AAR Appreciative Coaching (2)


ตอบข้อซักถามผู้สนใจAI

มีอีกแนวครับ เวลาตั้งคำถาม สามารถใช้ควบคู่กับตอนที่แล้วครับ 8 Pทำให้เรารู้ที่สุดของที่สุดของการตลาด หรือกลยุทธ์ ทำให้รู้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เหมาะสำหรับการ "ดึงคว่มคิดใหม่ๆเข้ามาปรับปรุงกิจการ" หรือ แม้กระทั้งการพัฒฯผลิตภัณฑ์หรือบริการของธุรกิจเรา

แต่วันนี้ผมแนะนำการถามโดยใช้ Royalty Pyramidครับ เริ่มจากทำความเข้าใจนิดหนึ่งครับว่า ในโลกนี้มีคนรู้จักธุรกิจหรือองค์กรของเรากับคนไม่รู้จักเรา หน้าที่ของเราคือทำให้คนไม่รู้จัก มารู้จักเรา

ขั้นตอไปคือ ต้องให้เขารู้จัก หรือสนใจ ถึงขั้นทดลองใช้บริการของเรา จากนั้นก็ซื้อครั้งแรก เมื่อซื้อครั้งแรกแล้วก็ซื้อครั้งทีuสอง จากนั้นซื้อประจำ สุดท้ายทำให้เขาชวนคนอื่นมาซื้อของเรา ซึ่งประการหลังนี่ถือว่าเป้นสุดยอด

เริ่มกันเลยนะผมจะลองสัมภษษณ์ตัวเองให้คุณดู เป็นเรื่องของผมที่ PULSE ครับเป็น Fitness ถ้าถามแบบ Royalty Pyramid จะได้ดังนี้คือ

1. วินาทีที่คุณรู้จักร้าน PULSE จนถึงขั้นอยากไปลองดูคือตอนไหน

"ตอนที่เห็นป้าย เขาตรงหน้าร้าน Fairy ครับ เพราะรู้สึกดีใจมากที่อีสานเรามีอะไรอย่างนี้สักที" พร้อมๆกับได้รับคำเชิญจากรุ่นน้อง ว่าเขาสามารถเชิญ Guest ไปทดลองฟรี ผมกับแฟนเลยไปกัน

2. ทดลอง หรือคุยกับร้านยังไงถึงตัดสินใจซื้อครั้งแรก

"ก็เข้าไป เขาก็ผมกับแฟนทำแบบประเมินก่อน บอกเป้าหมายเขาว่าจะทำไปเพื่ออะไร คลายเครียดหรือเล่ากล้ามอะไรทำนองนี้ ผมเลือกเพื่อผ่อนคลายความเครียดครับ"

3. แล้วเกิดอะไรขึ้นถึงตัดสินใจเลือกเป็นสมาชิกครั้งที่สอง

"ก็มี Class หลากหลาย ครับมีโยคะที่ผมชอบด้วย ที่สำคัญมีสนามกอร์ฟน้อยให้เล่นด้วย ลูกชอบไปเล่น Persoanl Coach ก็เก่งนิสัยดีครับ ตลดด้วย"

4. แต่ผมไม่ได้เป็นสมาชิกในครั้งต่อมา เพราะนิสัยการออกกำลังกายผมไม่ดีครับ แต่ผมก็หันไปเล่นชี่กงแทน ส่วนแฟนเมื่อคู่หูแถวบ้านไม่เล่นต่อ เธอก็ไม่ไป แต่เร็วไนี้เห็นชวนกันอีก

5. เคยบอกต่อไหม ถ้าเคยคิดว่าจุดไหนของที่นี่ดีชนิดให้คุณบอกต่อ

"ผมก็ชอบที่นี่ครับ ถึงแม้ไม่ได้ไปแต่ก็เอามาเล่าให้นักศึกษาฟังเสนอครับ จุดที่ชอบถือ "ความไม่จำเจครับ มีการปรับปรุง นำเอา Class ใหม่ๆเข้ามาเรื่อย เจ้าของก็ชอบมาดูแลเองด้วย เข้าท่าดีครับ"

 

ผู้สนใจทั่วไปติดตามติดตาม blogs ของกลุ่มนักปฏิบัติ AI ได้ที่

Journal of AI Practitioners

 

 

คำสำคัญ (Tags): #aar#appreciative inquiry
หมายเลขบันทึก: 328680เขียนเมื่อ 17 มกราคม 2010 10:18 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 เมษายน 2012 02:51 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (6)

สวัสดีค่ะ อาจารย์ หนู รัตนา ผักบุ้งมารายตัวแล้วนะค๊ะ

ตอนนี้หนูศึกษาเรื่อง female marketing ในเรื่องของเครื่องสำอางค์กับผู้หญิงอยู่ค่ะ หนู

ก็มีกรณีศึกาเกี่ยวกับเรื่องการบอกต่อ ของผู้หญิง และการเป็น Royalty ในสินค้า Brand

นั้น คือหนูได้ไปที่บู๊ทเครื่องสำอางค์ยี่ห้อ BSC หนูก็เข้าไปดูสินค้า และกำลังหัดเขียน

อายไลเนอร์ที่ตา จึงสอบถามพนักงาน เค้าก็แนะนำว่าให้ลองใช้อาลไลเนอร์ชนิดน้ำดู

เพราะมีคุณสมบัติคือ ลบออกง่ายกว่ายี่ห้ออื่น เหมาะสำหรับมือใหม่หัดเขียน หนูก็ลอง

ไปใช้ปรากฎว่าใช้ดีเขียนง่าย ลบออกง่าย ไม่ทิ้งคราบ และหนูก็ลองใช้อายไลเนอร์แต่ง

หน้าให้เพื่อนปรากฎว่า ได้รับเสียงตอบรับดีเกินคาด เพื่อนก็เลยให้หนูพาไปซื้อ และ

ทุกๆวันนี้ คนที่หนูรู้จักก็ใช้อายไลเนอร์ ของยี่ห้อ BSC เกือบทุกคน ทำให้รู้ว่าเครื่องสำ

อางค์เป็นสินค้าที่ขายยาก ถ้ามีคนที่เรารู้จักมาบอกต่อ และเราก็เห็นว่าสินค้าตัวนั้นดี

จริงๆ ผู้หญิงก็ยอมเสียเงินซื้อตามทันที เพราะมีความมั่นใจว่าใช้แล้วดี คุ้มค่า อาจารย์มี

ความเห็นว่าอย่างไรค๊ะ

เยี่ยมเลยครับ

1. วินาทีที่คุณรู้จักร้าน PULSE จนถึงขั้นอยากไปลองดูคือตอนไหน

"ตอนที่เห็นป้าย เขาตรงหน้าร้าน Fairy ครับ เพราะรู้สึกดีใจมากที่อีสานเรามีอะไรอย่างนี้สักที" พร้อมๆกับได้รับคำเชิญจากรุ่นน้อง ว่าเขาสามารถเชิญ Guest ไปทดลองฟรี ผมกับแฟนเลยไปกัน

เนี่ยล่ะครับ ป้ายสำคัญอย่างไร

ขอบบคุณ อ ครับ

แวะมาเรียนรู้และเก็บเกี่ยวข้อมูลดีๆครับ

นึกถึงตอนเรียนกับอาจารย์เลยครับ

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ ^^

เพิ่งถึงบ้านเลยแวะมารายงานตัวค่ะอาจารย์

ขอบคุณสำหรับวันนี้นะคะ

สวรรยาค่ะ

ขอบคุณค่ะ อาจารย์จะลองไปประยุกต์ดูค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี