วันนี้ ผมพร้อมครอบครัวมีโอกาสได้ไปกราบศพพระพุทธพจน์วราภรณ์ (หลวงปู่จันทร์ กุสโล) พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย พระพุทธพจนวราภรณ์ (หลวงปู่จันทร์ กุสโล) อดีตเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ณ พระวิหารหลวง วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ วันนี้ถือว่าเป็นวันสุดท้าย มีศรัทธา ประชาชนมากมาย พร้อมกันนี้ก็มีโรงทานไว้เลี้ยงศรัทธา ประชาชนที่มาร่วมงานด้วย

 

        ประวัติพระพุทธพจนวราภรณ์ (หลวงปู่จันทร์ กุสโล)

        นามเดิม จันทร์ แสงทอง กำเนิด ๒๖ พ.ย. ๒๔๖๐ สถานที่เกิด อ.ป่าซาง จ.ลำพูน อุปสมบท อุปสมบท ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๖ ก.ค. ๒๔๘๐ โดยมี พระพุทธิโสภณ (แหวว) เป็นพระอุปัชฌาย์ สมณศักดิ์ พระธรรมดิลก

 

         หลวงปู่เข้าสู่เพศบรรพชิตโดยบรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 15 ปี ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อ. เมือง จ.เชียงใหม่ ท่านสอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค ในปีพ.ศ. 2483 ท่านให้ความสนใจต่อการพัฒนาชนบท และการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง โดยได้อุทิศตนเพื่องานดังกล่าวอย่างไม่ย่อท้อ กระทั่งสามารถสร้างผลงานด้านการพัฒนาชนบท และการศึกษาจนเป็นที่ ยอมรับโดยทั่วไป อาทิเช่น - ร่วมกับมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย จัดตั้งมหาวิทยาลัยสงฆ์ ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ตั้งชื่อว่า สภาการศึกษา มหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา - จัดตั้งมูลนิธิเมตตาศึกษา และโรงเรียนเมตตาศึกษา ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เพื่อช่วยเหลือให้เด็กยากจนได้มี โอกาสศึกษาเล่าเรียนแบบให้เปล่าทั้งด้านทุนการศึกษา ผู้อุปการะ ที่พักอาศัย อุปกรณ์การเรียน เป็นต้น - จัดตั้งมูลนิธิศึกษาพัฒนาชนบท เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนในชนบทที่ด้อยการศึกษาได้รับการพัฒนาถึงระดับ ที่สามารถช่วยเหลือตนเอง และชุมชนได้ ทั้งด้านอาชีพทางการเกษตร และงานฝีมือท้องถิ่น โดยมีแนวคิดในการ พัฒนาที่ว่า “เศรษฐกิจ จิตใจ ต้องแก้ไขพร้อมกัน” ผลงานจำนวนมากที่หลวงปู่ท่านได้สร้างไว้ล้วนเป็นผลงานที่มีคุณประโยชน์ต่อสังคม และประเทศชาติอย่างมาก กระทั่งท่านได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติจากหน่วยงาน และองค์กรต่าง ๆ มากมาย เช่น

         สำหรับพิธีในวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๓

        ๐๗.๐๐ น.  ทำบุญตักบาตรถวายพระสงฆ์ ๙๑ รูป

        ๑๐.๐๐ น.  พระสงฆ์ ๑๐ รูป สวดถวายพรพระ รับพระราชทานฉัน (ในพระบรมราชานุเคราะห์) ประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล = องคมนตรี (นายแพทย์เกษม  วัฒนชัย)

       ๑๑.๐๐ น.  ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์สามเณร ประมาณ ๑,๕๐๐ รูป

      ๑๓.๐๐ น.  พระสงฆ์ ๑๐ รูป รับผ้าบังสุกุล (ในพระบรมราชานุเคราะห์)

      ๑๔.๐๐ น.  พระสงฆ์ ๙๑ รูป ขึ้นพิจารณาผ้าไตรบังสุกุลบนเมรุ (ในพระบรมราชานุเคราะห์)

      ๑๗.๐๐ น.  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงศพ

     ๑๙.๐๐ น. ทำพิธีถวายพระเพลิง (เผาจริง) ตามโบราณล้านนาประเพณี อบรมจิตภาวนา

 

      สำหรับการออกแบบเมรุจิตกาธาน เป็นปราสาทวิมานบนหลังนกหัสดีลิงค์เพื่อถวายบูชาอุปัชฌาคุณ

       นกหัสดีลิงค์ เป็นนกในวรรณคดี  อาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ ซึ่งมีด้วยกัน ๔ จำพวก ได้แก่ ชีวปุตตา  มีหงส์ เป็นหัวหน้า  ชีวปุตตาปิยาจโน มีนกยูง เป็นหัวหน้า ปิยาปุตตาปิยานันทา  มีนกการเวก เป็นหัวหน้า และนันทกา  มีนกหัสดีลิงค์เป็น

นันทิกา หัสดีลิงค์นกยิ่งใหญ่              ประธานไซร้ในกลุ่มชอุ่มศรี

มีนกอื่นร่วมมากงามตามคดี            ย่อมร้องชี้ชวนพระเวสส์วิเศษใด

 

       แสดงว่านกหัสดีลิงค์มีกำลังอำนาจ มีความสามารถ จึงได้เป้นหัวหน้าของกลุ่มนันทิกา ปกครองนกชนิดต่างๆ ในกลุ่มของตนเองได้

         ...นกหัสดีลิงค์ หรือ นกหัสดินทร์ คำศัพท์ภาษาบาลีว่า หตฺถิลิงฺคสนุโณ หมายถึง นกเพศเหมือนช้าง แต่ชาวล้านนาเรียกสั้น ๆ ว่า นกหัต  เป็นสัตว์หิมพานต์ชนิดหนึ่ง ว่ามีขนาดใหญ่มาก มีกำลังมหาศาล เทียบเท่าช้างสาร ๔ ตัว ลำตัวเป็นนก มีปีก มีหาง อย่างนก แต่หัวเหมือนช้าง มีงวง มีงา...

เอกสารอ้างอิง จดหมายเหตุพญานกหัสดีลิงค์