A_day_workshop_002-megh

สวัสดีครับชาว Cloud Lovers ทุกท่าน ผมได้ไปเข้าฟัง Workshop มาด้วยแหละครับ ^^ โดยพี่ชิวหัวหน้าแก๊งค์จอมซนของเราไง...ไปก่อเรื่องให้ทาง a day เค้าเนื้อเต้น ถึงกับจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา เมื่อ วันที่ 16 มกราคม 2553 ที่ TCDC ชั้น 6 ดิ เอมโพเรี่ยม บางกอก เด้อ!!

ผมเองนั้นโชคดีที่พี่ชิวกรุณาบอกข่าวนี้ล่วงหน้า 2 เดือน ว่ามีบรรยายเรื่องเมฆ และท้องฟ้า a day workshop 002 - เมฆ in Thailand (16 มกราคม 2553) โดยนิตยสาร a day เป็นผู้สนับสนุน ได้ยินดังนั้นผมก็แสดงตัวออกนอกหน้าทันทีครับว่าจะไปด้วย (ได้ข่าวว่าพี่ชิวไม่ชวน 555) แต่ก็ต้องทำตามกติกา...คราวนี้ไม่มีเส้นสาย 555 โดยการส่งภาพเมฆและท้องฟ้าไปให้ a day ทางเมลล์ พร้อมบอกชื่อ เบอร์โทรฯ และเหตุผลว่าเหตุใดเจ้าจึงอยากมางานนี้จ๊ะ? ^^ แล้วทีมงานก็คัดเลือกเอาเพียง 40 คนที่มีภาพและเหตุผลโดนใจมาม่วนกันวันนั้นจ๊า ;) ผม ตู่ และพี่เอกโชคดีครับ...ได้มากับเค้าด้วย อิอิ

คืองี้ครับ... มี 2 เหตุผลหลักๆที่ผมอยากไปงานนี้คือ

1. a day จัดเว้ย! ผมอ่านนิตยสารมานาน ไม่เคยไปร่วมกิจกรรมอะไรกับเค้าเลย ครั้งนี้แหละโอกาสเหมาะ

2. เพราะพี่ชิวไงครับ ^^ ด้วยความรักและเคารพที่มีอยู่เดิม ผมต้องการไปฟังแกพูดอีกครั้ง หลังจากติดใจคราที่มาเล่าเรื่องท้องฟ้าแบบ มาเร็ว เคลมเร็ว ที่ขอนแก่น ด้วยเวลาที่จำกัด (ไม่ถึงชั่วโมง) ครั้งนี้ได้ฟังเต็มๆ 2 ชั่วโมง ฮ่าๆๆๆๆ อีกอย่างคือ ผมอยากพาตู่ ภรรยาผมไปนั่งฟังด้วยกันครับ เพราะผมคุยไว้เยอะครับว่าพี่ชิวนั้นเป็นเลิศด้านวิชาการความรู้ และเป็นเริ่ด ด้านการถ่ายทอดให้หัวหงอกหัวดำฟัง ไม่ว่าจะเรื่องอะไร พี่ชิวพูดน่าฟังหมด แกรู้แทบทุกเรื่องเลยกระมัง 555 เลยอยากให้มาเห็น มาได้ยินด้วยตัวเอง ^^

งานนี้พี่เอก จตุพร ของเรามาด้วยเด้อ เย้!! ผมได้ความกรุณาจากพี่ชายท่านนี้ครับในการเดินทางมากรุงเทพฯ พี่เอกถามไถ่ตลอดก่อนวันงานว่า มายังไง ถึงเมื่อไหร่ และเตรียมการต้อนรับอย่างดียิ่งเมื่อเจอกัน เลี้ยงอาหารเที่ยงอร่อยๆ และจูงมือไปถึง ดิเอมโพเรี่ยมโน่นเลย ดีกว่าเดินดุ่มๆกัน 2 คนเป็นไหนๆ ขอบพระคุณพี่เอกมากมายครับผม ^^

กิจกรรม a day workshop 2 เมฆ อิน ไทยแลนด์ เริ่ม 13.00 น. เราสามคนมาถึงที่ ดิ เอมโพเรี่ยม ก่อนเวลาเล็กน้อย เลยมีเวลาเดินเล่นกันที่ TCDC (Thailand Creative & Design Center) หรือ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ผมขออออกความเห็นตามประสาบ้านนอกเข้ากรุงครับว่า ที่นี่โคตรเจ๋ง มาที่นี่จะเห็นอะไรเป็นศิลปะไปหมด สวยงามมากครับ ผมชอบทางเข้าและห้องแห่งการเรียนรู้ด้านใน ที่เปิดให้เราเข้าไปเรียนรู้ได้ฟรีๆทุกวัน มีหนังสือดีดีเพี๊ยบ!!! เรา 3 คนเดินไปก็อู้ ว๊าวไป 555

นี่คือส่วนจัดแสดงที่มาของงานสร้างสรรค์ ไม่ต้องเข้าใจ แค่ทำตัวตามสบาย และปล่อยความรู้สึกไปกับงานศิลปะครับ ^^

พี่เอก กรี๊ดมาก กับโลโก้ของ TCDC ที่เป็นรูปใบตองห่อขนมใส่ไส้

นามบัตรของบุคคล และหน่วยงานด้านออกแบบต่างๆ มีให้หยิบไปติดต่อกันเอง ^^

คุณพร้อมกันแล้วหรือยัง เราเดินเข้าห้อง ไปหาพี่ชิวกันดีกว่าครับผ๊ม ^^

งาน a day workshop 2 / เมฆ อิน ไทยแลนด์ จัดที่ห้อง Auditoriam ครับ เราต้องเดินเอาตัวเข้าไปถูกับความเท่ห์ของห้องสมุดด้านในก่อน เดินผ่านไปไม่หยุดดูนี้ยอดคน 555 เพราะความสวยงามของการตกแต่ง เลี้ยวตามทางที่ไม่มีป้ายบอก อาศัยเจ้าหน้าที่ใจดีชี้ทางครับ คือขนาดเดินมาจอดหน้าห้องยังไม่รู้ตัวเลยว่ามาถึงแล้ว 555 คือประตูห้องมันเนียนไปกับผนังน่ะครับ ^^ แล้วก็ได้ยินเสียงหัวเราะของพี่ชิวดังลอดออกมาจากหลืบประตู เอาเป็นว่าห้องนี้ล่ะเว๊ย!!! เปิดเข้าไปล่ะน๊าาาาา....

สวัสดีคร๊าบบ พี่ชิว ^^ 

พี่ชิวดูร่าเริงเช่นเคยครับ กำลังง่วนกับ Presentation อยู่ ซึ่งจะฉายภาพที่ผู้เข้าร่วมส่งๆกันมานั่นแหละครับ ก็อู๊ ว๊าวกันไปถ้าภาพใครแจ่มๆปรากฎบนนั้น มองๆดูผู้มางานแล้วก็ อะเด๊ อะเดครับ ^^ คือจะเป็นวัยรุ่นที่มีความสนใจใฝ่รู้ หน้าจะแนวๆหน่อย (ผมหน่ะหน้าบ้านๆ อิอิ) และรู้สึกว่าเค้ารักท้องฟ้ากันทั้งนั้น แน่วแน่ที่จะมาว่างั้นเถอะ...ดีใจแทนพี่ชิวด้วยครับ :)

จากนี้ไปผมจะเล่าไปตามเรื่อง บรรยายใต้ภาพให้รับทราบเท่าๆกับที่ผมได้รับความรู้มาในวันนั้นนะจ๊ะ ;)

เริ่มจากทดสอบความรู้กันนิดหน่อย ว่าแต่ละคนที่มานั้นรู้จักท้องฟ้า และมวลเมฆ มากน้อยกันแค่ไหน ถามกัน 10 ข้อให้งงกันเล่นๆ บางคำถามพี่ชิวเล่นเอาชื่อเมฆยากๆ ชื่อเทพแห่งท้องฟ้ามาถามกันเลย 555 ในใจคิดว่าหวานหมู กูรู้มาบ้างเว้ย 555 ซึ่งผมว่าดีนะครับ คำถามยากๆนี้มันไกด์ไปได้ว่า สิ่งที่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับท้องฟ้าน่ะ มันมากมายจริงๆ ได้มาเรียนรู้พร้อมๆกันอีกก็ยิ่งสนุก และทบทวนให้แน่นยิ่งขึ้น ^^

เรื่องที่พี่ชิวเอามาพูดในวันนั้นก็อย่างเช่น ชื่อเมฆชนิดต่างๆ ชั้น และระดับของมัน ประวัติของคุณ Luk  Howard เจ้าพ่อแห่งมวลเมฆ ผู้ศึกษาเรื่องท้องฟ้าคนแรกๆของโลก เป็นคนบัญญัติชื่อเมฆเป็นภาษาละตินครับ มีพูดเรื่องรุ้ง และสีสันสวยๆของท้องฟ้าด้วย ^^

ทุกเรื่องที่เล่า พี่ชิวแกเอาคนฟังอยู่ครับ ผมชื่นชมมากๆ และอีกอย่าง พี่ชิวแกเป็นคนตลกนะผมว่า 555 ไม่ว่าจะพูดเรื่องไหนเป็นมีกัดมีแซวไปทั่ว 555 ซึ่งขีดอารมณ์ขันตรงกันด้วยมั้งครับ จึงทำให้งานนี้สนุกสนานเฮฮากันหลายๆ ^^

นั่งฟังกันเพลิน...^^

ขอยกตอนที่ชอบที่สุดของผมมาเล่าให้อ่าน คือ เรื่องฟ้าผ่าครับ ^^ คือเรื่องเมฆ ฟ้าจะสวยไม่สวยยังไงนี้เป็นความรื่นรมณ์ที่หวานสำหรับผู้เข้าร่วมฟัง...มันใกล้ตัวและชวนออกไปข้างนอกเพื่อชมมันนัก แต่ปรากฏการณ์ฟ้าพิโรธ เช่นฟ้าผ่า ฟ้าร้องนั้นมันใกล้ตัว...ทว่าชวนให้ระมัดระวัง และรู้เท่าทันมัน จะได้ปลอดภัยและเล่าต่อกันด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะเท่าที่พี่ชิวเล่ามานั้นผมก็เห็นด้วยอยู่ตรงที่เราถูกผู้ใหญ่ใส่ผ้าไหมบอกอะไรผิดๆมาเยอะมาก พอฟังข้อเท็จจริงในแบบมีหลักฐานสนับสนุนที่น่าเชื่อถือในวันนี้ก็ตาสว่างหลายกรณีเลยครับ ^^

อย่างกรณีนี้ คลายข้อข้องใจได้ว่า ทำไมเราจึงไม่ควรหลบอยู่ใต้ต้นไม้เมื่อมีฝนฟ้าคะนอง เพราะเมื่อฟ้าฝ่าต้นไม้แล้ว มันมีพลังงานมากมาย พอที่จะแฉลบออกข้างมาใส่เราไงครับ ^^

อันนี้ผมชอบมาก...บ้าน กับต้นไม้สูงข้างๆนั้น ใครจะโดนผ่าก่อนกัน ได้ข้อสรุปสั้นๆว่า ฟ้าผ่าลงมาตรงกลางระหว่างบ้านกับต้นไม้ปุ๊บ ใครยื่นมือ(กระแสดึงดูดขั่วตรงข้ามบวก, ลบ) ขึ้นไปรับก่อนก็เป็นโดน!! ในภาพนี้ กระแสไฟฟ้าที่ปล่อยลงมาเป็นลบครับ พอต้นไม้มันมีกระแสไฟฟ้าบวกซึ่งมากกว่าบ้าน แถมอยู่ระดับสูงกว่า เลยถูกผ่ากันไป ^^

ภาพอันบนนี้เจ๋งมากครับ...เป็นความรู้ใหม่เลยว่า ฟ้ามันผ่าเราได้เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด เช่นก้อนเมฆตรงกลางนั้นน่ะเป็นการผ่าที่เป็นไปได้แบบทั่วไป คือเมฆนั้นส่วนบนจะมีกระแสไฟฟ้าเป็นบวก ฐานเมฆจะมีกระแสไฟฟ้าเป็นแบบลบเสมอ และฐานเมฆมันจะส่งคลื่นพลังงานปรับเปลี่ยนพื้นดินข้างใต้มันนั้นให้กลายเป็นขั่วบวก พอดูดกันก็จะผ่าเปรี้ยงๆเลย ฮ่าๆๆๆ

และยังมีฟ้าผ่ากันเองเหมือนก้อนด้านขวาด้วยครับ อันนี้ก้อนกลางมันเห็นก้อนเล็กข้างๆมาใกล้ ระดับของขั่วบวกนั้นใกล้พอเอื้อมถึงใช่ม๊า อย่างนี้ก็เสร็จเลย...ผ่าเปรี้ยงๆๆๆๆ ปรากฎการ์นี้เราเรียกว่าฟ้าแล๊ป ฟ้าร้องครับ ^^ ต้องเคยเห็นกันบ่อยๆแน่เลย

อันสุดท้ายฝั่งซ้ายนี้สุดๆครับ เป็นการผ่ามาจากบนโน้นเลย คืองี้ครับ ฐานเมฆมันจะปรับให้ดินเป็นขั่วบวกแค่บริเวณที่มันอยู่ ส่วนที่ไกลออกไปนั้น พื้นดินยังเป็นขั่วลบเหมือนเดิม พี่ชิวบอกว่า เมฆฝนนั้น ก่อนที่มันจะสลายตัวนะ มันจะแสดงอิทธิฤทธิ์สุดท้ายออกมาเสมอ เช่นกรณีนี้ มันผ่าเปรี๊ยงจากด้านบนลงมาเลย ข้อเตือนใจที่ดีมากๆในกรณีนี้คือ ระยะปลอดภัยที่จะไม่โดนฟ้าผ่าแบบที่ 3 นี้ ต้องอยู่ห่างจากเจ้าเมฆฝนก้อนนั้น ไม่ต่ำกว่า 40 กิโลเมตร!!!!! แม่เจ้า!!!! พี่ชิวยกตัวอย่างได้เข้าใจง่ายมากๆ เช่น โปรกอล์ฟกลุ่มนนึงกำลังออกรอบอยู่ พอมีเมฆฝนอยู่ไกลๆ ก็บอกว่า หวดกันต่อสักหน่อยดีกว่า อีกตั้งไกล พอมันเคลื่อนมาใกล้ๆค่อยเลิกเล่นกัน ซึ่งระยะประมาทนั้น มีสิทธิ์โดนผ่าได้นะคร๊าบบบบบ ^^

.....................................................................

ขอติดไว้ก่อนนะครับพี่พี่ ผมขอนอนก่อน พรุ่งนี้เข้างานเช้า เดี๋ยวผมมาพิมพ์เพิ่มเติมต่อเด้อ!!! ^^

มีเรื่องหนุกๆอีกเยอะครับ

ขอบพระคุณที่เข้ามาเยี่ยมนะครับทุกท่าน :P

**************************************************

และผมก็มาต่อแล้วจ๊า เมื่อเวลา 11.55 น. ^^

อีกหนึ่งความน่าสนใจคือ กรณีตัวอย่างจากข่าวฟ้าผ่าตามหน้าหนังสือพิมพ์ต่างๆ ที่พอเข้าใจผิด แล้วมันมาอยู่หน้าหนึ่งแล้วเนี่ยก็ง่ายในการบอกต่อกันในสังคม ส่วนนึงได้ออกทีวี แล้วหนักๆเข้าก็จะกลายเป็นความเชื่อในที่สุด

พี่ชิวจึงนำเรื่องนี้ขึ้นมาพูดให้คนในห้องได้ตาสว่าง ที่เค้าบอกๆกันมานั้นว่า เวลาฟ้าร้อง อย่าใช้โทรศัพท์มือถือเอย, หรือการอย่าใส่เครื่องประดับจำพวกทองออกนอกบ้าน น่ะจริงๆแล้วควรระวังตัวอย่างไรจึงถูกต้อง ผมได้ความรู้ในวันนั้นเยอะ และแน่นมากๆ จะเล่าให้อ่านเป็นเรื่องๆ อธิบายเป็นข้อๆไปนะครับ ^^

1. เมื่อเกิดฝนฟ้าคะนอง แล้วเราหลบอยู่ใต้ต้นไม้ มีโอกาสถูกฟ้าผ่าได้

          เพราะฟ้ามันผ่าต้นไม้เสร็จใช่ม๊า กระแสไฟฟ้าจะแล่นลงสู่ดิน และแผ่ขยายเป็นวงกว้างตามพื้น พอมันวิ่งมาถึงเราก็เสร็จเลย อิอิ อีกอย่างก็ side flash ไงครับ...มันแฉลบออกข้าง มาจี้เอวเราเหมือนภาพด้านบน

วิธีที่ดีที่สุดถ้าเราไม่มีที่หลบภัยในที่โลงคือ

          นั่งจิกเท้า พับเข่ายองๆบนพื้น ก้มหัวลงหว่างเข่า มือปิดหู หรือพูดง่ายๆคือ ให้ผิวเราสัมผัสพื้นดินน้อยที่สุด และเท้าต้องชิดกันด้วยนะ ไม่งั้นจะเป็นแบบพี่ชิวพูดติดตลกไว้ว่า ไฟฟ้าวิ่งเข้าเท้าขวา วิ่งขึ้นหัวใจ แวะที่สมองแป๊บนึง แล้วก็วิ่งลงมาออกเท้าซ้าย และลงพื้นไป 555 (นักเรียนในห้องฮาตรึม)

2. โลหะที่เราสวมใส่นั้นเป็นเพียงสื่อนำไฟฟ้า ไม่ใช่ตัวล่อฟ้าผ่า

          ก็ในเมื่อต้นไม้ไม่ได้ใส่สร้อยทอง ยังโดนผ่าเลยใช่มั้ยครับ ^^ เช่นเดียวกัน เราเองถ้าไปยืนเปลือยล้อฟ้ากลางทุ่งนาก็โดนผ่าได้เช่นกัน :) เช่นข่าวที่ว่าฟ้าผ่าวัวตายทั้งคอก เพราะวัวแขวนกระดิ่งทองเหลืองนั้น พี่ชิวชวนคิดต่อว่า ลองนึกภาพดูนะครับ สายฟ้า 10-20 สายพุ่งเข้าใส่คอวัวแต่ละตัวนั้นคงจะน่าดูพิลึก ^^ เหตุที่วัวตายนั้นเพราะกระแสไฟที่ไหล วิ่งตามพื้นนั่นเอง หรือถ้าตัวไหนอยู่ใกล้รั้วลวดหนามหน่อย ไฟฟ้ามันผ่าที่รั้ว แล้วก็กระโดดเข้าตัววัวได้นั่นเอง

          หรืออาจจะผ่าเป็นสิบแฉกก็เป็นได้นะครับ ถ้ามีหลักฐานมาให้ดูล่ะแจ๋วเลย เพราะวิทยาศาสตร์รอการบันทึกใหม่อยู่แล้ว ;)

ข่าวด้านบนนี้ตลกร้ายดีครับ เค้าพาดหัวว่า 2 สาวไทยเสียชีวิตโดยการถูกฟ้าผ่า ภายหลังมาตรวจร่างกายพบว่าเธอใส่ชั้นในแบบมีขดลวดดันทรง แล้วตรงนั้นเองที่เกิดแผลไหม้เป็นรอยโค้ง ตำรวจฝรั่งก็บอกว่านี่ไง สาเหตุที่ฟ้าผ่า!!! 555 แต่ตอนนั้นคงหัวเราะกันไม่ออกแน่ๆครับ และคาดว่าคงจะเชื่อกันสนิทใจ เลยเถิดไปถึงขั้นบริษัทผู้ผลิตยกทรงรายหนึ่งได้ออกชุดชั้นในรุ่นใหม่ที่ เสริมโครงลวดแล้วยังเคลือบชั้นพลาสติกทับอีก 1 ชั้น เพื่อป้องกันฟ้าผ่า!!! ตรงนี้เองที่พี่ชิวบอกว่ามันเป็นเรื่องการเข้าใจผิดซ้อนผิดอีกทีนึง เพราะมันไม่ถูกตั้งแต่แรกแล้วที่ยกทรงจะเป็นสายล่อฟ้า ;)

ตรงนี้ไง ชี้ให้ดู อิอิ ^^

ผมล่ะชอบจับภาพแอ็คชั่นพี่ชิวจริงๆ 555 แล้วชอบได้ท่าประมาณนี้ด้วยนะ ฮ่าๆ

พี่เอกครับ ^^ นั่งสนทนากันหลังเลิก Class

เล็กเชอร์ของพี่เอกครับ ^_^

เก้าอี้สีสวยๆทั้งนั้น ^^

ส่งท้ายกันด้วยความรู้สึกว่า สนุกสนานและได้ความรู้มาเต็มๆครับ ^^ บางส่วนที่น่าเก็บไว้เป็นตัวอย่างที่ดีคือการนำเสนอความคิด หรือรูปแบบการเล่าเรื่องในสไตล์ของพี่ชิวครับ ผมชอบสุดๆ ช่างลื่นไหลและเพลิดเพลินเสียจริง น่าคิดที่ว่าเรานั้นมีความรู้เต็มหัวแต่ถ่ายทอดออกไปไม่เก่ง อย่างนี้ก็น่าเสียดายออกครับ ดร.ชิว คนนี้ ท่านเจ๋งจริงๆ ^^ ชื่นชมนะครับพี่ :)

 

และเรายังหวังว่าจะได้สมาชิกชมรมคนรักมวลเมฆเพิ่มขึ้นจากงานนี้ด้วยนะครับ 555 เห็นแววแล้วหลายท่านเลยล่ะ ยินดีต้อนรับนะครับ มาร่วมเรียนรู้แบบรื่นรมณ์กันเยอะๆเด้อ!!

ผมและตู่นั่งรถทัวร์จากอุดรฯมาถึงกรุงเทพฯตอนตี 5 ของวันที่ 16 ครับ พอWorkshopเสร็จก็นั่งรถทัวร์เจ้าเดิมกลับบ้านตอน 4 ทุ่มของวันเดียวกัน ^^ ถึงบ้านตี 5 อย่างปลอดภัย เย้!!!

งานนี้มีเรื่องราวน่าสนใจเยอะแยะครับ ต้องรอภาพ + เรื่องเล่าเพิ่มเติมจากพี่เอก และพี่ชิวซะแล้ว ติดตามอ่านกันได้นะครับ ^^

ขอบพระคุณทุกท่าน สำหรับการติดตามเรื่องราวดีดีนี้ครับผม :P

ขอให้มีความสุขกับสิ่งที่รักทุกๆวันเด้อ!!

(ภาพนี้ขโมยพี่ชิวมาครับ...น่ารักมั้ยล๊า)