การประชุม"การสังเคราะห์รูปแบบ กระบวนการ และเทคนิควิธีการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ของ ๔ ประเทศและแนวทางสำหรับประเทศไทยในการประยุกต์ใช้" โดยคณะผู้วิจัยนำเสนอรูปแบบ เทคนิควิธีและกระบวนการจัดกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ตามลำดับทีละประเทศ   ขอเล่าต่อจากบันทึกที่แล้ว

           ดร.วรินทร บุญยิ่ง  นำเสนอบทสรุปสำหรับผู้บริหารกรณีประเทศเกาหลี ซึ่งนักวิจัย ๔ ท่านได้เข้าไปศึกษาภาคสนามและสังเกตการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และวิถีชีวิตในโรงเรียน Bougrae Elementaly School  และสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องคือผู้บริหารโรงเรียน  ครูชาวเกาหลีผู้สอนภาษาอังกฤษ และครูชาวอเมริกันผู้สอนภาษาอังกฤษ  มีสาระดังนี้

           การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ของประเทศเกาหลีใต้ตามแนวคิดและนโยบาย  เป็นการปลูกฝังชาตินิยมและการมองไปสู่ภายนอกที่เน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ควบคู่ไปกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ 

           กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ของประเทศเกาหลีใต้  เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชนและท้องถิ่นตามความสนใจในลักษณะของอาสาสมัครเพื่อเป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อส่วนรวม มีจิตสาธารณะ  ซึ่งมีรูปแบบที่มาจากแผนของโรงเรียนและแผนกิจกรรมส่วนบุคคล  อันเป็นรูปแบบของการจัดกิจกรรมเพื่อวิถีชีวิตโรงเรียน  รูปแบบการจัดกิจกรรมเพื่อชุมชน  รูปแบบการจัดกิจกรรมเพื่อประเทศชาติ และรูปแบบการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมโลก 

         กระบวนการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ของประเทศเกาหลีใต้ มีปัจจัยแห่งความสำเร็จ ๔ ประการคือ

๑. การกำหนดนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  ได้ประกาศเป็นนโยบาย  กำหนดให้มีคู่มือดำเนินงาน และการบริหารจัดการที่มีความชัดเจน 

๒. โรงเรียน  โดยเฉพาะผู้บริหารและครูจะต้องมีความชัดเจนในการกำหดนแผนของโรงเรียน  เข้มงวดในการดำเนินงานตามบทบาทและหน้าที่ ๖ ขั้นตอนคือ การวางแผน  การประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูล  การอบรม การดำเนินงาน  การให้คำปรึกษา  และการประเมินผล 

๓. ผู้ปกครองให้การสนับสนุน การเป็นแบบอย่างที่ดี หน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องจะต้องมีบทบาทและให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง

๔. ความพร้อมของนักเรียน  ในการเข้าร่วมกิจกรรมทุกกิจกรรมนั้น นักเรียนจะเข้าร่วมโดยความสมัครใจ เต็มใจ  รวมถึงการมีส่วนร่วมในการประเมินผล 

           ตามโครงสร้างหลักสูตรของโรงเรียน  ผู้เรียนจะได้เรียนรู้และร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  ซึ่งนักเรียนต้องมีความสามารถทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ให้ได้สูงสุด ๑๐ ชั่วโมงต่อ ๑ ภาคเรียนได้แก่กิจกรรมลงแรงช่วยเหลือ กิจกรรมให้การดูแลรักษา  กิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กิจกรรมเยี่ยมให้กำลังใจ กิจกรรมรณรงค์ กิจกรรมให้คำปรึกษาแนะนำ กิจกรรมพัฒนาสังคมและกิจกรรมอื่น ๆ 

          การประเมินผลกิจกรรม มีการประเมินรายบุคคลและรายกลุ่มโดยนักเรียน ครูและผู้ปกครอง ตามแบบประเมินและบันทึกกิจกรรมของนักเรียนแต่ละคน  ซึ่งนักเรียน ผู้ปกครองและครูเป็นผู้ร่วมกำหนดเกณฑ์การประเมิน  นักเรียนมีคุณธรรมด้านความซื่อสัตย์  "เมื่อประเมินว่าตนเองมีความสามารถผ่านในกิจกรรมนั้น ๆ จะติดสีชมพูไว้ที่ตู้หรือกล่องของตนเอง เมื่อกิจกรรมดำเนินไปอีกระยะหนึ่งแต่ตนเองไม่สามารถผ่านกิจกรรมนั้นหรือความสามารถลดลงก็จะติสีเขียวแทนสีชมพู"

          กลยุทธ์และเทคนิควิธีการของโรงเรียนในการส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์  โดยกำหนดให้มีรางวัลคุณภาพนักเรียนแก่นักเรียนที่สามารถช่วยเหลือผู้อื่นด้วยรอยยิ้ม และรางวัลสำหรับผู้ปกครองที่เป็นผู้นำกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ 

         ที่สำคัญมากคือ "นักเรียนทุกคนได้รับการดูแลอย่างทั่งถึง  โดยไม่ทอดทิ้งหรือไม่มีนักเรียนคนใดเลยที่จะไม่ได้รับการดูแลจากครู  ถ้าเกินความสามารถของครู  โรงเรียนจะไปจัดหาผู้อุปถัมภ์มาให้การดูแล"และนักเรียนทุกคนมีคุณธรรมด้านความรับผิดชอบ "เมื่อหยิบของใช้ในโรงเรียนหรือของส่วนรวมไปใช้จะต้องนำกลับมาไว้ที่เดิม"

         สำหรับการนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย  เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามสาระของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551   ที่มุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชนและท้องถิ่นตามความสนใจในลักษณะที่แสดงถึงความรับผิดชอบ  ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม  และการมีจิตสาธารณะ  และเปิดโอกาสให้ชุมชนและสังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา...ถ้าร่วมมือกันอย่างจริงจัง จริงใจ จากทุกฝ่ายย่อมทำได้  เพราะคนไทยมีพื้นฐานของจิตสาธารณะสูงอยู่แล้ว