ลูกกำพรึก ลูกกำพริก ก็คือลูกกัลปพฤกษ์

       ตั้งแต่เด็กก็คุ้นเคยกับลูกกำพรึก หรือลูกกำพริก ชาวใต้โดยเฉพาะท้องถิ่นอำเภอไชยาก็เรียกกันอย่างนี้มานาน ก็ถามแม่ด้วยความสงสัยว่า ชื่อจริงๆคืออะไร แม่ตอบว่า เขาเรียกกัลปพฤกษ์ ซึ่งเป็นชื่อต้นไม้ในแดนสวรรค์ ต้นไม้นี้ใครนึกอยากจะได้อะไร ก็จะได้สมใจนึก และในอนาคตเมื่อถึงสมัยของพระศรีอารยเมตไตร ต้นกัลปพฤกษ์นี้ก็จะมีอยู่ทั้งสี่มุมเมือง ใครต้องการสิ่งใดก็สามารถจะได้สมหวังจากต้นไม้ต้นนี้

       ดิฉันลองค้นอ่านดูในอินเทอร์เน็ตก็มีสาระทำนองนี้ และทราบว่ามีมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 แต่ก่อนหน้านี้จะมีหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่ลูกกัลปพฤกษ์มีสาระที่เหมือนกันคือสำหรับโปรยทาน โดยเฉพาะในงานศพ งานบวช หรือพระมหากษัตริย์ต้องการให้ทานประชาชนของพระองค์

       ในบันทึกนี้ เพียงอยากจะเล่าถึงลูกกัลปพฤกษ์ หรือกำพรึก กำพริกในท้องถิ่นอำเภอไชยาที่มีความแตกต่างจากที่อื่นเท่านั้น (ไม่ทราบว่าที่ไหนจะเหมือนที่ไชยาบ้างหรือไม่ อาจจะยังไม่พบก็เป็นไปได้) ในงานบวชในไชยาก็มีการโปรยทานกัน ทำบุญด้วยทำทานด้วย ในปัจจุบันจะห่อด้วยกระดาษสวยๆ หรือริบบิ้น ทำเป็นรูปดอกไม้บ้าง ตะกร้อบ้าง ผู้ที่เก็บจะมีความรู้สึกว่า เงินที่ได้เป็นเงินที่เก็บไว้เป็นขวัญถุงจะดีมากกว่าจะคิดเอาไปใช้ซื้ออะไรต่างๆอย่างจริงจัง กรณีงานบวชก็จะเหมือนกันในทุกแห่ง

      ในกรณีการโปรยทายในงานศพในอำเภอไชยาจะแตกต่างจากที่อื่น ตรงที่  ลูกกำพรึกนี้นอกจากจะมีเงินแล้วก็จะติดฉลากด้วย (ฉลากนี้จะเป็นข้าวของเครื่องใช้จำเป็นสำหรับบุคคลทั่วไป ตั้งแต่ศรีษะจรดเท้า มีความเชื่อว่า ข้าวของเหล่านี้ได้ให้ทานใคร ผู้ตายก็จะได้รับด้วย) เช่น หวี น้ำมันใส่ผม เสื้อ กางเกง ร่ม รองเท้า พัดลม ผ้าห่ม น้ำหอม เสื่อ แป้ง หมวก เป็นต้น บางครั้งฉลากจะเขียนไว้ว่า เงิน 100 บาท บางคนจะได้ลุกกำพรึกที่มีแต่เงิน บางลูกจะมีฉลากด้วย ผู้ที่ได้ก็นำฉลากไปแลกข้าวของที่เจ้าภาพเตรียมไว้ ในสมัยอดีตลูกกำพรึกนี้จะใช้ทางระกำ คร้า ทำเป็นลูกกลมๆยัดเงินเหรียญใส่เข้าไปไว้สำหรับโปรยทาน คนที่จะได้รับทานได้จะต้องไปในวันเผาศพเท่านั้น แต่ถือว่าไม่น่าเกลียดที่จะชิงกันเพื่อรับทานอันนี้