เนื่องจาก ผู้เป็นครู มีบุญคุณ เป็นผู้ให้แสงสว่าง ในชีวิตของเราทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่า “ วันครู” ควรมีสักวันหนึ่งสำหรับให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายได้แสดงความเคารพ สักการะต่อบรรดาผู้มีพระคุณทั้งหลาย”

อากาศในตอนรุ่งเช้าของเดือนนี้ค่อนข้างเย็นสบาย สัมผัสได้ถึงความเย็นอ่อนๆ ผสมผสานกับกลิ่นดอกลำดวนจากต้นที่ปลุกไว้ข้างๆตัวบ้านทำให้ บรรยากาศดูอ่อนละมุนอีกเป็นหลายเท่า

กล้วยไม้ที่แม่ต้อยปลุกไว้ตามคาคบของต้นไม้ใหญ่ก็ทะยอยออกดอกบานสะพรั่งดูงามตา

นึกได้ว่าวันอันงามและสดใสนี้ ที่จริงแล้ว  วันนี้เป็นวันสำคัญวันหนึ่ง ของพวกเราทุกๆคน นั่นก็คือ วันนี้เป็น”วันครูแห่งชาติ ”

 

พวกเราทุกๆคน คงไม่มีใคร ที่ไม่เคยมีครูที่คอยสอนประสิทธิ์ประสาทวิชา ความรู้ให้กับพวกเรา

แม่ต้อยได้อ่านหนังสือที่เขาเขียนถึงประวัติความป็นมาของวันครู ทราบว่า ได้จัดให้มีครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๐๐ โดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในช่วงปี ๒๔๙๙ ได้กล่าวในที่ประชุมครู ทั่วประเทศว่า

“ เนื่องจาก ผู้เป็นครู มีบุญคุณ เป็นผู้ให้แสงสว่าง ในชีวิตของเราทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่า “ วันครู” ควรมีสักวันหนึ่งสำหรับให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายได้แสดงความเคารพ สักการะต่อบรรดาผู้มีพระคุณทั้งหลาย”

 

เมื่อขยายความหมายของคำว่าครู จากการค้นหา มีความหมายที่ยิ่งใหญ่ดังนี้

“ ผู้อบรม สั่งสอน ผู้ถ่ายทอด ความรู้ ผู้สร้างสรรค์ ภูมิปัญญา และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองของสังคมและประเทศชาติ”

ในวันนี้ แม่ต้อยจึงขอชักชวนให้พวกเราทุกคนน้อมรำลึกถึงพระคุณของครู ที่ทำให้เรามีวิชาความรู้ติดตัว เป็นคนดี ประสบความสำเร็จในการดำรงชีวิต เป็นคนที่มีคุณภาพจนทุกวันนี้

ดอกไม้ประจำวันครูคือดอกกล้วยไม้ เนื่องจากเป็นพืชที่อยู่ในที่สูง ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ ไม่ร่วงโรยง่ายๆ เปรียบเหมือนครูที่อยู่ทั่งดินแดนไทย ต้องอดทนต่อสู้กับอุดมการณ์ และการอุทิศตน

“ กล้วยไม้ มีดอกช้า ฉันใด”

การศึกษา เป็นไป  เช่นนั้น

แต่ดอกออกคราวใด งามเด่น

การศึกษาปลูกปั้น  เสร็จแล้ว  แสนงาม”

ขอร่วม น้อมรำลึกถึงพระคุณของครูทุกท่านในวันนี้

สวัสดีคะ