รู้จักสาธารณรัฐเฮติ : Republic of Haiti
สาธารณรัฐเฮติ : Republic of Haiti เป็น ๑ ใน ๑๗ ของประเทศในกลุ่มทะเลแคริบเบียน ทวีปอเมริกา หากดูในแผนที่โลกก็จะเห็นว่าอยู่ข้างประเทศเมกซิโก คิวบา และโดมินิกัน มีประชากรประมาณ ๙.๑ ล้านคน ความหนาแน่นและการกระจายตัวของประชากรประมาณ ๒๑๐ คนต่อตารางกิโลเมตร ธงชาติสีแดงน้ำเงิน
ชาวเฮติส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ คนพื้นเมืองบางส่วนนับถือหมอผีและพิธีกรรมวูดู ความขัดแย้งและการต่อสู้ทางการเมืองมีความรุนแรง หน่วยงานและองค์กรความช่วยเหลือจากต่างประเทศในรูปองค์กรอาสาสมัคร มีบทบาทอย่างสูงต่อการพัฒนาบริการที่จำเป็นต่อชีวิตการอยู่รอดในขั้นพื้นฐานกับบริการสาธารณประโยชน์แก่พลเมืองที่ขาดแคลนและไร้โอกาสการพัฒนา ซึ่งมีอยู่มากมายทั่วประเทศ
สาธารณรัฐเฮติ ถ่ายภาพ : วิรัตน์ คำศรีจันทร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
อ้างอิงภาพ : http://gotoknow.org/file/wiratkmsr/HaitiLocation.JPG
รายได้โดยเฉลี่ยต่อหัวประชากรของสาธารณรัฐเฮติประมาณ ๑,๐๕๐ ดอลลาร์สหรัฐ เมืองหลวงคือ กรุงปอร์โตแปรงซ์ (Port-au-Prince) ประธานาธิบดีเป็นประมุขสูงสุดในการปกครองแบบสาธารณรัฐ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำสูงสุดในรัฐบาลและฝ่ายบริหาร ภาษาราชการคือภาษาเฮติ-ครีโอ และฝรั่งเศส
ไม่ต้องประสบภัยพิบัติธรรมชาติ เฮติก็ยากแค้นที่สุดในโลกอยู่แล้ว
ตารางเปรียบเทียบ : สภาวการณ์สังคมและพลเมืองประชากรของสาธารณรัฐเฮติ
เปรียบเทียบกับไทยและกลุ่มประเทศระดับการพัฒนาต่างๆทั่วโลก
..................................................................................................................................................................
จำนวนประชากร รายได้ต่อหัวประชากร อายุคาดประมาณ ภาวะขาด ร้อยละประชากร
(ล้านคน) (ดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อแรกเกิด อาหาร ๑๕-๔๙ ปี
ติดเอชไอวีเอดส์
สาธารณรัฐเฮติ ๙.๑ ๑,๐๕๐ ๕๘ ๔๖ ๒.๒
ประเทศไทย ๖๖.๑ ๗,๘๘๐ ๗๒ ๒๒ ๑.๔
ทั่วโลก ๖,๗๐๕ ๙,๖๐๐ ๖๘ ๑๔ ๐.๘
ประเทศพัฒนาแล้ว ๑,๒๒๗ ๓๑,๒๐๐ ๗๗ <๒.๕ ๐.๕
ประเทศกำลังพัฒนา ๕,๔๗๙ ๔,๗๖๐ ๖๗ ๑๗ ๑.๐
ประเทศด้อยพัฒนา ๗๙๗ ๑,๐๖๐ ๕๕ ๓๕ ๓.๐
....................................................................................................................................................................
วิรัตน์ คำศรีจันทร์.มกราคม ๒๕๕๓ ที่มาของข้อมูล : Population Reference Bureau. www.prb.org
แผ่นพับประชากรโลก ๒๐๐๘ : ข้อมูลประชากรและการคาดประมาณประชากรของประเทศและภูมิภาคทั่วโลก
พิมพ์เผยแพร่โดย วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : สิงหาคม ๒๐๐๘
เฮติ : เคราะห์กรรมราวแผ่นดินถูกสาป
สาธารณรัฐเฮติ เป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำทางสังคมมาก ถึงแม้จะมีรายได้ต่อหัวประชากรดีกว่าอีกหลายประเทศของกลุ่มประเทศในแถบทะเลแคริบเบียน ๑๗ ประเทศด้วยกัน แต่ก็กระจุกตัวอยู่ในบางกิจการของคนชั้นสูงบางกลุ่ม จากข้อมูลจะเห็นว่าเฮติมีรายได้ต่อหัวประชากรอยู่ในกลุ่มต่ำสุดของโลก พลเมืองก็อยู่ในกลุ่มอายุสั้นที่สุดซึ่งเป็นตัวบอกปัญหาจากปัจจัยเชิงระบบหลายอย่าง หากพิจารณาจากอายุคาดประมาณเมื่อแรกเกิดแล้วพลเมืองเฮติมีอายุคาดประมาณเมื่อแรกเกิดในปัจจุบันเท่ากับประเทศไทยเมื่อกว่า ๕๐ ปีที่แล้ว และถ้าหากพิจารณามิติการศึกษากับการพัฒนาทางสังคมก็มีสภาพเท่ากับประมาณ ๗๐ ปีที่แล้วของไทย นอกจากนี้ก็มีคนอดอยากสูงที่สุดและพลเมืองติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์มากที่สุด ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้ พร้อมจะเป็นปัจจัยที่ส่งแรงบวกกันให้วิกฤติปัญหาต่างๆเกิดภาวะแทรกซ้อนและทวีความรุนแรงมากกว่าปรากฏในเงื่อนไขแวดล้อมของประเทศอื่นๆ
ดังนั้น ความเป็นจริงของพลเมืองเฮติส่วนใหญ่จึงกลายเป็นประเทศที่ยากจนและอดอยากมากแห่งหนึ่งของโลก ต้องเผชิญกับความเสี่ยงในแทบทุกด้าน ประชากรเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและการศึกษาที่ดีได้ไม่ถึงครึ่ง ประชากรกลุ่มอายุ ๑๕-๔๙ ปี มีอัตราติดเชื้อเอชไอวี / เอดส์ สูงถึงร้อยละ ๒.๒ พลเมืองเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศอยู่ในภาวะอดอยากและขาดอาหารอย่างรุนแรง อาชญากรรมและความรุนแรงเกิดขึ้นเป็นปรกติทั่วทุกแห่ง หลายพื้นที่ประกาศเป็นเขตภาวะฉุกเฉินตลอดเวลา แม้แต่ทูตและผู้แทนความสัมพันธ์ระดับประเทศก็ต้องถูกจำกัดเขตไม่ให้เข้าไปในหลายพื้นที่ บางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ประกาศเตือนแก่พลเมืองของตนว่าเฮติเป็นประเทศที่ไม่ปลอดภัยให้พิจารณาในการไปเยือนทุกประเภท
อุบัติภัยซ้ำเติม
เย็นวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๒ แผ่นดินไหวที่เฮติอย่างรุนแรงถึง ๗ ริคเตอร์ ตามด้วยอาฟเตอร์ช็อคกว่า ๒๕ ครั้ง แผ่นดินโยนตัวดังคลื่นทะเล พลเมืองเสียชีวิตเบื้องต้นหลายหมื่นคน ทำเนียบประธานาธิบดีพังทลาย ที่อยู่อาศัย บริการสาธารณะและระบบสาธารณูปโภคทั่วเมืองหลวงเสียหายเกือบทั้งหมด ขาดอาหาร ยา และสาธารณูปโภค ไม่มีคนพอแม้แต่จะขนย้ายศพ รายงาน ณ วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๓ คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตนับแสนคน รุนแรงมากกว่าความเสียหายจากสงคราม
โลกอยู่กันด้วยน้ำใจและความเอื้ออาทรกัน
ทั่วโลกร่วมทุกข์กับสาธารณรัฐเฮติ ร่วมกอบกู้สถานการณ์ ส่งความช่วยเหลือทุกชนิด และสนองตอบอย่างเร่งด่วน รวดเร็ว และเป็นไปอย่างกว้างขวาง ให้บทเรียนและเป็นอนุสติได้อย่างหนึ่งว่า เมื่อเกิดวิกฤติการณ์สูงสุด ความร่วมมือก็มักเกิดจากการระดมพลังกันของสังคมทั่วโลก ไม่ได้เป็นเอกเทศเหมือนแข่งขันและเอาเปรียบกันในภาวะปรกติ
..........................................................................................................................................................................
ที่มาของข้อมูล : Population Reference Bureau, www.prb.org : แผ่นพับประชากรโลก ๒๐๐๘ : ข้อมูลประชากรและการคาดประมาณประชากรของประเทศและภูมิภาคทั่วโลก. พิมพ์เผยแพร่โดย วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : สิงหาคม ๒๐๐๘
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณมากค่ะที่นำข้อมูลมาเผยแพร่
มาติดตามความคืบหน้าค่ะท่านอาจารย์ ดูข่าววันแรกแล้ว น่าสงสารจังค่ะ เห็นแล้วอยากเป็นพยาบาลค่ะ
โอกาสในการเข้าถึงและช่วยเหลือได้มากกว่า อย่างไรก็ตามที่ออฟฟิศก็มีระดมเงินส่งกาชาดค่ะ
คาดว่าหลังจากนี้คงมีหลายองค์กรต่างเททรัพยากร กำลังลงไปชวยเหลือค่ะ ขอบพระคุณ
สวัสดีครับคุณครูอ้อยแซ่เฮครับ : เห็นรูปหนึ่ง เป็นรูปหญิงสาวผิวดำถูกอาคารและดินถล่มทับจมลงไปค่อนตัว เหลือโผล่มาเพียงด้านบนถึงอก เนื้อตัวถลอกปอกเปิก มีวันรุ่น ๒-๓ คนกำลังช่วย แต่บนตัวของคนที่กำลังยื่นมือลงไปให้สุภาพสตรีนั้นจับเพื่อพยุงตัวขึ้นนั้น ไหล่และแขนของเขาก็บาดเจ็บแผลเหวะหวะ เลือดท่วมตัว ตาของผู้หญิงมองอย่างหวาดกลัวแต่ไม่มีน้ำตาไหลเลย เหมือนกับมันเกิดฉับพลันจนนึกไม่ออกว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง เห็นแล้วก็รู้สึกอย่างคุณครูอ้อยเลย เลยก็ดึงข้อมูลออกมาดูและเป็นที่มาของการเขียนบันทึกนี้เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อนร่วมโลกของเราในสถานการณ์นี้น่ะครับ
มีปัจจัยแห่งทุกข์สุขมากมายเลยนะครับที่ความก้าวหน้า รวมไปจนถึงการพัฒนาวิทยาการและเทคโนโลยีของมนุษย์ ช่วยแก้ปัญหาและให้คำตอบต่อวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ สิ่งที่เป็นหลักประกันได้สูงสุดทุกครั้งกลับเป็นน้ำใจและเพื่อนมนุษย์ด้วยกันนั่นเอง
สวัสดีครับคุณ poo ครับ : ดูจากรายงานข่าวและข้อมูลจากโลกภายนอกตามแหล่งต่างๆว่าน่าสงสารและน่าเห็นใจมากแล้วทั้งในสถานการณ์หลังแผ่นดินไหวหรือก่อนหน้านั้น หากถามคนที่เขาเคยไปก็ยิ่งเห็นความยากลำบากมากกว่าที่เรารับรู้เสียอีก เคยมีนักศึกษาลูกศิษย์ผมเป็นแพทย์ญี่ปุ่น บอกว่า จบแล้วจะลาออกจากที่ทำงานเดิมในประเทศของเขาแล้วออกไปใช้ชีวิตเป็นอาสาสมัครที่อาฟริกาและเขาเลือกที่จะวางแผนชีวิตในอนาคตว่าจะไปเป็นแพทย์อาสาที่เฮติ คงคิดเหมือนคุณ poo นะครับ
น่ากลัวขึ้นเรื่อยๆธรรมชาติกำลังให้บทเรียนต่อมนุษย์เราว่ากรุณาใช้ฉันอย่างปรานี ถนอมฉัน รักษาสมดุลย์ให้ฉันด้วย ไม่งั้นฉันก็จะควบคุมตัวเองไม่ได้ ..เหตุเพราะพวกเธอทำร้ายกันเอง เห็นแก่ตัว จนมีผลกระทบถึงฉันและเป็นโทษต่อพวกเธอในที่สุด
สวัสดีครับคุณkumfun : ชอบวิธีคิดแนวนี้ครับ อยู่กับธรรมชาติ ไม่กลัวแต่ก็ต้องไม่ตั้งอยู่ในความไม่ประมาทอย่างที่ครูอ้อยแซ่เฮว่าเลยนะครับ มีความสุขครับ
ภาษาและอารมณ์ภาพในรูปที่ครูอ้อยเล็กนำมาฝากกันดูนี้ให้ความรู้สึกผ่อนคลายดีมากเลยนะครับ คน นก กระรอก กระแต กวาง กระต่าย หรือเป็นเรื่องคนกับธรรมชาติอยู่ด้วยกันอย่างพอดี-สมดุล พอดีเลย
สวัสดีครับคุณช้างน้อยมอมแมม : ขอสนับสนุนความคิดนี้ด้วยคนครับ ให้รักและแข่งขันกันสร้างน้ำใจ-ความเอื้ออาทร ยามปรกติก็ทำให้เป็นกำลังสร้างสุขภาวะของสังคมช่วยกันได้ ยามวิกฤติก็เป็นแรงหนุนให้เกิดการระดมพลังเยียวยาและแก้ปัญหาได้อย่างดี
สวัสดีครับอาจารย์
แวะวียนมาเยี่ยมอาจารย์และอ่านบันทึก
เข้าใจเรื่องราวของชาวเฮติมากขึ้นครับ
ขอบพระคุณครับ...
สวัสดีครับหนานเกียรติ : เห็นบทบาทขององค์กรอาสาสมัคร กลุ่มประชาสังคม รวมทั้งกลุ่มคนที่รวมตัวกันในลักษณะต่างๆด้วยความสำนึกออกจากตนเองท่ามกลางความสูญเสียมากมายของเฮติแล้ว ก็มานึกถึงหนานเกียรติและหลายคนที่รวมตัวกันสร้างวัฒนธรรมการดูแลเรื่องต่างๆของสังคม รวมทั้งทำสิ่งสร้างสรรค์ด้วยกัน ว่าได้กำลังสร้างวัฒนธรรมการดูแลและแบ่งปันทุกข์สุขกับเพื่อนมนุษย์ไว้ให้เป็นทุนทางสังคม ที่มีความสำคัญมากนะครับ
สวัสดีครับคุณ tamtam1 ครับ ได้ถือโอกาสใคร่ครวญให้เห็นแก่นสารของชีวิตเลยนะครับ
สวัสดี ครับอาจารย์
ทุกครั้งที่มีข่าวของเฮติ หากผมผ่านหน้า tv ก็จะหยุดดู ภาพเช่นนี้ แค่หลับตานึก ก็สงสารผู้ได้รับผลกระทบแล้ว ละครับ
ความโหดร้ายของธรรมชาติ และความดิบของจิตใจคนในเวลาวิกฤติ
เข้าใจถึงความเป็นจริงยิ่งขึ้น
หากผมเป็นคนที่รอดชีวิต จิตสำนึกของผมคงหล่นไปอยู่ที่ไหนสักแห่ง บางทีอาจกู่ไม่กลับเลยก็ได้ครับ อาจารย์
ผมอาจเป็นคนขาดสติ... ที่ต้องการหาคำตอบให้กับความหิวโหย แบบนี้ เช่นกัน แม้อาจจะไม่รุนแรงเท่า
สงสารและเห็นใจ ครับ
สวัสดีครับคุณแสงแห่งความดี : ผมก็เลยได้วิธีมองด้วยจิตใจที่เปิดกว้างมากขึ้นไปด้วยดีจังเลยครับคุณแสงแห่งความดี เหมาะที่จะเป็นวิถีทรรศนะของนักวิจัยแนวมานุษยวิทยา กับ Grounded Research มากเลยครับ
เห็นข่าวแล้วเห็นคนไทยออกมาช่วยเยอะอย่างนี้ก็ดีใจค่ะ เพราะนานๆ ที จะเห็นภาพแบบนี้ เพราะว่าคนไทยบริจาคเงินง่าย แต่ก็ไม่ค่อยบริจาคให้กัยเรื่องช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเท่าไร (อันนี้ต้องเปิดใจให้กว้างและฟังก่อนนะคะ) พอดีทำงานช่วยเหลือเด็กไร้สัญชาติและสร้างโรงเรียนให้เด็กกลุ่มนี้อยู่ค่ะ และรวบรวมเงินสร้างห้องสมุดให้เด็กตามแนวชายแดน ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีคนนำเงินมาบริจาคหรอก คงต้องเก็บเงินของตัวเองแล้วก็นำไปสร้าง แต่ก็ดีใจนะที่เห็นคนไทยมีน้ำใจกับพ่อน้องร่วมโลก
อยากไปเป็นอาสาสมัครที่นั่นเหมือนกัน แต่คิดว่า ตอนนี้คงยังไม่ใช่เราหรอก ตัวเล็กแค่นี้ ขนาด UN ยังเกือบแย่
ดูแลตัวเองด้วยค่ะอาจารย์ อากาศมันเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
ไผ่
สวัสดีครับคุณไผ่
มีเพื่อน น้อง และเพื่อนของน้องๆ หลายคนเลยที่ทำงานกับเด็กๆและชุมชนตามแนวชายแดน รวมทั้งค่าย(อพยพและค่ายกักกัน)สำหรับรอการโยกย้ายไปประเทศที่สาม พอเห็นคุณไผ่กล่าวถึงตนเองแล้วเลยทำให้นึกถึงหลายคน
ข้อสังเกตของคุณไผ่น่าสนใจดีครับ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ การทำบุญและบริจาคทำทาน ของคนไทยส่วนใหญ่นั้น เหมือนกับว่าทำกับความเป็นส่วนรวม แต่ตัวจุดหมายนั้นเพื่อผลทางจิตใจและความเป็นตัวกูของกูด้านที่ติดดีของตนเอง ในขณะที่การบริจาคช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และการปฏิบัติความมีจิตสาธารณะ รวมทั้งการเอาใจใส่ทำเรื่องส่วนรวมนั้น เป็นความมีตัวตนที่ลดความเป็นตัวกูลงแต่ไปเพิ่มความเป็นตัวตนที่ใหญ่ขึ้นร่วมกับคนอื่น มีการพัฒนาสำนึกความเป็นกลุ่มก้อน หรือพัฒนาตัวตนด้านความเป็นเรา เพิ่มพูนไปพร้อมกับความเป็นตัวกูของกูที่ลดลง ซึ่งจะทำให้คนเราสามารถปฏิบัติสิ่งดีต่อผู้อื่นเสมือนทำให้กับตนเองไปด้วย ต้องอย่างนี้หรือเปล่านะครับ ผมจะเก็บประเด็นนี้ไว้เป็นหัวข้อหนึ่งในการเรียนรู้ผ่านการทำงานชุมชนไปด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ดูความโกลาหล วุ่นวาย ที่เกิดขึ้นกับชาวเฮติแล้ว หากได้ทราบพื้นฐานของสังคมเฮติอย่างที่ผมได้นำมาแบ่งปันนี้ก็จะเข้าใจว่าภาวะเคราะห์ซ้ำกรรมซัดอย่างนี้จะต้องเกิดขึ้นครับ ลักษณะอย่างนี้ก็เหมือนกับสถานการณ์สังคมของหลายประเทศที่เกิดขึ้นหลังภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ เช่น ในฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ซึ่งเกิดการรวมกลุ่มโจรกรรม และพากันฉวยโอกาสปล้นสดมภ์ ข่มขื่น และก่ออาชญากรรมสารพัด รวมทั้งบานปลายเป็นการถือโอกาสเข่นฆ่ากลุ่มคนที่ต่างกันทางศาสนา วัฒนธรรม และเชื้อชาติ หรือในเกาหลี ก็เกิดการประท้วงและบุกทำลายปล้นชิงสินค้าจากร้านค้าและห้างสรรพสินค้า
ในขณะที่ประเทศไทยซึ่งเป็นศูนย์กลางของการเกิดวิกฤติ ก็กลับเกิดสภาพอย่างนั้นน้อยมาก อีกทั้งฟื้นตัวเองและเริ่มตั้งหลักได้ดีพอสมควร กรณีอย่างนี้ทำให้ต้องให้ความสำคัญกับความมีทุนทางสังคมและการมีทุนความดีงามสำหรับการอยู่ร่วมกันอยู่ในตัวของพลเมืองในสังคม ซึ่งงานในแนวชุมชนศึกษา ประชาคม และประชาสังคมศึกษา ก็จะมองว่า สังคมที่จะมีสิ่งนี้ไว้พัฒนาตนเองในสถานการณ์ต่างๆนั้น ต้องมีการศึกษาเรียนรู้ที่ส่งเสริมการพัฒนามนุษย์ พลเมืองและปัจเจกชน ต้องมีส่วนร่วมในการสร้างความเป็นส่วนร่วมอย่างเป็นวิถีวัฒนธรรมของสังคม
เมื่อมองในแง่นี้แล้วก็จะเห็นว่า เฮติ ขาดมากครับ แม้ผู้ปกครองของเฮติ รัฐบาล กองกำลัง จะเข้มแข็งมาก แต่จะเห็นว่าความเข้มแข็งชนิดนี้ใช้คุกคามและทำลายฝ่ายตรงข้ามได้ แต่ทำเรื่องส่วนรวมแทนผู้คนและดูแลสุขภาวะสังคมไม่ได้ในทุกเงื่อนไข ขนศพผู้คนที่่ล้มตาย กระจายความช่วยเหลือ รวมทั้งประสานความช่วยเหลือจากทั่วโลก ให้ถึงประชาชนอย่างดี ก็แทบจะยังทำไม่ได้เลยนะครับ
ขอบคุณค่ะสำหรับข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับเฮติ จากภาพที่เห็นในข่าว ในYoutube เป็นภาพที่ทรมานหัวใจคนดูที่อยู่ห่างไกลเกินจะยื่นมือไปได้ในทันควัน
แต่ก็ดีใจที่สังคมไทยบ้านเรามีน้ำใจหลั่งไหลให้เห็นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเหตุเกิดในบ้าน(เหตุพิปูนที่จ. นครศรีธรรมราช, พายุเกย์ที่จ.ชุมพร, น้ำท่วมหนักที่หาดใหญ่ ล่าสุดTsunami ที่จ.แถบอันดามัน) หรือนอกบ้าน..และคนไทยมีความละเอียดละออในการช่วยเหลือเช่น แบ่งข้าวสารเป็นแพ็คเล็กๆ โดยจัดเตรียมทำให้เพราะถ้ารอให้เจ้าหน้าที่ด้านโน้นทำก็ต้องใช้เวลาและอื่นๆ อีกมากมาย.....สังคมคงอยู่ได้ด้วยความช่วยเหลือเกี้อกูลกัน
สวัสดีครับคุณครู noktalay ครับ : มองผ่านตัวอย่างกิจกรรมอย่างคุณครูnoktalayว่านั้น การส่งเสริมให้คนมีวิธีจัดการตนเองอย่างนี้ หรือมีวิธีปลดปล่อยพลังการเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันอย่างนี้ของคนในสังคม ก็มีส่วนที่องค์ประกอบด้านสังคมและทักษะการปฏิบัติต่อส่วนรวมของประชาชน จะเป็นหลักประกันสุขภาวะของส่วนรวม ที่สำคัญมากเหมือนกันนะครับ เมื่อสัก ๑๐ ปีก่อน ผมเคยฟังนายทหารที่มีแนวคิดใหม่ๆพูดเรื่องในลักษณะนี้ว่า เป็นแนวทางใหม่ของการทำเรื่องความมั่นคงทางสังคม อีกด้วย ดูเหมือนจะเป็น พล.ท.บัญชร ชวาลศิลป์ นายทหารที่เป็นนักวิชาการและนักเขียนด้วย
ขอบคุณที่มาเยือนและแลกเปลี่ยนกันครับ