วันนี้นั่งดูทีวีไป ฟังไป เกิดรายการ ปิ๊งแว๊บ ขึ้นมา เรื่องของการฟัง ต่อเนื่องมาจากเมื่อหลายวันก่อนดูทีวีรายการหนึ่งเรื่อง การฝึกโยคะแบบที่เรียกว่า โยคะบ้านภายใน ที่มีการล้อมวงจิบน้ำชาคุยกัน ฝึกการฟังแบบที่เรียกว่า การฟังอย่างตั้งใจ หรือ การฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening) เป็นอะไรที่คล้ายกับการเรียนรู้ที่ผมเคยผ่านการฝึกอบรมด้าน การจัดการความรู้ หรือ KM เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา จากค่ายต่าง ๆ รวมทั้งค่าย “วงน้ำชา” ของสถาบันขวัญเมืองของอาจารย์ใหญ่ รายการสนทนา “จิบน้ำชา” ของท่าน อาจารย์ไร้กรอบ (ดร. วรภัทร์ ภู่เจริญ) ได้เห็นว่าเรื่องการฟังอย่างตั้งใจนี้เดี๋ยวนี้แพร่หลายเข้าไปแทรกซึมอยู่ในแวดวงต่าง ๆ รวมทั้งการฝึกโยคะด้วย ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจและเห็นพัฒนาการของ การฝึกโยคะ จากที่เดิมดูเหมือนจะเน้นเรื่องของการฝึกด้านร่างกายเป็นส่วนใหญ่ ได้มาผสมประสานการฝึกด้านจิตใจอย่างเช่นการฝึกการฟังอย่างตั้งใจนี้ด้วย

ในสมัยเด็ก ๆ เคยได้รับการอบรมสั่งสอนว่า เวลาฟังหรืออ่านหนังสือ จะต้องฟังหรืออ่านเพื่อจับใจความสำคัญให้ได้ มีวิชาอย่างเช่น วิชาอ่านเอาเรื่อง คือให้อ่านเรื่องแล้วสามารถสรุปใจความสำคัญ ออกมาให้ถูกต้อง หรือการฟังก็เช่นเดียวกัน ให้ฟังแล้วจับใจความสำคัญให้ได้ หรือผมจะเรียกว่า การฟังแบบ “จับความ” แต่การฟังอย่างตั้งใจที่ได้รับการเรียนรู้มาในปัจจุบัน เน้นให้ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ หรือฟังอย่างลึกซึ้ง จนสามารถรับรู้ถึงความคิดความอ่าน อารมณ์ หรือ ความในใจของผู้พูดที่ต้องการจะสื่อให้เราได้รับทราบ การฟังแบบนี้ ผมจะเรียกสั้น ๆ ว่าฟังแบบ “จับใจ” เป็นการฟังที่หลาย ๆ วงการ นำมาเพื่อ พัฒนาคน พัฒนางาน และองค์กร กันมากในปัจจุบัน ซึ่งการฝึกแบบสนทนาแบบนี้ในบางครั้งก็เป็นสิ่งที่ผมเรียกว่า การสนทนาภาษาดอกไม้ (Dialogue) หรือ สนทนาแบบ ดอกอะไร ของอาจารย์ไร้กรอบ การฟังอีกแบบที่ผมพบบ่อยเหมือนกัน โดยเฉพาะการฟังของ พวก “หมี” ในผู้นำสี่ทิศ ผมเรียกพวกฟังแบบนี้ว่าฟังแบบ “จับผิด” คือฟังไปบ่นไปว่าเขาพูดผิดอย่างโน้นอย่างนี้ คนที่นั่งฟังหรือดูทีวีด้วยต้องคอยรับฟังข้อคิดเห็นหรือข้อโต้แย้งเกือบตลอดเวลา ในวงสนทนาคนพวกนี้ก็จะ ค้านหรือโต้แย้งการพูดของคนอื่น ๆ เกือบตลอดเวลา ฟังโดยมีเสียงจากภายในของตนเองตัดสินการพูดของผู้อื่น โดยมีความคิดหรือประสบการณ์ของตนเองที่เชื่อหรือยึดมั่น ไม่ได้ฟังด้วยใจที่เป็นกลางหรือใจที่ว่าง
คุณเป็นคนฟังแบบไหนครับ ? ฟัง แบบจับความ แบบจับใจ หรือ แบบจับผิด
เป็นแบบจับใจความ..ได้แล้วเอามาจับผิด
แบบนี้จะอยู่รอดมั๊ยคะ
มาเรียนรู้ทักษะการฟัง ซึ่งเป็นทักษะที่ยากกว่าการพูด เพราะคนมักจะชอบพูดให้คนฟัง แต่ยอมฟังคนอื่นพูด
ตอนเรียนเคยจำได้ว่า ต้อง สุ จิ ปุ ลิ คิดว่าน่าจะยังให้ได้อยู่ทุกยุคทุกสมัย
สุ จิ ปุ ลิ ยังใช้ได้ตลอด นะครับ คุณ kaikiku ถ้าจะมองหรือเปรียบเทียบกับแนวคิดที่ทันสมัย ก็จะสอดคล้องกับสิ่งที่เรียกว่า วงจรการเรียนรู้โนนากะ (Nonaka Learning Cycle) ครับ
กราบเรียนท่านอ.panda
เมื่อก่อนนี้ยอมรับว่าเป็นพวกหมีค่ะ
เก่งที่จะจับผิดไม่ว่าจะฟังอะไรก็ตาม แต่เมื่อมีโอกาสได้เรียนรู้มากขึ้น
ได้สังเกตผู้รู้ และครูอาจารย์หลายๆท่านว่า เอ๊ะ ทำไมท่านเอาแต่ฟัง แล้วก็ยิ้มนิ่ง
แต่เมื่อใช้ความพยายาม และสังเกตจึงพบความน่ารักที่สัมผัสได้
เป็นความสงบนิ่ง และอบอุ่นค่ะ ผู้พูดก็อยากเล่าให้หมด ให้ละเอียด
เมื่อเล่าจบก็สบายใจ และบางครั้งเหมือนเราจะได้คำตอบของเราเองจากการเล่า
และรู้สึกเหมือนมีกระจกเงาสะท้อนตัวเราเองในขณะเล่า
และเมื่อนักเรียนมาเล่าเรื่องของเขาให้ฟังก็ฝึกฟังและรับรู้ความรู้สึก
และเหมือนจะอ่านใจเด็กน้อยได้เกือบทุกครั้ง
ก็คิดว่าหากเราฝึกการสนทนาภาษาดอกไม้ (Dialogue)
คงทำให้การฟังนั้นมีความหมายและเป็นประโยชน์มากๆ
ขอบคุณค่ะ