ช่วยเหลือครอบครัวผู้ป่วยระยะสุดท้าย
จากบันทึกที่เเล้วที่ได้เล่าถึงการทำ Conference case ผู้ป่วยระยะสุดท้าย วันต่อมาฉันได้ทราบว่าน้องใหม่(นามสมมุติ) ได้ย้ายจาก CCU ขึ้นมาที่ ward 3ง ที่ฉันทำงานอยู่ ฉันจึงมีโอกาสได้โทรศัพท์เพื่อพูดคุยกับคุณพ่อใหม่ "สวัสดีค่ะพ่อน้องใหม่ พยาบาลกุ้งนะคะจำได้อยู่เน๊าะตอนนี้ได้ดูแลน้องใหม่อยู่ที่ 3ง คุณพ่อจะมาเยี่ยมน้องใหม่วันไหนคะ" "พรุ่งนี้ครับ ไปทั้งครอบครัวเเม่เค้าก็จะไป น้องสาวก็จะไปครับ" พ่อใหม่ตอบคำถามของฉันด้วยน้ำเสียงที่หนักเเน่น เพื่อยืนยันว่าพรุ่งนี้จะมาเเน่นอน " ดีมากค่ะ พ่อน้องใหม่คืออย่างนี้นะคะตอนนี้น้องใหม่ย้ายขึ้นมาอยู่ที่ ward 3ง แล้ว อาการตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิม น้องยังไม่รู้สึกตัวและใส่ท่อช่วยหายใจ
จากที่ฟังคุณหมอสุวรรณีพูดก็คิดว่าน้องคงมีเวลาเหลืออีกไม่นาน อยากให้ใครซักคน คุณพ่อหรือคุณแม่ก็ได้นะคะมาเฝ้าน้อง มารอส่งน้อง อย่างน้อยเขาก็จะได้ไม่จากไปอย่างโดดเดี่ยว "“ผมไปเยี่ยมทุกอาทิตย์ได้ครับ แต่ว่าถ้าให้ไปเฝ้าเราไปไม่ได้จริงๆ แม่เค้าก็ต้องเปิดร้านขายของไม่มีคนดูแลร้าน ผมต้องเลือกคนที่อยู่ข้างหลังก่อน ถ้างั้นก็พังหมดครับ " เป็นอย่างั้นเหรอคะคุณพ่อ ถ้างั้นก็คงไม่เป็นไรถ้าเป็นอย่างที่คุณพ่อพูดก็พอจะเข้าใจค่ะ" ฉันรับฟังสิ่งที่พ่อใหม่พูด "ครอบครัวนับถือศาสนาพุทธอยู่ใช่มั๊ยคะ อยากจะพาทุกคนทำบุญและนิมนต์พระมาสวดมนต์เพื่อเป็นกุศลให้น้องใหม่ คุณพ่อจะว่ายังไงคะ” “ผมยินดีมากๆเลยครับ เพราะช่วงนี้ที่บ้านก็ไปทำทุกวัน” เมื่อทราบว่าครอบครัวไม่มีปัญหา ฉันจึงนัดหมายเวลากับคุณพ่อในทันที พรุ่งนี้บ่าย 2 เจอกันที่ตึกนะคะ
วันต่อมา ฉันมาถึงที่นัดหมายและได้พบกับครอบครัวน้องใหม่ ซึ่งประกอบด้วยคุณแม่ น้องสาว และคุณพ่อ ฉันทักทายคุณแม่พร้อมกับบอกว่า“พึ่งได้เจอครั้งแรกเพราะส่วนใหญ่จะเจอคุณพ่อ” ฉันบอกให้คุณแม่ไปกระซิบที่ข้างหูน้องเพื่อบอกกล่าวถึงสิ่งที่เรากำลังจะทำนั่นคือการไปถวายสังฆทาน แม่ใหม่ทำตามในสิ่งที่ฉันบอกทันที “แม่จะไปทำบุญให้ใหม่นะ ใหม่จะได้สบายใจ เดี๋ยวแม่มานะ” ว่าพลางแม่ก็เอามือลูบที่หัวน้องเหมือนจะส่งผ่านความรัก ความห่วงใยไปถึงลูก
เมื่อไปถึงหอผู้ป่วยสงฆ์อาพาธฉันพาครอบครัวใหม่เดินตรงดิ่งไปที่ห้องพิเศษ 1 อันเป็นห้องพักของพระอาจารย์ พร้อมกับแจ้งความประสงค์ของการมาในวันนี้ ทันทีที่บอกกล่าวว่าเราเป็นใคร ท่านจึงเอ่ยขึ้นว่า “อันความเกิด แก่ เจ็บตาย เกิดขึ้นกับทุกผู้ทุกคน พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย คือเหตุแห่งทุกข์ เมื่อท่านตรัสรู้รู้แจ้งเห็นจริงในสิ่งนี้ และสมารถระลึกชาติได้ ท่านก็ทราบว่าเกิดมาแล้วไม่รู้กี่ชาติ เป็นอะไรบ้าง ทุกข์อย่างไร เมื่อรู้ดังนี้จึงมิอยากเกิดอีกต่อไป เมื่อหันมามองเราสิ่งที่เกิดขึ้นเราได้เจอกับตัวเราครอบครัวเรา ลูกของเรา เราก็ทุกข์ พระอาจารย์หยุดพูดสักพัก เมื่อหันไปมองแม่ใหม่ ซึ่งนั่งฟังพระอาจารย์อย่างตั้งใจ จึงได้เห็นน้ำตาของคนเป็นแม่ที่ไม่สามารถกลั้นไว้ได้ ฉันเอามือไปแตะที่เข่าแม่เบาๆ เพื่อเป็นการให้กำลังใจ
“ดิฉันอยากเรียนปรึกษาพระอาจารย์ เรื่องการบริจาคร่างกายน้องเพื่อเป็นครูใหญ่ เมื่อน้องจากไป พระอาจารย์คิดว่าอย่างไรคะ “ เป็นประโยคแรกที่แม่ใหม่ถามขึ้น และก็ได้คำตอบว่า”ดีมากคุณแม่คงเป็นบุญของน้องที่ดลจิตดลใจให้พ่อแม่คิดอยากบริจาคร่างกายเขา “ตอนแรกดิฉันก็ลังเลพอเอ่ยขึ้นคุณพ่อก็เห็นด้วยเมื่อทุกคนเห็นตรงกันและที่สำคัญเป็นความประสงค์ของน้องใหม่ตั้งแต่ที่เขาเริ่มป่วยเจ้าค่ะ” แม่ใหม่เอ่ยขึ้นอีกครั้ง คราวนี้อยากปรึกษาว่าเราจะจัดงานทำบุญอย่างไรดีเจ้าคะ ไม่ต้องตั้งสวดอภิธรรมนะโยม ให้ทำพิธีเหมือนเราทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เขา "คนอิสานเรียกว่าแจกข้าวใช่มั๊ยคะพระอาจารย์"ฉันกล่าวเสริม ใช่แล้ว พระอาจารย์กล่าว
พอกล่าวจบท่านก็บอกให้ฉันไปหยิบหนังสือสวดมนต์ แล้วท่านก็บอกว่า “ให้พ่อ แม่ช่วยกันสวดมนต์ แผ่บุญแผ่กุศลให้จิตดวงนี้ได้ไปสู่ภพภูมิที่ดี ถ้าจะให้ดีให้ไปนิพพาน ไม่ต้องกลับมาเกิดอีก อยู่ที่บ้านหรืออยู่ที่ไหนก็สวดได้
จากนั้นฉันจึงขอถวายเครื่องสังฆทาน โดยให้พ่อใหม่เป็นคนถวาย "บุญที่ทำในวันนี้เป็นสังฆทาน น้องเขาก็ได้เกาะบุญนี้ไปด้วย อาตมาจะสวดมนต์ให้น้องแผ่อุทิศให้กับเจ้ากรรมนายเวร และจะได้ให้พร" พูดจบท่านก็สวดมนต์ และให้พรกับเราทั้งหมด
เสร็จภารกิจวันนี้ฉันเองบอกกับตัวเองว่าอิ่มใจและอิ่มบุญอย่างน้อยก็ทำให้ฉันได้รับฟังและเข้าใจครอบครัวนี้มากขึ้น ท่านอาจารย์หมอสกล เคยพูดไว้ว่าการทำ Palliative care เราควรจะทำตัวเป็นฟองน้ำที่แห้งส่วนอาจารย์หมอเต็มเคยบอกว่าให้ทำตัวเป็นผ้าอนามัย เพื่อเราจะได้ซึมซับเรื่องราวของเขา ของครอบครัว เพื่อที่จะเข้าใจในความเป็นเขามากขึ้น ไม่ควรทำตัวเป็นฟองน้ำที่เปียก เพราะนั่นจะเต็มไปด้วยเรื่องราวของเราแล้วเราก็จะเอาเราไปตัดสินเขา สำหรับบทเรียนรู้ที่ได้จากการ approach เเละให้การช่วยหลือครอบครัวฉันคิดว่า
1. เหตุผลที่เขาไม่สามารถมาเฝ้าลูกได้คิดว่าคงมีอย่างที่เขาบอกไว้ “ผมไปเยี่ยมทุกอาทิตย์ได้ครับ แต่ว่าถ้าให้ไปเฝ้าเราไปไม่ได้จริงๆ แม่เค้าก็ต้องเปิดร้านขายของไม่มีคนดูแลร้าน ผมต้องเลือกคนที่อยู่ข้างหลังก่อน ถ้างั้นก็พังหมดครับ” และทีมควรรับฟังและเข้าใจเขา หากเราไปตำหนิ หรือกำหนดว่าเขาควรจะมาเฝ้าลูก ไม่มาไม่ได้ นั่นคือเราใช้ตัวเราเองตัดสินเขาแล้ว
2. ตอนนี้ครอบครัว happy กับจุดยืนที่เขาคิดว่าเขาตัดสินใจแล้ว เราควรยอมรับการตัดสินใจของครอบครัว
3. การพบพระวันนี้ช่วยให้ครอบครัวรู้สึกดีมากๆ เหมือนมีคนช่วยเขายืนยันว่าสิ่งที่เขาทำดีที่สุดสำหรับลูกและคนในครอบครัวแล้ว(การมอบร่างกายเป็นวิทยาทาน) คุณพ่อนัดเจอพระอาจารย์ในสัปดาห์ต่อไป

งบสังฆทานวันนี้ได้รับบริจาคจากพี่ครูคิม พี่สาวผู้ใจบุญของพวกเราชาวโกทูโน ขออนุโมทนาสาธุ
พี่กุ้งจ๋า....จองไว้ค่ะ
เดี๋ยวมาอ่าน ค่ะ
ง่วงแล้ว.....
ฝันดีนะคะ
สวัสดีค่ะ คุณกุ้ง เรื่องที่โรงพยาบาล ก็มีมากมายเหมือนเรื่องที่โรงเรียนน่ะค่ะ แต่ก็วุ่นไปคนละแบบ ล้วนแต่เป็นหน้าที่ของพวกเรา..คนของประชาชน ..ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดค่ะ
สวัสดีคะ กำลังสนใจเรื่องนี้อยู่คะ รออ่านบันทึกต่อไปอยู่นะคะ
สวัสดีค่ะคุณกุ้ง
มาร่วมรับความรู้สึกดีๆทั้งผู้ให้และผู้รับบริการ
สุขเป็นเศร้าอีกแล้ว
ขอให้คุณกุ้งมีความสุขมากๆนะคะ
สวัสดีครับ น้องกุ้งนาง
งามดีจริงกับสิ่งที่ทำครับ
พอลล่าจ๋าอย่าลืมมาอ่านเอาบุญด้วยกันเด้อ
สวัสดีค่ะครูบันเทิง ทำไมเข้าบันทึกครูไม่ได้คะ ว่าจะเข้าไป Happy birthday น้องไอซ์ งั้นเอาวันนี้เลยเเล้วกันนะคะ
ฝากสุขสันต์วันเกิดลูกชายที่เเสนน่ารักด้วยนะคะ งานที่ทำตอนนี้ก็ดีค่ะทำเเล้วก็มีความสุขกุศล
สวัสดีค่ะ ขอบคุณนะคะที่ให้ความสนใจ palliative care เรื่องนี้กำลังเข้มข้นสำหรับวงการสุขภาพค่ะ
ลุงวอญ่า
สบายดีนะคะ งาม ดี จริง ค่ะงาน Palliative care
แวะมาให้กำลังใจจ้ะ ..keep going ..all the best ka..
ขอบคุณพี่เกดค่ะคิดถึงนะคะ ไม่ได้เจอหลายวัน ขอบคุณกำลังใจที่ให้กุ้งตลอดมาเเละตลอดไปด้วยนะคะ