ชีวิตของฉันเหมือนการเดินทาง  การเดินทางบนเส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบดอกไม้หอมหวล สดชื่น สวยงามเสมอไป  ทุกเวลานาทีที่ผ่านพบมีคุณค่ามากมายมหาศาล  เมื่อพอใจก็สุข  เมื่อไม่พอใจก็ทุกข์ถึงขั้นเดือดเนื้อร้อนใจ  อยากไขว่คว้า อยากได้  อยากดีมีกิเลศหนาห่อตัวห่อใจ 

           กาลเวลาล่วงเลยไป  แม้ว่าการเดินทางก็ยังไม่ถึงจุดหมาย  แต่การเรียนรู้ได้เตือนสติให้ฉันต้องหยุดบ้าง เดินบ้าง เพื่อทำความรู้จักและความเข้าใจตัวเองบ้าง  หันมองกลับไปในทางที่เดินจากมาและทบทวนกับปัจจุบันและถามตัวเองว่า "ยังต้องการอะไรอีกไหม" ฉันมีคำตอบให้ตัวเอง แต่มันไม่ใช่คำตอบของใคร ๆ ทั้งโลก "เพราะฉันคือฉัน ฉันไม่ใช่ใครอื่น"

          ฉันไม่เคยคิดว่าสิ่งที่ฉันกระทำในบางอย่างจะเป็นความดีสะดุดตาหรือเป็นความงามสะดุดใจของใคร ๆ เพียงแต่คิดและเข้าใจว่า "อยากทำในเรื่องที่ตนเองและคนอื่นไม่เดือดร้อน ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับสังคม และเป็นเรื่องที่คนปกติเขาทำกัน" จึงทำให้ฉันมีโอกาสอย่างเช่นวันนี้ 

          เมื่อสองเดือนที่ผ่านมาฉันได้ไปสร้างพระพุทธชินราช  องค์พระประธาน  วันนี้ตอนบ่ายนัดรับองค์พระที่โรงหล่อซุ้มเรือนแก้ว  แรกที่ไปพบองค์พระที่สวยงามคลุมด้วยผ้าแพรโปร่งบาง  มีชื่อของฉันผู้สั่งจองติดอยู่ที่องค์พระ  ฉันรู้สึกคล้ายกับว่าฉันได้หายใจเย็น ๆ สบาย ๆ  เบาเนื้อเบาตัว  

         การสร้างพระประธานตามความเชื่อว่าเป็นอานิสงส์  ฉันไม่ได้บอกบุญเป็นอย่างจริงจัง  นอกจากการสนทนาพาไป  เพื่อนสนิทมิตรสหายทราบก็ได้แสดงเจตนาร่วมบุญด้วยจำนวนหนึ่ง  ขออานิสงส์แห่งบุญเป็นจงบังเกิดแก่ชาวบล็อกทุกท่านด้วยเทอญ..สาธุ

ฉันและน้องนัทได้นั่งลงกราบไหว้องค์พระ

เมื่อเรานั่งกราบไหว้และนิ่งมองจนพอใจแล้ว

พนักงานได้นำผ้ามาคลุม ๒ รอบ

นำเทปกาวมาติดทับอีก  เพื่อป้องกันการกระแทก

ยืมรถกระบะของครูนินไปรับองค์พระ

           พรุ่งนี้จะออกเดินทางนำองค์พระประธาน ไปถวายที่วัดป่าเขาน้อย (วัดหลวงปู่จันทา) ที่อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร  และถวายภัตตาหาร  เนื่องจากพระที่วัดป่าเขาน้อยฉันอาหารเพียง ๑ มื้อคือมื้อเช้าเท่านั้น