซียส สารประกอบต่างๆ ในไม้ฟืนจะถูกสลายตัวด้วยความร้อนเกิดเป็นสารประกอบใหม่มากมาย แต่ถ้าเก็บควันในช่วงที่อุณหภูมิต่ำกว่า 300 องศาเซลเซียส จะมีสารประกอบที่เป็นประโยชน์น้อยมากไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที เนื่องจากการเปลี่ยนจากไม้เป็นถ่านไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งเตา ดังนี้ ควันที่เกิดขึ้นจึงเป็นควันที่ผสมกันระหว่างควันอุณหภูมิต่ำและสูง ดังนั้นจะมีน้ำมันดิน (ทาร์: Tar) และสารระเหยง่าย (โวลาไทล์ : Volatile matter) ปนออกมาด้วย น้ำมันดินที่ละลายน้ำไม่ได้จะนำไปใช้ประโยชน์ในแปลงเกษตรไม่ได้เพระจะไปปิดปากใบของพืช และเกาะติดรากพืช ซึ่งจะทำให้พืชเติบโตช้า

 ........................................................................................................

ประโยชน์และการนำน้ำส้มควัน